ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ช้างป่าถูกอาวุธสงครามยิงตาย คาดฝีมือกลุ่มค้าไม้พะยูง

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ ขสป. ได้พบช้างป่าตาย จำนวน 1 ตัว บริเวณ น้ำตกห้วยทรายใหญ่ (แก่งอีเขียว) ในเขต ขสป.

นายสมศักดิ์ โค่นถอน หน.ขสป.บุณฑริก พร้อมสัตว์แพทย์ ประจำ สบอ.9 เข้าตรวจสอบ และได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.บุณฑริก พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวัง และปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจสอบและผ่าชันสูตร พบมีบาดแผลบริเวณสะโพกด้านซ้าย และพบกระสุนปืน จำนวน 1 นัด (ตรวจสอบแล้วเป็นกระสุนปืน AK47(อาก้า)) และได้เก็บชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อเข้าห้องแลปต่อไป

วันที่ 15 พ.ย. 61 เวลา 17.00 น. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรผอ.สบอ.9 พร้อม ผอ.ส่วน อนุรักษ์สัตว์ป่า ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ และฝังกลบซากช้างป่า ตามระเบียบ เรียน ผู้บริหาร
เรื่อง ช้างป่า ขสป บุณฑริก-ยอดมน ถูกยิง ด้วยปืน Ak 47 (อาก้า)

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ. 9 (อุบลราชธานี)พร้อมด้วย ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร และ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สรุปรายงานสาเหตุการตาย ของช้างป่า ขสป บุณฑริก ยอดมน ดังนี้

1.เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561 เวลา14.00 น ขสป.บุณฑริก-ยอดมน จนท ลาดตระเวน พบช้างป่าตาย จำนวน 1 ตัว
นายสมศักดิ์ โค่นถอน หน.ขสป.บุณฑริก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบช้างตายตามแจ้งบริเวณน้ำตกห้วยทรายใหญ่ (น้ำตกแก่งอีเขียว) และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บุณฑริก

 

2.วันที่ 15 พ.ย.61 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9 นำสัตว์แพทย์ ประกอบด้วย น.ส.บงกชมาศ พิมพ์สิน นายสัตวแพทย์ชำนาญการและ น.ส.คชรินทร์ ราชสินธ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบและผ่าพิสูจน์ เบื้องต้น สามารถประเมินอายุช้าง ประมาณ 25-35 ปี หนักประมาณ 3.5-4.5 ตัน

 

3.ผลการผ่าพิสูจน์พบมีบาดแผลบริเวณสะโพกด้านซ้ายและน่าจะเป็นรอยกระสุนปืน ออก เมื่อตรวจสอบพบกระสุนปืน จำนวน 1 นัด เป็นกระสุนปืน AK47(อาก้า) สันนิฐานว่าถูกยิงมาแล้วประมาณ ๗-๑๐ วัน แต่ยังไม่ตายทันที จนทำให้แผลที่สโพก นั้น ช้ำ เน่า เนื้อเปื่อย และมีลิ่มเลือด จำนวนมาก

 

4.ขณะเดียวกันได้ภาพถ่ายจากกล้องดักถ่าย(คาเมล่าแท็ป) พบบุคลใส่ชุดคล้ายทหารประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมอาวุธปืน Ak47(อาก้า) และเครื่องจับพิกัด GPS ในพื้นที่ ขสป. ซึ่งห่างจากชายแดนและช้างตาย ประมาณ ๑ กม.

 

5.การข่าวรายงานว่าจะมี่ชายถืออาวุธปืน และแต่งตัวคล้าย ทหารจากประเทศเพื่อนบ้านนำเครื่องจับพิกัด GPS เข้ามาจับพิกัดไม้พะยูงและไม่มีค่าในเขต ขสป.เพื่อเตรียมเข้ามาลักลอบทำไม้ต่อไป

6 จนท ได้ฝั่งกลบช้าง ตามระเบียบ และได้ฆ่าเชื่อ โดยการโรยปูนขาว พร้อม ได้มอบหมาย จนท เฝ้าระวังการมาลักลอบขุดซากช้าง เพื่อการค้า

7. หน.ขสป. (นายสมศักดิ์ โค่นถอน) ได้นำหลักฐานกระสุนปืนและบันทึกสาเหตุการตายของช้าง จากสัตวแพทย์ประจำ สบอ.9 สรุปสาเหตุ ว่า เกิดจากการล่าช้างป่า นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิดต่อไป

ช้างเพทผู้อายุประมาณ 25-35 ปี หนัก ประมาณ 3.5-4.5 ตัน เป็นช้าง ในกลุ่ม 7 ตัว จาก 35 ตัว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บุณฑริก ยอดมน จ อุบลราชธานี
นั้น โดนยิงด้วยปืน Ak47 หรือ ปืนอาก้า

พบร่องรอย สองแห่ง คือ
1 รอยแผลทะลุ บริเวณสโพกขาหลังซ้าย จุดนี้ เป็นรอยกระสุนทะลุออก เป็นรอยใหญ่ ขนาด 7 ซม เนื้อด้านใน ถูกตีเป็นเนื่อละเอียด มีลิ่มเลือด จำนวนมาก
และพบว่า ภายในปากมีรอย ช้ำและลิ้น มีรอยไหม เป็นแผล คล้ายรอยกระสุน ผ่าน เมื่อ พิจารณา จากร่องรอยและรูที่ออก กระสุนนัดแรกน่าจะถูกยิงเข้าทางปาก และไปทะลุทะลวง จุดที่ออกสะโพก

 

2 จุดนี้ พบหัวกระสุนปืน ขนาด ของปืน Ak47 หรือ ลูกปืนอาก้า ติดอยู่บริเวณ ซีกโครงซีกที่สอง ด้านซ้าย แต่จุดนี้ หาจุดเข้า ไม่พบ คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณา จากการข่าวและจากหลักฐานกล้อง เคเมล่าเเค๊ป หรือกล้องดักถ่าย เมื่อตรวจพบ พบชายที่แต่งกายคล้ายทหารของประเทศเพื่อนบ้าน พกปืน Ak47 หรืออาก้า ซึ่งเป็นปืนขนาดเดียวกัน และมี เครื่องมือจับพิกัด นั้นเข้ามาเดินผ่านหน้ากล้อง และอยู่ใกล้บริเวณ ช้างโดนยิง ไม่มากหนัก และการข่าว แจ้งอีกว่า ชายที่แต่งตัวคล้ายทหารประเทศเพื่อนบ้านนั้น มักจะเข้า มาจับพิกัด ไม้พยุงและไม่มีค่า ในเขตไทยโดยเฉพาะ กลุ่มป่าพนมดงรัก แล้ว ให้ผู้ลักลอบขึ้นมาตัด การตายของช้าง อาจมาจากสาเหตุ นี้ มีความเป็นไปได้สูงมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: