ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชน ชี้ เลือกตั้งปีหน้า

นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชน ชี้ เลือกตั้งปีหน้า


 


ข่าวเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี สร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชน ว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจจะมีการลงทุนทั้งด้านคมนาคมอุตสาหกรรมซ่อมอากาศยานท่าเรือขนาดใหญ่ เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐบาล พร้อมย้ำเมื่อมีประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เชื่อว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีหน้า

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษษความสงบแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2015 ( ไทยแลน คอม-พิ-ถิ-ถีบ-เนส คอนเฟอเร้น) ที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

     พลเอกประยุทธ์ บอกว่าขณะนี้ภาครัฐและเอกชนขาดความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่รัฐบาลจะรับข้อเสนอแนะที่ภาคเอกชนเสนอ เพราะรัฐและเอกชนจะต้องเดินไปพร้อมกัน.เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางกิจการและยอมรับว่ารัฐบาลนำเอาทุกเรื่องมาศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองแต่ต้องเดินหน้าทุกด้านไม่ว่าจะด้านความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะของผู้ที่มีรายได้น้อยเพราะเหล่านี้คือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารงานของรัฐบาล และยังมองว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีความเข้มแข็งดังนั้นจึงต้องการสร้างความเข้มแข็งโดยเฉพาะภาคการเกษตรกรสาธารณสุขและอื่นๆเพื่อให้เกิดการแข่งขัน เพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศ และเห็นว่าต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยถึงแม้ว่าค่าแรงจะสูงแต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่จึงอยากจะเข้ามาลงทุน จึงขอให้ทุกคนนำเรื่องนี้ไปคิดเป็นการบ้านเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืนในอนาคต ถึงแม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัดแต่ต้องมาบริหารกันอย่างรอบด้าน และขอให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานที่มีความสามารถพูดภาษาอื่นได้ และเตรียมพัฒนาคนเพื่อเตรียมเข้าสู่เออีซี

     นายกรัฐมนตรียังย้ำต้องการเห็นประเทศเดินหน้าแต่บางครั้งต้องประสบปัญหาด้านการเมือง ขาดความมีเสถียรภาพ วันนี้มีบางคนกำลังจ้องทำลายประเทศโดยอ้างกฎหมายเรื่องสิทธิมนุษยชนซึ่งไทยไม่เคยที่จะดำเนินการในแบบนี้. เพราะตลอดชีวิตก็เป็นทหารประชาธิปไตยคนหนึ่ง ไม่คิดใช้อำนาจในการบริหารประเทศถึงแม้ว่าจะมีอำนาจ

     ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องหาโจทย์ในการแก้ปัญหาให้มีผลสัมฤทธิ์จับต้องได้ในขณะเดียวกันการศึกษาพัฒนาคนเป็นเรื่องที่สำคัญเพื่อเป็นการยกระดับคนที่ไม่รู้จะได้ไม่ถูกนำมาปลุกปั่น เพราะการศึกษาย่อมทำให้คนมีความรู้

     ส่วนภายหลังการประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมลงมาแล้วก็ต้องเดินหน้าตามรัฐธรรมนูญซึ่งจมีการจัดทำประชามติ และนำไปสู่การเลือกตั้ง ก็เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าซึ่งทุกอย่างไม่ได้มีการต่อท่ออำนาจ พร้อมพูดติดตลกว่าวันนี้รองนายกรัฐมนตรีจะลาออกหมดแล้วไม่จำเป็นจะต้องให้ปรับออกเพราะเมื่อเข้ามาทำหน้าที่กลับมีงานเยอะ พร้อมย้ำใครไปเรียกรับผลประโยชน์โดยอ้าง คสช. ให้นำเรื่องมาร้องเรียนตามกระบวนการ อีกทั้งมีความหวังไม่อยากเห็นประเทศมีความขัดแย้ง ซึ่งตนเองก็จะสบายใจและดำเนินชีวิตเหมือนคนแก่คนหนึ่งเท่านั้นแต่หากประเทศไม่ดีก็รู้สึกไม่สบายใจ


     นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า มี 3 ปัจจัยหลัก ที่รัฐบาลจะดำเนินการคือ 1.รัฐบาลจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับเอกชน 2. ทรัพยากรมนุษย์ต้องพัฒนาคนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะการศึกษา และ 3 มีกลไกติดตามผลด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศในการเดินหน้าประเทศ พร้อมกันนี้ยังขอพระเอกชนทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงเชิญชวนให้มาร่วมพัฒนาในเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะภายในและการวิจัยพัฒนา ซึ่งรัฐจะร่วมลงทุนกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง และยังสร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนว่ารัฐบาลกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกด้านทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

     ส่วนการจัดเก็บภาษีรัฐบาลก็ยังยืนยันภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ซึ่งก็จะทำให้รายได้ประเทศน้อยลงและก็จะส่งผลต่อด้านการสาธารณสุข แต่ก็ต้องมีการแก้ไขต่อไป ส่วนหน่วยงานที่ทำงานไม่ได้ตรงตามเป้าก็ควรที่จะหยุดทิ้งทั้งหมด. ขณะเดียวกันขอให้ทางเอกชนมีความเชื่อใจและมั่นใจรัฐบาลไม่ใช่แค่ตัวนายกรัฐมนตรีแต่ก็ต้องเชื่อใจรัฐมนตรีด้วย และต้องเชื่อข้อมูลต่างๆอย่างมีเหตุผล

     นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าไทยจะมีการลงทุนด้านการคมนาคม ในหลายเส้นทางเช่นการสร้างทางรถไฟ ความเร็วปานกลางกับประเทศจีน ผลประโยชน์จะต้องแบ่งปันกันและจีนก็พร้อมที่จะเชื่อมทางรถไฟมายังไทยซึ่งในปลายปีนี้จะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอนขณะเดียวกันขออย่าให้มีการเพิ่มราคาที่ดินย่านที่จะสร้างรถไฟ

     ส่วนรถไฟความเร็วสูงไทยจะต้องมีการศึกษาร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเกิดแน่นอนเพราะมีการศึกษาร่วมกับญี่ปุ่นไว้แล้ว เช่นเดียวกับมอเตอร์เวย์ 3 สาย พร้อมชูว่ารัฐบาลกำลังจะพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาพัฒนาท่าเรือยอร์ชเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมซ่อมอากาศยานก็จะเกิดในประเทศไทยอย่างแน่นอน

     นายกรัฐมนตรียังห่วงการขยายข่าวสร้างความขัดแย้งในประเทศไทยเพราะต่างประเทศได้มีการอ่านข่าวจากประเทศไทย ซึ่งเอกชนจะต้องเข้ามาช่วยสร้างความเชื่อใจกัน /ลดความหวาดระแวง และและสร้างผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน. ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความคุ้มกันในด้านเศรษฐกิจ

     สำหรับงานนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เพื่อเผยแพร่และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งมีการอภิปรายเชิงลึกตามยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันแต่ละด้าน โดยผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยในปีนี้ได้กำหนดจัดการสัมมนา ภายใต้หัวข้อ “Building Competitive Thailand for Sustainability and Inclusiveness” ระหว่างวันที่ 15 - 17 กรกฎาคม 2558

    


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: