ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

สระแก้ว น้ำป่าหลากท่วม 4 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน

 

สระแก้ว น้ำป่าหลากท่วม 4 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน

 

          ฝนตกหนักติดต่อกันสองวัน ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม 4 หมู่บ้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชาวบ้านและเด็กนักเรียนได้รับความเดือดร้อน นายอำเภอพร้อมผู้นำหมู่บ้านเข้าให้การช่วยเหลือ ล่าสุดพบว่า ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รถเล็กไม่สามารถวิ่งสัญจรไปมาได้

 

          ที่บ้านหันทราย ต.หันทราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ พร้อมด้วย นายศักดิ์สิทธิ์ ธนจำรัส กำนันตำบลหันทรายและผู้นำชุมชนต่างๆ นั่งรถยนต์ไถนาลุยน้ำเข้าสำรวจพื้นที่น้ำท่วมในพื้นที่ ต.หันทราย ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกติดต่อกันมาเป็นเวลา 2 วัน ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำฝนจากเทือกเขาอีด่าง และเทือกเขาพรมสุวรรณ ไหลลงมายังพื้นที่ ต.หันทราย จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายหมู่บ้าน

 

          จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ,ม.2, ม.5 และ ม.6 ต.หันทราย ได้รับผลกระทบ บ้านเรือนหลายถูกน้ำท่วมชั้นล่างจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันขนย้ายเก็บข้าวของที่มีค่าขึ้นไปไว้ชั้นบน และน้ำได้ท่วมเส้นทางตามถนน ซอยของหมู่บ้าน ระดับน้ำสูง ตั้งแต่ 10-70 ซม. ทำให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนเดินทางออกจากบ้านด้วยความลำบาก

           ผู้นำหมู่บ้านต้องใช้รถยนต์ไถนาวิ่งรับ-ส่ง ชาวบ้านออกมาทำงานและนักเรียนไปโรงเรียนตลอดทั้งวัน ล่าสุดพบว่า ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากในวันนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอีกสถานการณ์น้ำท่วม 4 หมู่บ้านของตำบลหันทราย คงจะเดือดร้อนกันไปอีกหลายวัน

 

          ทางด้าน นายศักดิ์สิทธิ์ ธนจำรัส กำนันตำบลหันทราย เปิดเผยว่า เกิดเหตุน้ำท่วม 4 หมู่บ้านของตำบลหันทราย ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะปริมาณน้ำไหลมาเร็วมากจนชาวบ้านเก็บข้าวของไม่ทัน รถเล็กไม่สามารถวิ่งสัญจรไปมาได้ ผู้นำหมู่บ้านต้องระดมรถยนต์ไถนาในหมู่บ้านออกมาวิ่งรับ-ส่ง ชาวบ้านและเด็กนักเรียน ที่จะเดินทางออกจากหมู่บ้าน คาดว่า ต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายวันกว่าน้ำจะลดลงหมด เนื่องจากน้ำไหลระบายลงสู่คลองธรรมชาติได้ช้ามาก เพราะมีการถมดินปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆ กีดขวางทางน้ำ ทางนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: