ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เริ่มแล้วปฎิบัติการรื้อถอนและเคลื่อนย้าย บ้านลอยน้ำ กลางทะเลอันดามัน

เริ่มแล้วปฎิบัติการรื้อถอนและเคลื่อนย้าย บ้านลอยน้ำ กลางทะเลอันดามัน

        บริเวณหลักเทียบเรือ ทัพเรือภาคที่ 3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล. ภาค 3 ) ภายใต้การสั่งการของพล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 นำโดยพลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการ และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำ กลางทะเลภูเก็ตตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งมีการโฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดดังกล่าว มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต นำหน่วยงานราชการใน ศรชล.ภาค 3 และจังหวัดภูเก็ต มีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมด้วย ตลอดจนสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ลงเรือหลวงศรีราชา ซึ่งเป็นเรือฐานในการกำกับควบคุมการปฏิบัติการรื้อถอนเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำ เพื่อเดินทางไปกลางทะเลห่างจากเกาะภูเก็ตไปประมาณ 22 กิโลเมตร เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำ ซึ่งเป็นของกลางคดี กระทำการใด ๆ เพื่อให้ประเทศชาติหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 กลับเข้าฝั่ง หลังจากทัพเรือภาคที่ 3 และ ศรชล. ภาค 3 ได้เข้าไปสำรวจ 2 ครั้งและพบว่า มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หากปล่อยไว้อาจจะเกิดปัญหาตามมา จึงได้ใช้อำนาจกฎหมาย ศรชล. ในการดำเนินการ

        สำหรับการรื้อถอนบ้านลอยน้ำดังกล่าว นั้นมีการจัดเรือทั้งหมด 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงศรีราชา เป็นเรือฐานในการกำกับควบคุมการปฏิบัติการ โดยมีพลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการ และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการ ส่วนเรือลำเลียง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตัวบ้านหรือวัตถุลอยน้ำ 8 เหลี่ยม จะใช้เรือหลวงมันในบรรทุกกลับขึ้นฝั่ง เนื่องจากวัตถุดังกล่าวเป็นไฟเบอร์ หากใช้วิธีการลากอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ กับตัวฐานหรือเดือย จะใช้เรือหลวงริ้น ซึ่งมีขีดความสามารถในการลากจูงทำการลากกลับเข้าฝั่ง ทั้งนี้ ในการดำเนินการทุกขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่เทคนิคของกองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา ร่วมกับผู้ที่มีความรู้ในการประกอบบ้านลอยน้ำ คอยให้คำแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ขณะเดียวกันได้มีการเตรียมถังลอยและถังพยุง ไว้กรณีเกิดการขัดข้องหรือต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ ซึ่งภายหลังการเคลื่อนย้ายกลับมายังฝั่งแล้ว เบื้องต้นจะนำมาเก็บรักษาไว้ที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต โดยมอบหมายให้ทางเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรตำบลวิชิต ในการดูแลรักษาร่วมกับทางจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเป็นวัตถุพยานสำคัญในคดี นอกจากนี้ก่อน การรื้อถอนและเคลื่อนย้ายจะมีการทำบันทึกรายการ สิ่งของต่างๆ ที่ตรวจพบภายในบ้านลอยน้ำ เพื่อให้ผู้ที่จะมาแสดงตัวเป็นเจ้าของมาตรวจสอบ

     

   พลเรือตรี วิธนรัชต์ คชเสนี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการ และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำ กล่าวว่า จากกรณีที่มีคู่สามีภรรยาชายชาวต่างชาติ และภรรยาชาวไทย ได้ร่วมกันดำนิการให้มีการจัดสร้างสิ่งปลูกสร้างแบบลอยน้ำได้ เป็นที่พักอาศัยตามแนวทาง Seasteading และได้มีการนำไปติดตั้งนอกชายฝั่งทะเลจังหวัดภูเก็ต ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี พ.ศ. 2525 ระบุไว้ว่า เขตเศรษฐกิจจำเพาะถือว่าอยู่ในเขตอำนาจและสิทธิอธิปไตยของไทย ประกอบการมีการประกาศผ่านสื่อออนไลน์ว่า เป็นรัฐอิสระไม่อยู่ในอำนาจศาลหรือกฎหมายของรัฐใด รวมถึงประเทศไทยด้วย รวมทั้งยังได้มีการเชิญชวนให้ผู้สนใจมาร่วมกันจัดตั้งก่อที่พักอาศัยในลักษณะเช่นนี้เป็นอาณานิคมปกครองตนเอง ทางทัพเรือภาคที่ 3 มีหน้าที่ภารกิจความรับผิดชอบในการรักษาเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล รวมทั้งพื้นที่ในทะเลในเขตเศรษฐกิจจำเพาะในทะเล ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำผิดทำให้เอกราชของประเทศไทยบางส่วนเสื่อมเสียลง จึงได้เข้าแจ้งความไว้กับ สภ.วิชิต “ ในการปฏิบัติการเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำนั้น จะมีเจ้าหน้ากองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา โดยคำแนะนำของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมาตั้งแต่ต้นมาให้คำแนะนำ ร่วมกับชุดประดาน้ำ ทัพเรือพังงา และชุดปฎิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3ซึ่งเป็นหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล และทำการแยกชิ้นส่วนวัตถุออกจากกันระหว่างตัวที่พักอาศัยซึ่งเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมกว้างประมาณ 6 เมตร แยกจากตัวเสาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร เมื่อแยกเสร็จเรียบร้อยแล้วเรือหลวงมันใน ซึ่งเป็นเรือระบายพลขนาดใหญ่ จะทำหน้าที่ในการบรรทุกวัตถุลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง และเรือหลวงริ้น ซึ่งเป็นเรือลากจูงขนาดกลาง จะทำหน้าที่ในการลากจูงส่วนที่เป็นเดือยตัวฐานที่ตั้งของวัตถุลอยน้ำ กลับเข้าฝั่ง และในส่วนของเรือหลวงศรีราชา จะทำหน้าที่เป็นเรือบัญชาการควบคุมการปฏิบัติการเคลื่อนย้ายทั้งหมด คาดว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณครึ่งวัน โดยในการปฏิบัติการจะให้ความสำคัญและคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลอย่างสูงสุด” พลเรือตรี วิธนรัชต์ กล่าว และว่า เมื่อทำการลากจูงและเคลื่อนย้ายวัตถุลอยน้ำ เข้าสู่ฝั่งเรียบร้อย ได้มีการประสานงานกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เบื้องต้นกำหนดเก็บรักษาวัตถุพยานไว้บริเวณท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: