ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

แม่ใจสลาย ลูกชาย ม.1 คิดสั้นฆ่าตัวตาย ก่อนสอบวันสุดท้าย

 

แม่ใจสลาย ลูกชาย ม.1 คิดสั้นฆ่าตัวตาย ก่อนสอบวันสุดท้าย

 

          แม่ช็อก เปิดห้องเข้าไป พบลูกชาย ม.1 คิดสั้นฆ่าตัวตายกลางบ้าน เหลือสอบวันสุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับพ่อ คาดสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า ไม่มีที่ระบายปัญหา โทษตัวเองที่ดูแลลูกไม่เพียงพอ

 

          เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก มาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับเเจ้งเหตุคนผูกคอบริเวณชุมชนใกล้โรงงานกระดาษแห่งหนึ่ง ถนนมาบยา ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย ทราบชื่อคือ เด็กชายน็อต (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ทางมูลนิธิได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปชันสูตรพลิกศพและเก็บรักษาโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพ

 

          ขณะเดียวกัน นางมะลิ อายุ 44 ปี แม่ของเด็กชาย ที่ร้องไห้สะอื้นเศร้าโศกกับการสูญเสียลูกชาย หลังจากพบร่างไร้วิญญาณของลูกที่กลางบ้าน ในวันสอบปลายภาควันสุดท้าย ก่อนเตรียมจะย้ายไปเรียนต่อที่บ้านใน จ.สุโขทัย แทน ซึ่งไม่คาดคิดว่าลูกชายก่อเหตุเช่นนี้

 

          นางมะลิ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุลูกได้พูดเป็นลางเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ น้องน็อตได้เกาะเชือกเอาไว้ ตนเลยบอกว่า "จะอะไรนักหนา พรุ่งนี้ก็สอบวันสุดท้ายแล้ว จะได้กลับไปเรียนต่อสุโขทัยต่อ" เนื่องจากตนจะพาลูกกลับไปเรียนที่ จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านของพ่อเด็ก ลูกเองก็อยากจะกลับไปเรียนหนังสือที่บ้านและไปอยู่กับพ่อเร็วๆ ตนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ไม่คิดว่าน้องจะตัดสินใจเช่นนี้ แต่พอลองมาคิดทบทวนถึงลางสังหรณ์ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ ที่ลูกได้พูดออกมาว่า "กูไม่อยากจะอยู่แล้ว" เพราะประโยคนี้ ตนจึงได้ตักเตือนลูกชายไปว่าจะอะไรนักหนา เดี๋ยวจะได้กลับไปสุโขทัย หลังสอบเสร็จแล้ว

 

          กระทั่งในช่วงเช้า เวลาประมาณ 08.00 น. ตนก็สงสัยว่าทำไมลูกยังไม่ออกมาจากห้อง เพราะเป็นวันสอบวันสุดท้าย แต่เมื่อเดินเข้าไปตามก็ต้องตกใจ เพราะเจอภาพสุดสะเทือนใจที่ลูกชายใช้เชือกแขวนตัวเองเอาไว้กับขื่อกลางบ้าน

 

          นางมะลิ เปิดเผยว่า สาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายในครั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะโรคซึมเศร้า เนื่องจากน้องเป็นคนเก็บกด เหมือนมีโลกส่วนตัว วันๆเอาแต่เล่นเกม และเวลามีปัญหาก็คงไม่รู้จะไประบายกับใคร ทางครอบครัวก็ไม่ขอกล่าวโทษใครทั้งนั้น ตนโทษตัวเองที่มีเวลาให้ลูกไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องออกไปขายของที่ตลาด เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูก 3 คน ด้วยตัวคนเดียว

 

          ทั้งนี้ ตนได้แยกทางกับสามีมาหลายปีแล้ว พอขายของเสร็จก็จะกลับบ้านมาช่วงค่ำ จึงอยากจะฝากให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองท่านอื่นๆ ควรใส่ใจดูแลลูกให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์เหมือนตน เพราะทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้นไม่อาจจะย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้

 

Cr : Sanook

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: