ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

(คลิป) ชายหัวร้อน ตบหน้ากระเป๋ารถเมล์ หลังต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น

 

(คลิป) ชายหัวร้อน ตบหน้ากระเป๋ารถเมล์ หลังต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น

 

          วันที่ 25 เมษายน 2562 นางสนธิ์ อายุ 54 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน จากเหตุถูกชายวัย 30 ปี ตบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่อยู่บนรถเมล์สาย 95 ระหว่างอู่บางเขน - รามคำแหง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา

 

          จากการสอบสวนนางสนธิ์ ผู้เสียหายให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังปฎิบัติหน้าที่เก็บเงินอยู่บนรถเมล์สาย 95 ขณะนั้นรถได้วิ่งมาถึงที่ป้ายรถประจำทางตลาด กม.4 รามอินทรา ได้มีชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดโปโล แขนสั้น สีแดง ขึ้นมานั่งบนรถ จึงได้เดินไปเก็บเงินตามปกติ จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ยื่นเงินมาให้ 6 บาท 50 สตางค์ ตนจึงได้บอกกลับไปว่า ตอนนี้ค่าโดยสารขึ้นแล้วเป็น 8 บาท แต่ผู้โดยสารกลับไม่พอใจแล้วกล่าวว่า “ขอกูดีๆก็ได้กูมีเงิน” ทำให้เกิดการโต้เถียงกันขึ้น จนผู้โดยสารบอกว่า “เดี๋ยวกูตบเลยนะ” พร้อมง้างมืออยู่หลายครั้ง แล้วตบลงมาที่ใบหน้า 1 ครั้ง โชคดีที่มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยห้าม

 

          จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เหลือบไปเห็นว่ามีผู้หญิงถ่ายคลิปอยู่ด้านล่างจึงวิ่งลงไปเพื่อที่จะเอาเรื่อง แต่ผู้หญิงถ่ายคลิปได้ขึ้นรถจยย. หนีได้ทัน ต่อมาได้ได้มีรถเมล์ สาย 95ก ผ่านมาผู้โดยสารคนดังกล่าวจึงรีบขึ้นรถหลบหนีได้ทันที จากนั้นตนจึงได้แจ้งให้หัวหน้างานทราบถึงเรื่องดังกล่าว และเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน

 

          นางสนธิ์ กล่าวต่อว่าตนไม่เคยรู้จักกับผู้โดยสารคนดังกล่าวมาก่อนแล้วก็พบว่ามาใช้บริการรถโดยสารสาย 95 ที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ทราบจากเพื่อนร่วมงานว่าก่อนหน้านี้เคยมีชายที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายตรงกับผู้โดยสารคนนี้ เคยเข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย พนักงาน (ขสมก.) ที่อู่รถประจำทางบางเขน มาแล้ว และถูกก็เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ดำเนินคดีไปแล้ว

 

          ด้าน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหายและตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่สืบสวน สน.บางเขน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

Cr : Sanook

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: