ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

คืบหน้าวัยรุ่น ทำร้ายยายขายของชำจนตาย ญาติยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

 

คืบหน้าวัยรุ่น ทำร้ายยายขายของชำจนตาย ญาติยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ความคืบหน้ากรณี วัยรุ่นชายอายุ 17 ปี ทำร้ายร่างกายยายติ๋ม วัย 62 ปี เจ้าของร้านขายของชำในชุมชนเดียวกันกับผู้ก่อเหตุจนเสียชีวิต ลูกชายออกมาระบายความโกรธแค้นยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หากกฎหมายทำอะไรไม่ได้ ตนเองจะทำเหมือนกับที่ผู้ก่อเหตุทำเช่นกัน ด้านตำรวจออกหมายจับแล้ว เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

          จากกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าแห่งหนึ่งในชุมชนเทพารักษ์ 1 และ 2 ริมถนน เทพารักษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น บันทึกวินาทีกลุ่มวัยรุ่นในชุมชนขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้านค้า ก่อนจะมีวัยรุ่นชาย 1 ในนั้นเดินเข้าไปด่าทอยายคนหนึ่งที่กำลังนำถุงขยะมาทิ้ง ซึ่งในเหตุการณ์มีการชี้หน้าด่าทอนานหลายนาทีก่อนชายวัยรุ่นดังกล่าวจะลงมือตบเข้าที่ใบหน้าของยายที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างแรงจนใบหน้าสะบัด และวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหยุดชี้หน้าด่าทอยายในภาพ ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่วัยรุ่นชายดังกล่าวเดินไปหยิบบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาเป็นอาวุธ ลักษณะคล้ายกับขวดแก้ว จะพุ่งเข้าหายายเพื่อทำร้ายอีกครั้ง แต่เพื่อนๆในกลุ่มได้เข้ามาห้ามเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปในซอย แต่วัยรุ่นที่ลงมือทำร้ายยายไม่ได้ออกมา เพียงวัยรุ่น 2 คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเดินออกมาเข็นรถจักรยานยนต์กลับเข้าไปอีกครั้ง

          กระทั่งพบว่าคุณยายที่อยู่ในคลิปเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทั่งต่อมามีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ และนำร่างของคุณยายขึ้นรถกู้ชีพไป ซึ่งทราบชื่อผู้ก่อเหตุในเวลาต่อมาคือ นายเบนซ์ อายุ 17 ปี พักอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับผู้เสียชีวิต บ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร



       ล่าสุด นายนฤดล แพนุ่น อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.1 ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ลูกชายยายติ๋ม เปิดเผยรายละเอียดที่เชื่อว่าเป็นมูลเหตุที่มารดาถูกทำร้ายจนตาย ว่า ปกติไม่ได้อยู่กับมารดา เพราะต้องทำงานส่วนมารดาหลังบิดาเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ก็มาเช่าที่ริมถนนเทพารักษ์ เพื่อขายของชำเล็กๆน้อยๆมาตลอด เป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปีแล้ว ส่วนพี่สาวก็รับราชการอยู่ต่างพื้นที่ แวะเวียนมาเยี่ยมมารดาบ้าง เงินทองให้ให้ใช้จ่ายตามสมควร แต่มารดาและครอบครัวไม่เคยมีปัญหากับใคร หลังเกิดเหตุได้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลับมาที่ร้านของมารดา พบสิ่งของตก พัดลมล้ม แต่ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะต้องรับศพมารดากลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้าน ที่อ.มัญจาคีรี จากนั้นก็ย้อนกลับมาตรวจสอบรายละเอียดต่างๆที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการที่มารดาถูกทำร้าย กระทั่งพลเมืองดีให้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิด จึงพบว่ามารดาถูกนายเบนซ์ทำร้ายอยู่ข้างถนน ขณะนำขยะไปทิ้ง และพากันเดินเข้าไปในชุมชนเทพารักษ์ ซึ่งในชุมชนเทพารักษ์ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้พยายามสอบถามจากคนในชุมชน และคนที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า หลังจากมารดาเปิดร้านในช่วงเช้าตรู่ ขณะมารดานั่งดื่มกาแฟอยู่หน้าร้าน นายเบนซ์เดินเข้ามาพูดคุยและมีการยื้อกันอยู่หน้าร้านจนสิ่งของตกหล่น พัดลมล้ม แล้วนายเบนซ์ก็เดินออกจากร้านไป มารดาจึงเก็บกวาดสิ่งของที่ร้าน และนำขยะไปทิ้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อช่วงต่อมา คือมารดาถูกนายเบนซ์ทำร้าย ตามรายละเอียดในคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในสื่อต่างๆ

      นายนฤดล แพนุ่น เปิดเผยอีกว่า หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มารดาถูกทำร้าย อยู่ปากซอยทางเข้าชุมชนเทพารักษ์ จึงรีบมาดูมารดา พบสภาพเลือดไหลออกปาก จมูก ใบหน้าบวมปูด เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ช่วยเหลือมารดาส่งรพ.ศูนย์ขอนแก่น และมาดาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งจากการตรวจสภาพศพมารดาของแพทย์พบว่า ซี่โครงหักหลายซี่ กะโหลกศีรษะด้ายซ้ายแตกร้าว ขณะเข้าไปช่วยแม่ สังเกตว่า สร้อยคอหนัก 50 สตางค์ สร้อยข้อมือหนัก 50 สตางค์ที่มารดาสวมใส่ประจำหายไป เหลือเพียงแหวนพระที่นิ้วมือ

      จากการสอบถามคนในชุมชนและคนที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าวันดังกล่าว นายเบนซ์มาทวงถามเอาเงินกับมารดาจำนวน 10,000 บาท เนื่องจากนายเบนซ์ไปขอเงินยาย ยายไม่มีให้และบอกว่า ยายได้ให้มารดาตนเองยืมไปหมดแล้ว นายเบนซ์จึงเดินไปทวงเงินกับมารดาที่ร้านขายของ จนมีปากเสียงกัน จากนั้นเมื่อนายเบนซ์เห็นมารดาเอาขยะไปทิ้งก็เข้าต่อว่าและทำร้าย จากนั้นก็พากันเดินเข้าไปในชุมชน ซึ่งเชื่อว่า มารดาต้องการเคลียร์เรื่องเงินที่นายเบนซ์ทวงกับทางยายของนายเบนซ์ที่บ้าน ซึ่งเหตุการณ์ที่บ้านนายเบนซ์ มีคนเล่าว่า มารดาถูกนายเบนซ์ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง แม่และยายห้ามก็ถูกทำร้าย และสาเหตุไม่ได้เกิดจากการที่แม่นำขยะไปถึงแต่อย่างใด ซึ่งตนเองรับว่ามีความโกรธแค้นอย่างมาก แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวเข้ามาช่วยกันตรวจสอบ ก็รู้สึกดีขึ้น ลดความโกรธแค้นลงได้บ้าง เพราะทำให้เชื่อมั่นว่า กฎหมายยังมีอยู่จริง แต่หากกฎหมายทำอะไรไม่ได้ ตนเองก็อยากจะทำเหมือนที่ผู้ก่อเหตุทำขึ้นเหมือนกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: