ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ชาวโพนสา วอน ตร.ช่วยตามจับฆาตกรโหดที่ราดน้ำมันเผาทั้งเป็นพระมาดำเนินคดี


ชาวโพนสา วอน ตร.ช่วยตามจับฆาตกรโหดที่ราดน้ำมันเผาทั้งเป็นพระมาดำเนินคดี

     จากกรณีมีคนร้ายบุกเข้าไปในสำนักปฏิบัติธรรมพระประเสริฐเกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง หมู่ที่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แล้วราดน้ำมันเผาทั้งเป็นพระสมจิตร เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี พระนักบุญที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เจ้าของสำนักมรณภาพคากุฎี คนร้ายหวังเผาศพอำพราง แต่ไฟไม่ลุกไหม้ศพเพียงไหม้ผิวหนังและสบงอังสะ ส่วนกุฎิก็ไหม้เพียงพรมปูพื้นและผ้าม่าน  ตำรวจตั้งประเด็นการฆาตกรรมสาเหตุขัดผลประโยชน์ เกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา  

ล่าสุด นายแสงเพชร โพธิรัตน์ กำนันตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พร้อมผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เพื่อเข้าเยี่ยม นางดอกไม้ โพธิรัตน์ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นแม่ ของพระสมจิตร(หลวงพ่อแตง) โดย นางดอกไม้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจและเสียใจ เพราะพระสมจิต เป็นคนดี ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน และเป็นคนตรงไปตรงมา โดยญาติบางส่วนได้เดินทางไปที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ แล้ว “อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตามจับคนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ในเร็ววัน เพราะคนที่ทำจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตมาก ทำได้แม้กระทั่งกับพระ ทุกคนในครอบครัวเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับพระสมจิต พระสมจิตรเป็นคนดี ที่ผ่านมาเมื่อพระสมจิต เดินทางมาที่อำเภอท่าบ่อ ก็จะแวะเยี่ยมแม่อยู่เป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตนจะเดินทางไปในวันฌาปนกิจ
 
สำหรับประวัติของ พระสมจิตร เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต หรือนายสมจิตร เกิดทรัพย์ บิดาคือ นายอุบล เกิดทรัพย์ (เสียชีวิตแล้ว) มารดาคือนางดอกไม้ โพธิรัตน์ ได้อุปสมบทครั้งแรกที่วัดดอนโพธิ์ ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อ พ.ศ.2531  ก่อนที่จะเดินไปสร้างสำนักสงฆ์ที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
 
ด้าน พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา ผกก.สภ.โซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เปิดเผยว่าภายหลังจากเกิดเหตุการณ์มีคนร้ายบุกเข้าไปในสำนักปฏิบัติธรรมของพระประเสริฐเกิดผลที่หมู่บ้าน โพนทองหมู่ที่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย และก็ใช้ผ้าชุบน้ำมันโซล่าโยนเข้าไปในกุฏิซึ่งพระได้จำวัดอยู่ภายในกุฏิทำให้ไฟโหมลุกไหม้ที่นอนและพรมปูพื้นทำให้พระสมจิตร ขันติธโร นามสกุล เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นพระนักบุญที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านจนมีชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก เกิดสำลักควันไฟมรณภาพอยู่ภายในกุฏิ
 
โดยตื่นเช้ามีพระลูกศิษย์จะออกบิณฑบาตมาพบควันไฟที่กำลังควันฟุ้งกระจายออกมา จึงได้เรียกหลวงพ่อเจ้าอาวาสแต่ไม่มีการตอบรับจึงได้พังทุบกระจกประตูเข้าไปพบว่าเจ้าอาวาสได้มรณภาพแล้ว จากนั้นได้แจ้งให้ชาวบ้านให้ทราบ ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬและชุดสืบสวน สภ.โซ่พิสัย ได้ลงพื้นที่หาข่าว ตั้งประเด็นเป็นการฆาตกรรมประสงค์เอาชีวิต ไม่ประสงค์เอาทรัพย์สิน จากการขัดผลประโยชน์เนื่องจากมีเงินซองผ้าป่าที่คณะกรรมการทำใบฎีกาไปบุกบุญญาติโยมทางกรุงเทพฯ แต่ว่าเงินที่ได้มาจึงไม่สมน้ำสมเนื้อหรือได้น้อยเกินไปทำให้หลวงพ่อไม่สบายใจ จนมีปากเสียงกับญาติโยมคนใกล้ชิด หลังเกิดเหตุได้นำผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดมาก่อน 2 คนและก็พระลูกศิษย์มาตรวจหาเนื้อเยื่อในช่องปากเพื่อเปรียบเทียบ DNA กับเลือดที่ติดในกำแพงกุฏิ หลังกลุ่มคนร้ายทุบกระจกหน้าต่างนำผ้าเหลืองชุบน้ำมันโซ่ล่าเข้าไปภายในห้องนอนพระ ทำให้หลวงพ่อสำลักควันมรณภาพดังกล่าว


พ.ต.อ.ชัยยุทธ ผกก.สภ.โซ่พิสัย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีไม่ต่ำกว่า 2-3 คน เนื่องจากทิ้งหลักฐานไว้ในอยู่ข้างกุฏิก็คือหมวก 2 ใบ คือมีหมวกโม่งไหมพรมและหมวกปีกที่มีผ้ากันแดดกันลมล้อมด้านรวมทั้งปิดปากปิดจมูกด้วย มีรอยไหม้ติดไฟจากการจุดไฟเผาผ้าชุบน้ำมันที่โยนเข้าไปในห้องพระที่นอนหรือจำวัดอยู่ โดยพบไม้พันด้วยผ้าเหลืองชุบน้ำมัน ตกอยู่ในห้องนอน 2 อันจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผลการชันสูตรของภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แจ้งมาว่าพระผู้ตายไม่มีบาดแผลตามร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนที่ปอดมีควันไฟเต็มอยู่จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าการเสียชีวิตเกิดจากการสำลักควันไฟ จึงสันนิษฐานว่าการฆาตกรรมครั้งนี้ได้กระทำโดยกลุ่มคนร้ายที่ทุบกระจกหน้าต่างแล้วก็จุดไฟจากไม้ชุบน้ำมันโซล่าโยนเข้าไปในห้องนอนของพระทำให้ต้องดิ้นทุรนทุรายหาที่หลบแต่ก็ไม่สามารถหลบควันไฟได้ จึงได้มรณภาพที่หน้าห้องเก็บของและหน้าห้องน้ำซึ่งอยู่ใกล้กัน
 
นอกจากนี้ประเด็นการฆาตกรรมเพิ่มเติมที่ตั้งเอาไว้จากเดิมว่า เป็นการขัดผลประโยชน์ จึงเพิ่มเข้ามาอีก 2 ประเด็นรวมเป็น 3 คือ เรื่องของชู้สาว โดยเฉพาะหลวงพ่อนอกจากทำยาสมุนไพร ปราบผีปราบมาร ปราบคุณไสยและก็ยัง ทำเสน่ห์ยาแฝดอาจจะทำให้สามีภรรยาทะเลาะกันหรือหึงหวงกัน และประเด็นที่ 3 คือการกู้ยืมเงิน ซึ่งหลวงพ่อผู้ตายเป็นผู้ที่มีเงินพอสมควรฝากเงินตามธนาคารต่างๆ เกือบทุกธนาคาร อาจจะมีการให้ลูกศิษย์หรือชาวบ้านกู้ยืมเงินไป ทำให้เกิดการฆาตกรรมหรือฆ่าเพื่อชำระหนี้ก็เป็นได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 ชุดประกอบไปด้วย ชุดสืบสวนสอบสวนของภูธรจังหวัด ชุดสืบสวนของ สภ.โซ่พิสัย เอง ชุดสืบสวนภูธรภาค 4 และตำรวจ กก.3 กองปราบปราม เข้ามาช่วยหาหลักฐานคลี่คลายคดีคาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วๆนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: