Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

หนุ่มลาวลอบขนหนังจระเข้และโทรศัพท์มือถือหนีภาษี

 

หนุ่มลาวลอบขนหนังจระเข้และโทรศัพท์มือถือหนีภาษี

หนุ่มลาวขับรถตู้เข้าฝั่งไทย แจ้งเอกสารขนสินค้ากะลามะพร้าวประดิษฐ์เข้าประเทศ ศุลกากรหนองคายเอะใจ ขอตรวจ เจอซุกหนังจระเข้ 219 ชิ้น โทรศัพท์มือถืออีกกว่า 500 เครื่อง ประเดิมโทษตาม พรบ.ศุลกากร ฉบับใหม่

                เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 21 พ.ย. 60 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย ได้นำเจ้าหน้าที่ศุลกากรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ก็พบรถตู้ลาว ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์ ทะเบียน กจ 4980 กำแพงนคร มีนายสุริยา พมมะโวหาน อายุ 35 ปี ชาวบ้านหนองไฮ เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นคนขับ แล้วนายสุริยาได้แจ้งเอกสารใบกำกับสินค้านำเข้าประเทศ ระบุเป็นสินค้ากะลามะพร้าวประดิษฐ์ จำนวน 2,500 ใบ ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจดูในรถตู้ พบกะลามะพร้าวประดิษฐ์จำนวนมากอัดแน่นอยู่ภายในรถ แต่พบพิรุธลักษณะใช้กะลามะพร้าวกองสุมกันไว้คล้ายปกปิดบางอย่าง เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นอย่างละเอียด ปรากฏว่าภายในรถยังมีกล่องกระดาษบรรจุหนังจระเข้ฟอกแล้ว ขนาดโดยเฉลี่ยยาว 70 เซนติเมตร กว้าง 23 เซนติเมตร จำนวน 219 ชิ้น ราคาชิ้นละประมาณ 1,000 บาท รวม 219,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 105 แป้นภาษาลาว 49 กล่อง รวมจำนวน 592 เครื่อง มูลค่าเครื่องละ 630 บาท รวมประมาณ 370,000 บาท , ผงวานิลลา 1 กล่อง จำนวน 12 กระป๋อง โดยทดสอบด้วยน้ำยามาร์ควิส ไม่พบสารปนเปื้อนยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้

                จากการสอบถามนายสุริยา พมมะโวหาน ทราบว่า ตนค้าขายกะลามะพร้าวประดิษฐ์ที่ตลาดในเวียงจันทน์ โดยรับมาจากประเทศเวียดนามและยังรับจ้างขับรถขนส่งสินค้าจากลาวมาไทยด้วย ในครั้งนี้มีเพื่อนพ่อค้าชาวลาว ว่าจ้างให้นำกะลามะพร้าวมาฝากส่งขึ้นรถขนส่ง ที่ จ.หนองคาย เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกค้าที่กรุงเทพฯ แต่มาถึงค่ำจึงต้องพักค้างคืนที่ จ.หนองคายก่อน แล้วจึงจะนำของไปฝากส่งวันรุ่งขึ้น โดยไม่ทราบว่ามีการยัดไส้ของประเภทอื่นด้วย

                นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า ในกรณีนี้ถือเป็นการลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ต้องยึดของกลางทั้งหมดไว้ รวมถึงสินค้าประเภทกะลาที่แจ้งนำเข้าด้วย เพราะเป็นการช่วยปิดบังอำพรางการกระทำผิด ซึ่งเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2560 ที่ผ่านมา เพิ่งมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับใหม่ พ.ศ.2560 การตรวจยึดครั้งนี้เป็นความผิดตาม มาตรา 242 หรือ มาตรา 27 เดิม ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกซึ่งของยังมิได้ผ่านศุลกากร มีโทษจำคุก 10 ปี หรือ ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน