ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

อุทาหรณ์ สาวปวดหัวไม่ไปหาหมอ ซื้อยามากินเอง สุดท้ายช็อกดับ

 

อุทาหรณ์ สาวปวดหัวไม่ไปหาหมอ ซื้อยามากินเอง สุดท้ายช็อกดับ

 

          ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวของน้องสาว ซึ่งมีอาการปวดหัวเหมือนไมเกรน และซื้อยามากินเองต่อเนื่องเป็นเวลาปีกว่า โดยไม่ได้ไปหาหมอ จากนั้นเกิดอาการช็อก จนไม่นานก็เสียชีวิต

 

          ล่าสุด วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดทุ่งขวาง หมู่ 12 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ได้พบกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต จึงได้สอบถามหาข้อมูลด้านนายวิเชียร นางบุลธิตา พ่อแม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ปกติผู้เสียชีวิตคือ นางสาวจิดาภา มีร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว มีเพียงระยะให้หลังราว 6 เดือนที่ผ่านมา จะมีอาการปวดหัวระหว่างมีรอบเดือน จึงไปซื้อยามารับประทานเองจากร้านยาในตลาดอำเภอพนัสนิคม แต่ก็จะใช้ระหว่างที่มีอาการปวดประจำเดือนเท่านั้น

 

          จนกระทั่งเมื่อช่วงสายวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะถูกส่งตัวรักษาต่อที่อีกโรงพยาบาล จนกระทั่งเสียชีวิต เมื่อเวลา 6 โมงเย็นของวันเดียวกัน ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตของนางสาวจิดาภา และอยากให้เรื่องยุติเพียงเท่านี้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตจะมาจากอะไรนั้นทางครอบครัวไม่อยากให้เรื่องยืดยาว แต่ก็อยากฝากเตือนเกี่ยวกับการไปซื้อหายามารับประทานเอง ถึงแม้จะมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยก็ตามที

 

          ด้าน นางสาวชุดาภา อายุ 28 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ระยะหลังน้องสาวแชทมาคุยด้วยบ่อยๆ ก็จะพูดถึงอาการปวดหัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตนเองในฐานะพี่ก็แนะนำให้ไปพบแพทย์แค่น้องก็ไม่ยอมไป จนกระทั่งล่าสุดตอนบ่ายของวันที่ 4 สิงหาคม น้องสาวบอกว่ามีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่น และปวดหัว กำลังไปพบแพทย์ ตนเองก็เห็นด้วยและสนับสนุน จึงได้ตามไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ภายหลังน้องสาวมีอาการทรุดหนักถูกส่งไปรักษาตัวต่อจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางแพทย์ได้บอกว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากภาวะหัวใจล้มเหลว

 

          หลังจากนั้นตนจึงได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยในเฟซบุ๊กส่วนตัว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางโลกโซเซียล ซึ่งความรู้สึกของตนเองก็คล้ายกับคุณพ่อคุณแม่ คืออยากให้เรื่องจบเพียงเท่านี้ พร้อมกับเตือนให้ระวังเรื่องการซื้อยามารับประทานเอง

 

 

Cr : Sanook

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: