ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ชาวบ้านแบกโลงศพบุกศาลากลาง เรียกร้องขอทราบเหตุผลผ่าตัดทำคลอดทารกเสียชีวิต

ชาวบ้านแบกโลงศพบุกศาลากลาง เรียกร้องขอทราบเหตุผลผ่าตัดทำคลอดทารกเสียชีวิต

นายสมศักดิ์ ทองรอด และ นางนภา ทองรอด อายุ 27 ปี สองสามีภรรยาพร้อมด้วยญาติพี่น้อง ซึ่งเป็นชาวบ้าน บ้านคลองคู้ ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร พร้อมด้วยญาติพี่น้องเกือบ 20 คน ได้นำโลงศพซึ่งเป็นโลงที่บรรจุศพของเด็กทารกขึ้นรถแห่ไปร้องทุกข์ร้องเรียนที่ ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลาจังหวัดพิจิตร เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยเล่าว่า 

      เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 เวลา 8.00 น. ได้ไปหาหมอตามกำหนดนัดตรวจครรภ์ เนื่องจากใกล้ถึงวันกำหนดที่จะคลอดลูกแล้ว แต่ผู้เป็นแม่มีความรู้สึกว่าลูกในครรภ์ไม่ดิ้น เมื่อไปถึงโรงพยาบาลพิจิตร ซึ่งผู้เป็นแม่ได้ฝากครรภ์เอาไว้ แพทย์และเจ้าหน้าที่ รพ.พิจิตร จึงทำการอัลตร้าซาวด์ และพบว่าคลื่นหัวใจของเด็กนั้นมีอาการเต้นผิดปกติและเป็นการเต้นขาดหายเป็นระยะๆ จึงเกรงว่า เด็กอาจจะเสียชีวิตแล้วในครรภ์เจ้าหน้าที่จึงบอกกล่าวกับผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นโรคเบาหวาน ว่า  การผ่าตัดในกรณีที่แม่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงอยากจะผ่าตัดหรืออยากจะคลอดแบบธรรมชาติ ซึ่ง นางนภา อายุ 27 ปี เคยมีบุตรคนแรก ขณะนี้อาย 10 ปีแล้ว แต่ในตอนนั้นยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานเหมือนกับตอนที่ตั้งท้องลูกคนที่ 2 นี้ เมื่อ นางนภา ตัดสินใจจะขอคลอดแบบธรรมชาติ แพทย์จึงฉีดยากระตุ้นมดลุกให้เพื่อให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น แต่ปรากฏว่าช่องคลอดเปิดกว้างแค่ 6 ซม. ซึ่งปกติช่องคลอดจะต้องเปิดกว้าง 10 ซม.



      จากนั้นแพทย์กับคนไข้จึงได้ข้อสรุปว่า วันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 7 มิ.ย. 2561 จะต้องดำเนินการผ่าตัด แต่ปรากฏว่า นางนภา ซึ่งเป็นผู้ตั้งครรภ์ได้จิบน้ำหรือดื่นน้ำเข้าไปแพทย์จึงไม่สามารถผ่าตัดได้ต้องดึงเวลาไปเพื่อความปลอดภัยและไปผ่าตัดให้นางนภาในเวลาต่อมา  ซึ่งก็ปรากฏว่าเด็กในครรภ์มีน้ำหนักถึง5 กิโลกรัมเศษ ได้เสียชีวิตจึงทำให้สามี-ภรรยา พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ไม่เข้าใจและไม่พึงพอใจในการรักษาพยาบาลจึงแห่โลงศพมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลางจังหวัดพิจิตรดังกล่าว โดยมี นายแพทย์วิริยะ เอี๊ยวประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย ทีมงานฝ่ายบริหาร ได้ร่วมกันชี้แจงเหตุและผลที่เกิดขึ้น ทำให้ นายสมศักดิ์และนางนภา พร้อมด้วยญาติพี่น้องเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ติดใจที่จะดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด แต่ด้วยมนุษยธรรมแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพิจิตรก็ได้แสดงความเสียใจและจะขอร่วมในพิธีทำศพทำเพ็ญกุศลให้กับทารกที่เสียชีวิตอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: