ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ตร.รวบแม่ทิ้งศพทารกข้างแมนชั่น เผยทำงานเป็น ผช.พยาบาล


ตร.รวบแม่ทิ้งศพทารกข้างแมนชั่น เผยทำงานเป็น ผช.พยาบาล


     จากกรณี ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะเทศบาลนครนนทบุรี ว่าพบศพเด็กทารกอยู่ในถังขยะข้างแมนชั่นแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบศพทารกเพศชายสวมใส่ชุดสีส้ม ใส่ผ้าอ้อมสําเร็จรูป มีผ้าขนหนูสีฟ้าห่อตัวไว้ ใส่มาในถุงหูหิ้วสีฟ้าลายการ์ตูน มีเอกสารใบแจ้งหนี้ต่าง ๆ ระบุชื่อ น.ส.กัญญาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


     ล่าสุดวันที่ 28 เม.ย. พ.ต.ท.อัศม์เดช มุ่งลือ รองผกก.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. หลังจากตรวจสอบพบว่า น.ส.กัญญาภรณ์ เป็นแม่ของเด็กที่เสียชีวิต ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จึงเดินทางไปเชิญตัว น.ส.กัญญาภรณ์ มาสอบสวนที่โรงพัก



     จากการสอบสวน น.ส.กัญญาภรณ์ กล่าวว่า ตนทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล แผนกเด็ก และเลิกกับสามีตั้งแต่ท้องได้ 2 เดือน โดยพักอยู่ที่แมนชั่นที่พบศพทารกดังกล่าว เพียงคนเดียว กระทั่งวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเจ็บท้องจะคลอด จึงโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือ ก่อนจะมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามารับนำส่งและคลอดลูกเพศชาย


     น.ส.กัญญาภรณ์ กล่าวต่อว่า แต่แพทย์แจ้งว่า ลูกร่างกายไม่แข็งแรง ตนนอนพักอยู่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จนถึงวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งได้ออกจากโรงพยาบาลกลับมาที่ห้องพร้อมลูก ต่อมาวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงนำลูกเดินทางกลับบ้านเพื่อนำไปให้แม่เป็นคนเลี้ยงให้ แต่เนื่องจากแม่และพ่ออายุเยอะ จึงตัดสินใจพาลูกกลับมาอยู่ห้องด้วยกันตามลำพัง


     "ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. เวลา 20.00 น. ดิฉันนอนให้นมลูกและเผลอหลับไป ตื่นมาตอนตี 4 ของวันที่ 27 เม.ย. พบว่าลูกเสียชีวิต ดิฉันทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจนำศพลูกใส่ถุงพลาสติก และนำไปทิ้งในถังขยะข้างแมนชั่น" น.ส.กัญญาภรณ์ กล่าว


     ด้าน พ.ต.อ.ธีรวัจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนตรวจสอบหาพยานหลักฐาน จนทราบว่า น.ส. กัญญาภรณ์ คือแม่ของเด็ก และได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าลูกตัวเอง แต่ลูกไม่แข็งแรงและเสียชีวิตเอง เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา ปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงนนทบุรี


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: