Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

'พญาเสือ' พบกระดูกขาเสือดำ หลักฐานมัด 'เปรมชัย'


'พญาเสือ' พบกระดูกขาเสือดำ หลักฐานมัด 'เปรมชัย'

หน่วยพญาเสือ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาป่าทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันตก พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุน จากสำนักการบิน กระทรวงทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ บินตรวจสภาพป่าและส่ง หน่วยฯปฏิบัติการพิเศษ กรณี ค้นหา พยาน หลักฐานในคดี ยิงเสือดำในพื้นที่เขตรักษาป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการ 3 เป้าหมายด้วยกันคือ
               1 พิสูจน์ จุดตั้งกล้องดักถ่าย ของสถานีวิจัยสัตป่าเขานางรำ ซึ่งมีข้อมูลว่า เมื่อ วันที่ 23 ธันวาคม 2559 ได้ถ่ายเสือดำเพศผู้ไว้ นั้นห่างจากจุดที่มีการชำแหละซาก เพียง 100 เมตร และพิจารณาว่า จะใช่ตัวเดียวกันหรือไม่ และอยู่จุดไหน
               2 ค้นหาแนววิถีกระสุนปืนลูกซอง ที่ใช้ยิงเสือดำ และค้นหา ร่องรอยที่เป็นแนวและเชื่อมโยงไปหา จุดยิงได้
               3 ค้นหา กระดูกสะโพกขวา ขาหลัง ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหา อาจจะกิน หมดไปแล้ว แล้วขวางทิ้ง ขณะที่ จนท ตรวจค้น ว่าอยู่จุดใด หรืออาจจะโยนลงน้ำ หรือ ขว้างไปอีกฝั่งห้วย จึงได้จัดหา สน๊อกเกอร์ ที่ดำน้ำมองใต้น้ำได้ เพื่อเป็นหลักฐาน ประกอบ และเป็นวัตถุพยานสำคัญชิ้นหนึ่ง เจ้าหน้าที่ทุกนายเดินทางถึงพื้นที่ แยกย้ายกันหา แบ่งงานกันเพื่อแข่งกับเวลา จนแต่ละที่ สามารถ ตรวจค้นได้ตามเป้าหมายดังนี้


               จุดที่1 พบจุดที่สถานีวิจัยสัตว์ป่า เขานางรำ ได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายสัตวป่าไว้ ตรงกับพิกัด ที่แจ้งไว้ และที่สำคัญ จุดนั้นได้เปรียบเทียบ ลักษณะสิ่งแว้ดล้อมทั่วได้ ในองค์ประกอบด้วย เช่นต้นไม้ที่ติดตั้ง ต้นไม้ที่อยู่ข้างเคียง จนครบองค์ประกอบ ทั้งสองมุมกล้อง จึงได้บันทึก และตรวจสอบว่ามีจุดห่าง จากจุดชำแหละเสือดำจริง เพียงแค่หนึ่งร้อยเมตร และที่สามารถยืนยันข้อเปรียบเทียบสันนิษฐานเบื้องต้นได้ก่อนว่า
เสือดำตัวที่กล้องดักถ่าย ถ่ายได้นั้น อาจเป็นตัวเดียวกัน จากข้อมูลงานวิจัย สามารถยืนยันได้ ว่า เสือดำ ตัวผู้ จะมีพื้นที่หากิน ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร + 7 ตารางกิโลเมตร จะดูแลตัวเมีย 2-3 ตัว และจะมีอาณาเขต ปกครอง สัตวป่าหรือเสือดำตัวอื่นไม่สามารถเข้ามาได้
และที่กล้องดักถ่าย ถ่ายภาพได้นั้นเป็นตัวผู้ ซึ่งอาจเป็นตัวเดียวกัน กับตัวที่ถูกยิงแล้วชำแหละ ในจุดที่ห่างเพียง 100 เมตร ซึ่งทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจหา และจะรู้ว่าเป็นเพศใด เบื้องต้น ทีมงานหน่วยพญาเสือ ดูจากหนังที่ชำแหละ แล้วว่ามีโอกาสเป็นเสือตัวผู้ 90% ถ้าพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้วว่าเป็นตัวผู้ ก็ชี้ได้เลยว่า เป็นตัวเดียวกัน
               และที่เป็นข้อสังเกตว่าพรานที่มาล่าและตั้งใจนำปืนสามกระบอก มีด หกเล่มแต่ละเล่มใช้แตกต่างกัน กรณีนี้ พรานทั้งสี่ หนึ่งในนั้นต้องรู้และเคยเข้ามาและเห็นเสือดำตัวนี้ ชอบเดินอยู่บริเวณนั้น จึงมีเจตนา เข้ามาล่า และตั้งแค้มป์ บริเวณนั้น ถือว่าจงใจ 2 เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ค้นหาแนวกระสุน พบ ร่องรอยการฉีกขาดของเปลือกไม้ สองจุด ที่หิน หนึ่งจุด รวมสามจุด ตรงตามแนว จุดสลัดปอก ปอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่ตกอยู่บนถนน ตามที่เก็บเป็นหลักฐานไว้แล้ว
               ขณะเดียวกัน พบ จุดที่เสือดำถูกยิง พบขน ที่ขาดจากการกระแทกของแรงกระสุน ขนหลุดเป็นกระจุก ห่างงจากจุดที่เชื่อว่าเสือนั่งอยู่เพียงเมตรเดียว และจุดที่ยืนยิง ห่างประมาณ 14 เมตร ส่วนกระสุนที่กระจายบานออก ไปกระทบกิ่งของเถาสะแกวัลย์ กนึ่งเม็ด ซึ่งอีกเม็ดหนึ่งไปกระทบหิน เป็นมุมเดียวกัน

                ส่วนกระสุนปืน อีกเม็ดหนึ่งมีมุมเฉียงองศาออกไป เหมือนคนที่ยิงวิ่งเฉียงออกไปทางด้านซ้าย ไม่มากประมาณเดินออกไปทางซ้าย 6-7 ก้าว แล้ววิ่งไปยิงซ้ำ กระสุนเม็ดนี้ ไปกระทบต้นไม้ที่ยืนต้นตาย เปลือกแข็ง มีรอยฉีกชัดเจน ส่วนเม็ดตะกัวนั้นหาไม่เจอ ต้องให้หน่วยกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบแนวกระสุนอีกครั้ง

                ข้อสังเกต จุดนี้ แสดงว่าเสือดำตัวนี้ต้องเขื่องมากและคุ้นกันคนจนไม่หลบหนี หรือเชื่อว่าคนไม่ทำร้ายมัน ในข้อสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่า เสือดำถูกยิงไม่น้อยกว่า 2 ครั้งและรูกระสุนที่สามารถเอาปลายหลอดแยงเข้าไปได้แสดงว่า น่าจะเป็นกระสุนคนละชนิด และอาจเป็นคนละคนที่เข้าไปยิงซ้ำ แต่เบื้องต้น พนักงานสอบสวนนำชิ้นเนื้อไปแสกนหาหัวกระสุนในชิ้นเนื้อว่าจะอยู่หรือไม่ หรืออาจจะทะลุลำตัวไป

คณะเจ้าหน้าที่ ยังค้นหาเลือดที่จุดเสือเสียชีวิต อีกด้วย และสันนิษฐานจุดที่ชำแหละ ชุดที่เข้ามาล่าเมื่อยิงแล้ว มายิงซ้ำ และนำภาชนะเช่นผ้าใบ ผ้ายาง หรือผ้าขนาดที่ใส่หอหุ้มตัวเสือได้ นำมารองและช่วยกันยก ไม่น้อยกว่าสองคน ซึ่งเสือตัวนี้ วันที่ 4 เจ้าหน้าที่เขตรักษาป่าทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันตก ค้นเจอเครื่องในเสือดำ (ทราบภายหลัง) ตรงจุดใกล้ๆนี้ เครื่องในเสือดำ มีน้ำหนักถึง 17 กก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักตัว ประมาณ หนึ่งในสาม ฉนั้นเสือดำตัวนี้ จะมีน้ำหนัก ประมาณ 45 ถึง 50 กก จึงต้องใช้สองคนยก มาชำแหละ เมื่อชำแหละแล้วนำเกลือปน มาคลุกเพื่อรักษาหนังรักษา อายุของหนังให้คงทนขึ้นอีกใช้เกลือ จำนวนสองถุง แล้วนำเนื้อเสือดำทั้งหมด กลับไปที่พัก ส่วนเครื่องใน ทิ้งไว้ข้างจุดชำแหละ

               ขั้นตอนต่อไป คณะเจ้าหน้าที่จะทำแผนที่ และภาพประกอบพร้อมทั้งภาพเคลื่อนที่ ทำบันทึก ส่ง พนักงานสอบสวน เพื่อให้ กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจแนววิถีกระสุน และค้นหา เม็ดกระสุนอีกครั้ง 3 การค้นหา วัตถุพยานอื่นๆ ข้างเต็นท์พัก และที่สันนิษฐานว่า ขาขวาหลังซึ่งเป็นส่วนที่เป็นเนื้อสะโพกนั่น หายไปหนึ่งขา น่าจะถูกกินไปแล้วนั้น กระดูกจะต้องทิ้งไว้หรือขว้างลงน้ำ นั้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่งมหา วัตถุพยานทุกชนิดในน้ำ ขณะ ที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ดำน้ำค้นหา ประมาณ 20 นาที ก็พบ ชิ้นส่วนเป็นลำไส้ใหญ่ ชิ้นนี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของสัตว์ชนิดใด ส่วนนี้จึงต้องส่งไปพิสูจน์ต่อไป                   
                                                                                    
       ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ อีกนายพบ กระดูกชิ้นสะโพกติดกับเชิงกราน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกระดูกของเสือดำ ตัวดังกล่าว และใกล้กัน จนท อีกคน พบ กระดูกอีกชิ้นเป็นกระดูกขาที่ต่อกันได้ เป็นขาขวาสะโพกหลังพอดี และได้นำขึ้นมาจากน้ำ นำมาประกอบอีกครั้ง จึงมั่นใจว่า หลักฐานที่ได้มาทั้งสองวันนี้ เป็นหลักฐานสำคัญ เป็นหลักฐานใช้ประกอบ ในหลักวิทยาศาสตร์ ได้เป็นอย่างดี

   ส่วนใน สองข้อ ข้อ 2 และ 3 คณะเจ้าหน้าที่ ได้ทำบันทึกเป็นหนังสือ นำส่ง ส่งมอบ วัตถุประพยาน ที่สำคัญให้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ เพื่อนำส่งเพื่อตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเป็นพยานในหลักฐาน คดี ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน