Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

พบหลักฐานเด็ดบาตรน้ำมนต์มรณะที่ใช้ทำให้สาว18ดื่มจนชักเสียชีวิต

พบหลักฐานเด็ดบาตรน้ำมนต์มรณะที่ใช้ทำให้สาว18ดื่มจนชักเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่บุกค้นวัดร้างอีกรอบ เร่งหาหลักฐานการทำน้ำมนต์ต้นเหตุมรณะที่ทำให้เด็กสาว 18 ดื่มจนชักตาตั้งเสียชีวิต พบหลักฐานบาตรน้ำมนต์จำนวน 2 ใบเร่งเก็บหลักฐานส่งตรวจสอบเป็นการด่วนต่อไป

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดในการเร่งคลี่คลายคดีกลุ่มพระต่างถิ่นอ้างมีคูรวิเศษ ทักให้ครอบครัวชาวบ้านพาบุตรสาว 18 ปี ที่อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ว่าถูกคุณไสย์มนต์ดำ ต้องให้มาเข้าทำพิธีดื่มน้ำมนต์ที่พระกลุ่มดังกล่าวจำนวน 3 รูป พร้อมลูกศิษย์ที่เป็นชาวบ้านอีก 3 คน ทำให้ดื่มให้หมดจำนวน 2 บาตรพระ จนเป็นสาเหตุทำให้เด็กสาว 18 ปี รายนี้เกิดอาการอาเจียนรุนแรงจนทำให้ล้มชักตาตั้งและช็อคเสียชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.61 ที่ผ่านมา ก่อนที่พระกลุ่มนี้พร้อมลูกศิษย์จะพากันหลบหนีออกจากวัดร้างในหมู่บ้านท่าเว่อ หมู่ที่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งยังหลบหนีลอยนวลไปได้ขณะนี้ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก้งคร้อ สืบทราบว่าพระดังกล่าวไปใครมาจากไหนทั้งหมดแล้ว ซึ่งเตรียมขออนุมัติขอหมายศาลออกหมายจับกลุ่มพระดังกล่าวต่อไปในขณะนี้ด้วย

ด้านพ.ต.อ.จาตุรนต์ ตระกูลปาน ผกก.สภ.แก้งคร้อ สั่งให้ ชุดสืบสวนลงพื้นที่เข้าตรวจสอบหาหลักฐานภายในวัดร้างดังกล่าวเพื่อหาหลักฐานภายในวัดอย่างละเอียดอีกครั้งเพิ่มเติม โดยมีผู้นำชุมชน ชาวบ้านนำชุด จนท.ตร.ให้ใช้กุญแจเปิดประตูศาลาวัดที่เกิดเหตุเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานครั้งนี้เพิ่มเติมร่วมกันหลายฝ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ล่าสุดไปพบหลักฐานบาตรพระ 2 ใบ ที่ใช้น้ำมนต์ให้เด็กสาว 18 ปี ดื่มจนเสียชีวิตครั้งนี้เพิ่มเติมและ ซึ่งมีร่องรอยการทำน้ำมนต์มรณะครั้งนี้เพิ่มเติมในศาลาวัดร้างอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกระติกน้ำมนต์ใบใหญ่ข้างในมีน้ำมนต์เกือบเต็มและพบน้ำมนต์ที่เตรียมกรองใส่ขวดพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็นอีกป็นจำนวนมาก

และจากการตรวจสอบรอบๆบริเวณศาลาวัดร้าง ยังไปพบโอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เตรียมเก็บไว้ใช้ทำน้ำมนต์จำนวนมากตั้งอยู่ด้านหลังของศาลาเมื่อเปิดพบว่ามีน้ำอยู่เต็มทุกโอ่ง พบร่องรอยการประกอบอาหารแต่ไม่พบว่าไม่มีผู้อาศัยอยู่ในวัดและข้าวของเครื่องใช้ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก

สอบถามด้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบๆวัดร้างดังกล่าว ชาวบ้านส่วนใหญ่เปิดเผยว่า วัดแห่งนี้จริงๆแล้วไม่ได้เป็นวัดร้าง เพียงแต่ไม่มีพระจำวัดอยู่เท่านั้นและไม่มีเจ้าอาวาส เนื่องจากเจ้าอาวาสเดิมและพระที่เคยอยู่ประพฤติตัวไม่ค่อยเหมาะสมจนชาวบ้านขาดศรัทธาไม่มีใครไปวัด เจ้าอาวาสและพระจึงพากันปล่อยวัดทิ้งร้างไป โดยปัจจุบันยังมีสามเณรลีโอ จำวัดอยู่เพียง 1 รูป แต่ในช่วงเกิดเหตุสามาเณรดังกล่าวได้เดินทางไปศึกษาธรรมะที่ต่างจังหวัดได้ประมาณกว่า 1เดือนแล้ว

จนมีกลุ่มพระดุธงด์จากต่างถิ่นกลุ่มนี้เดินทางมา ขอพักอยู่ที่และเริ่มตั้งตัวเป็นวัดรับทำน้ำมนต์เสกน้ำมนต์ให้คนดื่มเพื่ออ้างช่วยร้างอาถรรพ์ให้กับคนที่ถูกคุณไสย์มนต์อะไรต่างๆเกิดขึ้นตามมา จนมาก่อเหตุทำน้ำมนต์ให้สาว 18 ปี ดื่มจนมีคนเสียชีวิตดังกล่าวครั้งนี้ขึ้น

และก่อนที่วัดนี้จะร้างขาดพระและเจ้าอาวาสลงตั้งแต่เมื่อช่วงเมื่อต้นปี 60 ก็พระโล้นที่เป็นพระวัดดังกล่าวเอง ที่เคยถูกกลุ่มชาวบ้านหมู่ 10 ต.ท่ามะไฟหวานได้ขับไล่ให้ออกจากวัดหลังพบปฎิบัติตัวไม่เหมาะสมหลายๆอย่างจนชาวบ้านทนไม่ไหว

หลังจากนั้นทราบข่าวว่าพระโล้นได้ไปจำวัดอยู่ที่จ.เลย จนกลับมาในพื้นที่อีกครั้งโดยมีพระอีกรูปเดินทางมาด้วยชื่อหลวงพ่อบุญ อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านท่าเว่อ ได้มาขออาศัยจำวัด เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านก็ไม่ค่อยพากันศรัทธาไม่ได้สนใจพระทั้ง 2 รูปนี้เท่าไรนัก ตอนเช้าๆพระทั้ง 2 รูปนี้จะออกบิณฑบาตรชาวบ้านในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยใส่บาตรจนพระต้องออกไปบิณฑบาตรนอกหมู่บ้านถึงจะได้อาหารกลับมาฉันโดยชาวบ้านให้เหตุผลว่า พระรักษาศีลไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะนับถือไปทำไม และในที่สุดก็มาก่อเหตุดังกล่าวขึ้นและหลบหนีไป ซึ่งล่าสุดมีพระร่วมก๊วนกันมีทั้งหมด 2 รูป และมีลูกศิษย์จากต่างถิ่นอีก 3 คนเท่านั้น

ด้าน พ.ต.ต.วิญญู พื้นหินลาด หัวหน้าชุดสว.สอบสวน สภ.แก้งคร้อ ชุดคลี่คลายคดีนี้ฯ กล่าวว่าจากการตรวจสอบพื้นที่ภายในวัดอย่างละเอียดจนท.ตร.พบหลักฐานเด็ดที่จะสามารถนำไปส่งตรวจพิสูจน์เป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นบาตรพระ 2 ใบ และถังน้ำมนต์ ซึ่งจะนำคราบน้ำมนต์ที่ได้ส่งไปตรวจตามขั้นตอนหาสารประกอบเพิ่มเติมที่ชัดเจนต่อไป ว่าในน้ำมนต์มีอะไรสารส่วนผสมอะไรอยู่บ้างและคาดว่าน่าจะได้ผลสรุปเร็วๆนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน