ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ล่าโจรแสบ! ตีเนียนหลอกคนแก่อยู่บ้านลำพังแอบฉกเงินหนีลอยนวล


ล่าโจรแสบ! ตีเนียนหลอกคนแก่อยู่บ้านลำพังแอบฉกเงินหนีลอยนวล

ล่าสุดกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ หลังโจรแสบรายนี้ทำตีเนียนอ้างตัวเป็นเซลส์ขี่จยย.ตระเวณตามหมู่บ้าน เพื่อหาเลือกบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่บ้านลำพัง ก่อนหลอกเข้ามาภายในบ้านทำทีมาขอขายสินค้าเป็นเซลส์สินค้าสุขภาพ ก่อนอาสัยจังหวะทำทีพูดคุยหว่านล้อมบีบนวลให้ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง และรีบแอบล้วงกระเป๋าชิงเงินไปได้ครั้งนี้กว่า 5,500 บาท ก่อนรีบเดินขึ้นรถ จยย.รีบขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็วอย่างลอยนวล ด้านเหยื่อผู้เสียหายแม่เฒ่าวัย 85 ปี รายนี้ที่ถูกแอบล้วงกระเป๋าสูญเงินไปวอนโจรแสบนำเงินมาคืนแล้วจะไม่เอาเรื่อง เพราะเงินจำนวนนี้เก็บสะสมจากเงินเบี้ยยังชีพมานานทั้งชีวิตเพื่อเก็บไว้รักษาตัวยามเจ็บป่วยก้อนสุดท้ายของชีวิตแล้ว

ที่จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ. สราวุฒิ มิ่งศิริ รอง.สว.สอบสวน สภ.แก้งคร้อ ได้รับแจ้งจาก นายเวทิน  นวลเกศา ผญบ.ม.4 ต.บ้านแก้ง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ว่ามีลูกบ้านผู้สูงอายุถูกคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-50 ปี ออกตระเวนอ้างเป็นเซลล์ขายเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ตระเวณขี่ จยย.ไปตามหมู่บ้านทำทีเข้าตีสนิทกับชาวบ้านที่จะเลือกเหยื่อเป็นผู้สูงอายุอยู่บ้านลำพัง แล้วทำทีหลอกชวนพูดคุย ก่อนจะใช้จังหวะแอบขโมยกระเป๋าเงินไป ได้ทรัพย์สินครั้งนี้ไปได้รวมเป็นเงินจำนวน 5,500 บาท

ซึ่งผู้เสียหายรายนี้ชื่อ นางจันทร์ พลเดช อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.4 ตำบลบ้านแก้ง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิหลังก่อเหตุได้ขับขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้าหลบหนีไปอย่างลอยนวล หลังรับแจ้งจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.จาตุรนต์  ตระกูลปาน ผกก.สภ.แก้งคร้อ และรีบออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน พบกับนางจันทร์  พลเดช อายุ 85 ปี ผู้เสียหายนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายบ้านพร้อมกับเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่เข้ามาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งนางจันทร์ฯผู้เสียหาย ยังอยู่ในอาการตื่นเต้นและตกใจกลัวกับแหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเพิ่งสูญเสียเงินจำนวนกว่า 5,500 บาทไป


จากการสอบถาม นางจันทร์ฯผู้เสียหายวัย 85 ปี เล่าว่าเมื่อช่วงสายเวลาประมาณ 10 โมงเช้าขณะที่ตนเองกำลังนั่งคุยอยู่กับนางใจ  มั่นคง อายุ 79 ปี เป็นน้องสาวตามปกติเช่นทุกวันซึ่งโดยส่วนมากในหมู่บ้านก็จะมีคนแก่คนเฒ่าเฝ้าบ้านส่วนลูกหลานก็ออกไปทำงานกัน และขณะที่ตนเองกับน้องสาวกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีชายแปลกหน้า 1 คน สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำแต่งตัวดูดีใส่หมวกกันน็อกขี่รถ จยย.เข้ามาจอดหน้าบ้านจากนั้นคนร้ายก็เดินเข้ามาทักทายเหมือนคนรู้จักกันเข้ามาบีบนวดจับแขนจับขาพร้อมถามยายทั้ง 2 คนว่าเจ็บตรงไหนปวดตรงไหนบ้าง

ตนเองก็ถามคนร้ายไปว่าเป็นใครมาจากไหนมาทำอะไร ด้านคนร้ายได้ตอบกลับมาว่าเป็นเซลล์ขายเครื่องดื่มสาหร่ายแดงสำหรับบำรุงสุขภาพ คนร้ายถามยายจันทร์ผู้เสียหายต่อว่ามีเงินเท่าไหร่ซึ่งตนเองก็ตอบกลับไปว่ามีไม่เยอะ จากนั้นคนร้ายก็ยังพยายามสอบถามชวนคุยและถามว่ามีคนอยู่บ้านไหมและเอาเงินเก็บไว้ไหนยายจันทร์ก็ตอบไปอีกว่าอยู่ในกระเป๋าเสื้อที่ใส่อยู่นี่ล่ะ

ซึ่งขณะนั้นคนร้ายก็เข้ามาบีบนวดตามร่างกายของยายจันทร์ฯอีกครั้งและจู่ๆคนร้ายร้ายก็เดินออกไปที่รถจยย.พร้อมกับขี่รถออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการบอกกล่าวร่ำลาแต่อย่างใด ซึ่งก็สร้างความแปลกใจและงุนงงเป็นอย่างมากหลังจากที่คนร้ายได้กลับไปพักหนึ่ง ตนเองจึงพบว่ากระเสื้อถูกรูดซิบออกและถุงเงินซึ่งมีเงินเก็บไว้จำนวน 5,500 บาท หายไปแล้ว ตนเองและน้องสาวจึงรู้ว่าถูกคนร้ายแอบขโมยล้วงกระเป๋าไปแล้ว

จึงได้ตะโกนเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงให้ช่วยโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบและแจ้งจนท.ตร.ให้สกัดจับคนร้ายอย่างเร่งด่วนทันที ท้ายสุดยายจันทร์ฯ ผู้เสียหายวัย 85 ปี รายนี้ยังฝากวิงวอนขอให้คนร้ายนำเงินมาคืนและจะไม่เอาความแต่อย่างใด เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินที่ตนเองได้มาจากเบี้ยยังชีพที่อุตส่าห์เก็บไว้ซื้อหยูกยายามเจ็บป่วยเก็บสะสมไว้ทั้งหมดติดตัวเพื่อใช้รักษาตัวเองเหลืออยู่เท่านี้หมดตัวแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: