ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

พ่อเมืองสุพรรณนำทีมค้นหาคิดว่าเด็กเป็นลูกหลาน พระชื่อดังทำพิธีเบิกทาง

พ่อเมืองสุพรรณให้ทีมค้นหาคิดว่าเด็กเป็นลูกหลาน พระชื่อดังทำพิธีเบิกทาง

กรณี ด.ช.ซูลุยผิว วัย 2 ขวบ 1 เดือน ชาวเมียร์มา ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในพื้นที่ป่าอ้อยนับพันไร่ บริเวณ หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา การค้นหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง ชาวบ้าน และจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยงานต่างๆ นับร้อยนายต่างระดมกำลังเข้าร่วมค้นหาหนูน้อยชาวเมียร์มารายนี้ให้ได้ โดยปักหลักค้นหากันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันทั้งคืน

     พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม อ.อู่ทอง ได้เดินทางมายังห้องประชุม สภ.สระยายโสม เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์ โดย ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบจราจล กองร้อยควบคุมฝูงชน ภ.จว.สุพรรณบุรี ทหารจาก กกล.รส.จว.ส.พ. (มทบ.17) อาสาสมัครกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งชาวบ้านใกล้เคียง และจิตอาสา รวมกว่า 500 นาย ร่วมกันค้นหาตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยการเดินเท้าลุยป่าอ้อยปูพรมค้นหาตัวเด็กในระยะเส้นผ่านศูนย์กลางจากจุดเกิดเหตุราว 1 กิโลเมตร เพื่อหาตัวเด็กให้เจอให้ได้ พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำตัวนายสมาน วงศ์กัณหา อายุ 44 ปีคนขับรถไถ มาสอบสวนปากคำพร้อมกับตรวจเก็บ DNA จากตัวคนขับรถไถ พร้อมตรวจเก็บหลักฐานต่างๆจากรถไถนาไว้เป็นหลักฐานว่าตรงกับเด็กที่หายไปหรือไม่ ก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว

      ส่วนการค้นหาเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาใต้น้ำจากมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู (จ.อ่างทอง)  ได้นำนักประดาน้ำลงบ่อน้ำของนายสุชาติ แก้วบัวดี อายุ 53 ปี (เจ้าของบ่อน้ำ) ที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 2 ไร่เศษ ลึกกว่า 3 เมตร ซึ่งเต็มไปด้วยจอก แหน และผักตบชวา ทำให้การค้นหาซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงปรากฏว่ายังไม่พบอะไรเนื่องจากในบ่อน้ำเต็มไปด้วยจอกแหน กิ่งไม้ ผักตบชวา ในที่สุดชุดประดาน้ำก็ต้องหยุดการค้นหาชั่วคราวเพื่อสรุปและประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อนที่จะเริ่มทำงานต่อไป ส่วนการค้นหาในดงอ้อย โดยการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันเดินหน้าเรียงกระดานเข้าไปค้นหาในดงอ้อยจนเกือบทั่วแต่ยังไร้วี่แววร่างของหนูน้อยชาวเมียร์มารายนี้



     ทางด้านนางพีร์ ตั้งนิติพงศ์ อายุ 54 ปีเจ้าของไร่อ้อยซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุได้นำ ตากับยายของหนูน้อยมาทำพิธี ขอขมาเจ้าที่เจ้าทางเนื่องจากทราบว่าหนูน้อยได้มาปัสสาวะ ที่บริเวณจอมปลวกขนาดใหญ่และมีต้นแจ้งอายุ เกือบ 100 ปีแผ่กิ่งก้านปกคลุมร่มครึ้มเป็นร่มเงาให้กับคนงานที่มาตัดอ้อยได้อาศัย ซึ่งการประกอบพิธีดังกล่าวได้นำปลาช่อนต้ม 1 ตัวพร้อมหมากพลู เป็นเครื่องเซ่นบวงสรวงเป็นการขอขมา ให้เจ้าที่ซึ่งอาศัยอยู่ที่จอมปลวกตามความเชื่อยกโทษให้และช่วยเปิดทางให้หนูน้อยออกมาอยู่กับพ่อแม่ เนื่องจากตนเข้าใจหัวอกผู้เป็นพ่อแม่ เนื่องจากตนก็มีลูก นางพีร์ กล่าวอีกว่านอกจากนี้ตนยังได้ให้คนงานมาช่วยตัดอ้อย ตามที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ขอความร่วมมือให้ช่วยตัดอ้อย เป็นแนวเข้าไปประมาณ 30 เมตรเพื่อเป็นการช่วยค้นหาเด็กที่สูญหายด้วยความเต็มใจ

     จากนั้นเวลา 14.00 น. นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมนาง  นางจุฬารัตน์ วันไชยธนวงศ์ นายกเหล่ากาชาดและนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล  ปลัดจังหวัด พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครกู้ภัยและชาวบ้าน ชุดปฏิบัติการค้นหาพร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาช่วยกันค้นหา ขอให้คิดว่าเด็กที่สูญหาย นั้นถึงแม้จะเป็นชาวต่างชาติแต่ก็ขอให้คิดว่าเป็นลูกหลานของเราเอง โดยพ่อเมืองสุพรรณบุรีได้กล่าวว่าหากเด็กเสียชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็นในน้ำ หรือ ในป่าอ้อย ก็จะต้องส่งกลิ่นเหม็นออกมาให้ทราบแล้ว เพราะผ่านมาถึงวันที่ 6 เข้าไปแล้ว หรือถ้าจมอยู่ในน้ำก็น่าจะลอยขึ้นมาแล้ว ในส่วนของคนขับรถไถได้นำตัวมาเข้าสู่กระบวนการการสอบสวนโดยใช้หลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และใช้วิธีการด้านการสืบสวนทำควบคู่กันไป และเราได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันหากท้ายที่สุดการค้นหาในครั้งนี้ล้มเหลวไม่พบร่างของเด็กน้อย ก็จะให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามคดีให้ถึงที่สุด กับข้อถามที่ว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ได้บอกกับชุดทำงานว่าให้ทุกคนมองโลกในแง่ดีให้คิดว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่ ต้องเร่งค้นหา โดยเฉพาะวันนี้ได้เรียกเจ้าของไร่อ้อยที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุขอตัดอ้อยในแปลงข้างเคียงทั้งหมดในรัศมีวงกว้าง 20-30 เมตร เพื่อควานหาให้พบให้ได้ ล่าสุดได้ประสานไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี เพื่อขอเรือท้องแบน และรถแบ็คโฮ เพื่อนำมาดันและตักจอกแหน และวัชพืชในบ่อน้ำ ขึ้นเพื่อเปิดทางให้ชุดประดาน้ำลงงมค้นหาร่างเด็กอีกรอบ

 



      ขณะเดียวกันนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่าเรามั่นใจว่าเด็กต้องอยู่ในบ่อน้ำแน่นอนเนื่องจากสุนัขดมกลิ่น K-9 ได้ส่งสัญญาณสุดท้ายมาที่บริเวณบ่อน้ำ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 1 กม.จึงเป็นจุดสนใจ และเป็นสิ่งเดียวที่เราใช้พิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือได้ เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเราก็ได้พิสูจน์มาให้เห็นมาแล้ว กระทั่งช่วงค่ำ เรือท้องแบน และรถแบ็กโฮ จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต2สุพรรณบุรี ได้เดินทางมาถึงที่หมายและลงมือทำงานโดยการตักเอาจอก แหน ขึ้นจากบ่อน้ำโดยใช้เรือท้องแบนเป็นตัวดันจอกแหน เข้าหาก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จะลงไปค้นหาใต้น้ำซึ่งสุดแล้วยังไร้วี่แวว

     ล่าสุด พระครูสมุห์โกมิน จันทวังโส เจ้าอาวาสวัดสี่กั๊กราษฎร์บำรุง ต.ทุ่งกระบ่ำอ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางมาทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณกลางป่าอ้อย โดยให้พ่อแม่เด็กสัญญาว่าถ้าเจอเด็กแล้วให้แม่ถือศีล87วันพ่อเด็กให้บวช7วัน ถ้าน้ำมนต์เป็นสีขาวเด็กยังมีชีวิตอยู่แต่ถ้าน้ำมนต์เป็นสีดำเด็กจะเสียชีวิตแล้ว หลังจากทำพิธีเสร็จปรากฏว่าน้ำมนต์เป็นสีขาว หลวงพ่อบอกว่าเด็กตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ อยู่บ้านที่มีหมาตัวใหญ่และดุมากตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หลวงพ่อบอกว่าได้เห็นข่าวจากสื่อต่างๆจึงอยากมาช่วยเหลือ แต่เหนือสิ่งใด อย่างมงายต้องมีสติพิธีที่ทำนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางกำลังใจถึงอย่างไรก็ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ในการค้นหา

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: