ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

สาวม.5 โดนเพื่อนชายเล่นแรง เตะก้น ล้มหน้าแหก ตาหวิดบอด


สาวม.5 โดนเพื่อนชายเล่นแรง เตะก้น ล้มหน้าแหก ตาหวิดบอด

 

วันที่ 4 ก.ค. กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพหลานสาวซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.5 สวมเสื้อนักเรียนเปื้อนเลือดหลังได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่บริเวณใบหน้าและแขน ถูกเย็บไปมากถึง 17 เข็ม โดยระบุข้อมูลเบื้องต้นว่า หลานสาวได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ปกครองของคู่กรณีกลับระบุว่าเป็นเรื่องของเด็กเล่นกันเท่านั้น

โดยน.ส.สอง (นามสมมุติ) เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เรื่องเกิดเมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงพักคาบเรียน ตนกำลังจะเดินไปหาน้องที่รู้จักกันที่ ห้อง ม.4/1 ซึ่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว

เมื่อตนเดินไปถึง คู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนในห้องเรียนเดียวกันยืนอยู่บริเวณดังกล่าว จังหวะกำลังเดินผ่าน จู่ๆ คู่กรณีได้ยกเท้าขึ้นมาเตะก้นตนอย่างแรง ตนตกใจและโกรธมาก จึงต้องการจะเอาคืน จึงหันไปคว้ามือคู่กรณีเพื่อจะสู้ จนเกิดเหตุการณ์ดึงแขนกันไปมา จนตนหมดแรง

เป็นจังหวะที่คู่กรณียังมีแรงเหวี่ยงตน ทำให้ตนล้มศีรษะฟาดเข้ากับประตูห้องเรียนของน้อง ม.4 จนกระจกแตก และบาดเข้าที่หน้าและแขน มีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก นาทีนั้นทุกคนตกใจ ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็มึนงงจากแรงกระแทก

สังเกตเห็นเพื่อนผู้ชายคู่กรณี มีอาการหยุดนิ่งเช่นกัน ก่อนที่จะเข้ามาช่วยพยุงตนไปนั่ง ได้ยินเสียงใกล้ๆว่า ไม่น่าทำแบบนี้เลย แต่ไม่มีคำขอโทษจากปากเพื่อน หลังเกิดเหตุคุณครูและเพื่อนคนอื่นมาช่วยกดแผลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จากนั้นเรียกรถพยาบาลมารับไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อเย็บแผล จนถึงขณะนี้คู่กรณียังไม่ได้มาขอโทษต่อหน้า เพียงแค่ส่งข้อความมาขอโทษ และบอกเรื่องการบ้านที่คุณครูสั่งเหมือนกับเพื่อนคนอื่นที่มาบอกเรื่องเรียนเท่านั้น

 

พบว่า น.ส.สอง บาดแผลที่ใบหน้ายังคงบวมอักเสบ และแขนขวาข้างถนัดมีอาการบวมและตึง ไม่สามารถงอแขนได้ โดยบาดแผลทั้งหมด แพทย์ได้ทำการเย็บรวม 17 เข็ม ประกอบด้วย แก้มซ้าย 3 เข็ม ใต้คาง 5 เข็ม และที่แขนขวาอีก 9 เข็ม ซึ่งน้อง ม.5 ยังคงพูดลำบากเพราะยังเจ็บแผลที่แก้มอยู่

ตั้งแต่เกิดเหตุผ่านไปเกือบ1สับดาห์แล้ว ตนต้องเสียการเรียน ต้องหยุดการเรียนไปแล้ว 4 วัน ช่วงวันสองวันแรก แผลปวดบวมอักเสบมาก กินอะไรไม่ได้เลย กินได้เพียงดื่มน้ำหวานเพื่อแก้หิว เวลากลางคืนก็นอนไม่หลับเพราะปวดแผลจนตื่นทั้งคืน

ขณะที่ แม่ของน้องสอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผู้ปกครองของเพื่อนลูกที่เป็นคู่กรณี ได้เสนอให้ความช่วยเหลือให้เงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อขอให้จบเรื่องนี้ แต่ตนไม่ขอรับ เพราะมองว่าลูกสาวคนเดียวต้องบาดเจ็บขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น เหตุที่เกิดขึ้นเกือบทำให้คนสูญเสียอนาคตไปได้เลย เพียงอีกแค่นิดเดียวลูกอาจจะตาบอดหรือเสียชีวิตได้

CR. - khaosod, amarintv

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: