ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

หนุ่มเหวอ จีบสาวผ่านเฟสบุ๊กโดนหลอกโอนเงิน สูญนับแสน จับโป๊ะรูปไม่ตรงปก


หนุ่มเหวอ จีบสาวผ่านเฟสบุ๊กโดนหลอกโอนเงิน สูญนับแสน จับโป๊ะรูปไม่ตรงปก


     วันที่ 4 พ.ค. นายสุดปิติ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาว จ.ขอนแก่น นำภาพโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กของหญิงสาวร่วงอวบ พร้อมโปรไฟล์เฟซบุ๊กของสาวหุ่นดีที่ถูกสาวร่างอวบนำไปแอบอ้างว่าเป็นตัวเองแล้วหลอกคุยกัน จนหลงเชื่อและสูญเงินไปกว่า 1 แสนบาท เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อแจ้งเตือนหนุ่มๆรายอื่นๆไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งเร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


     นายสุดปิติ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. 2561 ขณะนั้นตนได้เล่นเฟซบุ๊กและแอดไปหาสาวๆตามประสาคนโสด จนกระทั่งพบผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “พราว” ซึ่งใช้รูปภาพโปรไฟล์หน้าตาดี จึงได้แอดเพื่อนไปแล้วเข้าไปทักทาย จึงได้มีการพูดคุยกันสักพักแต่ยังไม่ใช่เป็นการจีบ เป็นการพูดคุยธรรมดาแล้วก็หยุดคุยเงียบหายไป



     ต่อมาราว เดือน ต.ค.2562 ได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง เริ่มคุยกันมากขึ้นจนมีการพูดจาแบบจีบกันตามประสาหนุ่มสาว ขณะนั้นทราบเพียงว่าหญิงรายดังกล่าวที่คุยด้วยเป็นนักธุรกิจเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่ จ.ชลบุรี หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยติดต่อกันเรื่อยมา ทั้งการส่งข้อความการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ มีการชวนกันไปเที่ยวที่เกาะจิก จ.ชลบุรี โดยฝ่ายหญิงเป็นคนหาที่พัก เมื่อได้ที่พักแล้วหญิงรายดังกล่าวก็แจ้งมาตนเองจึงโอนเงินค่าเช่าห้องพักไปให้ฝ่ายหญิงเป็นคนจัดการ


     ตลอดเวลาที่คุยกันฝ่ายหญิงนั้น เจ้าตัวจะไม่ขอเงินตรงๆ แต่จะเป็นการพูดคุยกันเกี่ยวกับจะซื้อของแบบคู่รักหนุ่มสาว ทั้งเสื้อคู่ แหวนคู่ กำไรคู่ และอื่นๆอีกจำนวนมาก เฉลี่ยแล้วเป็นเงินครั้งละ 3,000-4,000 บาท มากสุดคือซื้อกำไรราคากว่า 14,000 บาท โดยการโอนผ่านแอพธนาคาร ซึ่งจะมีสลิปการโอนเงินเก็บไว้ตลอด


     หลายครั้งที่ตนขอคุยแบบเห็นหน้าด้วยการวีดีโอคอล ฝ่ายหญิงก็จะบ่ายเบี่ยงอ้างว่ายังไม่พร้อมขอเจอหน้า ไว้เจอทีเดียวในตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน และพอถึงวันนัดที่จะไปเที่ยวด้วยกันที่เกาะจิก ได้เดินทางไปแต่ปรากฏว่าเกาะจิกปิดไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า จึงบอกฝ่ายหญิงว่าขอไปหาที่บ้าน แต่ก็ถูกปฏิเสธจึงต้องเดินทางกลับ



     นายสุดปิติ กล่าวอีกว่า จากนั้นตนเริ่มเอะใจว่าจะถูกหลอก จึงได้บอกฝ่ายหญิงว่าไม่มีเงินจะจ่ายให้แล้ว แต่ก็ยังคงมีการติดต่อพูดคุยกันตามเดิม แต่ก็พยายามจะขอคุยแบบวีดีโอคอลแต่ก็ถูกปฏิเสธบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด และพยายามสืบหาว่าโปรไฟล์ดังกล่าวเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม นอกจากนี้มีหลายครั้งที่คุยโทรศัพท์กันได้ยินเสียงเด็กเรียกชื่อฝ่ายหญิงว่าหมู พอถามไปก็ได้รับคำตอบว่าเป็นชื่อเรียกตอนเด็กในครอบครัว


     จนกระทั่งสืบเสาะหาตัวและพบตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวที่ปรากฏรูปในโปรไฟล์ “พราว” ซึ่งมีตัวตนจริงและเป็นนักธุรกิจที่มีครอบครัวแล้ว จึงได้มีการพูดคุยกัน จนทราบว่าคุณพราวถูกหญิงสาวอีกคนนำรูปมาใช้เป็นโปรไฟล์เพื่อหลอกลวงเอาเงินคนอื่น จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลของหญิงสาวรายดังกล่าวจนทราบว่าเป็นชาว อ.องครักษ์ จ.นครนายก จึงได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสืบสวนจับกุมดำเนินคดีกับหญิงสาวที่หลอกเอาเงินรวม 107,450 บาท


     ต่อมา วันที่ 24 เม.ย. ตนได้เบอร์โทรศัพท์ของหญิงรายนี้มา จึงให้ญาติโทรศัพท์ติดต่อสอบถามในเรื่องของเงินที่หลอกไป จนทราบว่าหญิงรายนี้ชื่อเล่นว่าหมิง รูปร่างอวบต่างจากในรูป และยอมรับว่า หลอกเอาเงินไปจริง เพราะจะเอาไปเลี้ยงดูพ่อที่ชราเพราะเงินเดือนที่ทำงานเลี้ยงดูคนชราเดือนละ 15,000บาท ไม่พอใช้ และจะพยายามผ่อนคืนให้ ญาติจึงให้มาพบเพื่อพูดคุยกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ในเร็วๆนี้



     จากนั้น นางสาวหมิงก็ตัดสายไป และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงตัดสินใจโพสเฟซบุ๊กตามหาตัวนางสาวหมิง เพื่อจะให้ตำรวจนำตัวมาสอบสวน แต่โดยส่วนตัวนั้นหากหญิงรายดังกล่าวขอโทษและสำนึกผิดก็พร้อมให้อภัย เพราะเชื่อว่าอาจจะมีความเดือดร้อนจริงๆ แต่ในส่วนของการกระทำความผิดก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย"


     นายสุดปิติ ยังบอกอีกว่า ที่ยอมให้ถูกหลอกนั้นไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เป็นเพราะว่าหลังจากที่รู้ตัวก็อยากจะจับผิดให้ได้ ด้วยการเล่นเกมส์หลอกล่อคำพูดทุกคำพูดให้เป็นหลักฐานมัดตัว จนสุดท้ายหญิงรายดังกล่าวก็ยอมรับออกมาซึ่งตนเองได้มีการอัดเสียงเอาไว้ในตอนที่หญิงรายนี้ให้การรับสารภาพว่าหลอกลวงตนเอง และเฟซบุ๊กที่ใช้นั้นแอบอ้างหญิงรูปร่างหน้าตาดีมาใช้เพื่อหลอกลวง และขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนหากไม่ได้เจอตัวจริงก็ให้เชื่อเลยว่าถูกหลอกอย่างแน่นอน


 


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: