ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

น้าสะใภ้ใจทราม! ลวงหลานสาววัย 13 กลางดึก ให้หนุ่มขืนใจในวัดจนท้อง


น้าสะใภ้ใจทราม! ลวงหลานสาววัย 13 กลางดึก ให้หนุ่มขืนใจในวัดจนท้อง


     วันที่ 7 พ.ค. นางหญิง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี และ นายสุ (นามสมมติ) อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นน้าสาวและเป็นปู่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นพดล กิ่งทอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าเรือ จ.กาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ หลัง ด.ญ.เอ ถูก นายแบงก์ อายุประมาณ 20 ปี ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราบนรถกระบะ ภายในวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร อ.ท่ามะกา จนตั้งท้อง



นางหญิง (นามสมมติ)


     นางหญิง ให้การว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค.62 โดยในคืนเกิดเหตุ น.ส.นุส ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของ ด.ญ.เอ ได้ปลุก ด.ญ.เอ ขึ้นมาช่วงกลางดึกประมาณตีสอง ขอให้ออกไปเป็นเพื่อนเพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยว และบอกว่าจะมีเพื่อนชายของ น.ส.นุส ขับรถมารับที่ปากทางเข้าบ้าน


     ซึ่งในตอนแรก ด.ญ.เอ ไม่ยอมไปด้วย เนื่องจากกลัวว่าจะถูกย่าดุ แต่ น.ส.นุส ได้ชวนให้ ด.ญ.เอ ปีนหน้าต่างออกจากบ้าน เพื่อไม่ให้ย่ารู้ จากนั้นได้เดินไปขึ้นรถ เมื่อไปถึงรถกระบะที่มาจอดรอก็พบกับ นายแบงค์ เป็นคนขับรถและมีเพื่อนชายของ น.ส.นุส นั่งรออยู่ในรถ ก่อนจะเรียกให้ ด.ญ.เอ และ น.ส.นุส ขึ้นไปบนรถ จากนั้นนายแบงก์ ก็ได้ขับรถกระบะเข้าไปจอดที่บริเวณสนามหญ้า ภายในวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของ ด.ญ.เอ ประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนที่ น.ส.นุส และเพื่อนชายจะเดินลงไปจากรถ


     เมื่อ ด.ญ.เอ พยายามจะลงจากรถตามไป ก็ถูก น.ส.นุส ผลักให้กลับเข้าไปในรถ จากนั้น นายแบงก์ ได้ล็อกรถและจัดการข่มขืนกระทำชำเราบนรถกระบะคันดังกล่าวจนสำเร็จ ก่อนจะพาขับรถกลับมาส่งที่บ้าน ซึ่งหลังจากถูกข่มขืน ด.ญ.เอ ก็ไม่กล้าที่จะบอกใครเนื่องจากกลัวว่าจะถูกย่าตี จึงเก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับมาตลอด


     กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ย่าของ ด.ญ.เอ รู้สึกผิดสังเกต ว่าท้องของหลานเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ประกอบกับผ้าอนามัยที่ย่าซื้อไว้ให้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ ย่าจึงเค้นถามและไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้ตรวจ จนพบว่า ด.ญ.เอ ตั้งครรภ์ ด.ญ.เอ จึงยอมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับย่าฟัง จากนั้นย่าจึงได้มาปรึกษากับครอบครัวจนนำมาสู่การแจ้งความ


     ทั้งนี้หลังเดินทางเข้าแจ้งความเสร็จเรียบร้อย ปรากฏว่า นายแบงก์ ซึ่งทราบข่าวจาก น.ส.นุส ที่ได้ย้ายออกจากบ้านไปแล้ว จึงได้โทรศัพท์เข้ามาหาย่าของ ด.ญ.เอ พร้อมพูดจาข่มขู่ถึงเรื่องที่ครอบครัวไปแจ้งความ ทำให้ ด.ญ.เอ และย่าเกิดความหวาดกลัว เนื่องจากอาศัยอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง เกรงว่าอาจจะ ถูกนายแบงก์ และพรรคพวกเข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จึงได้ร้องเรียนไปยังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.ท่าเรือ



นายสุ (นามสมมติ)


     ขณะที่ นายสุ ปู่ของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องที่เกิดกับหลาน ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากและรู้สึกว่าหลานถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม และที่เจ็บใจที่สุดก็คือการที่ผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์เข้ามาข่มขู่จนเกิดความหวาดกลัว ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจจะคิดว่าครอบครัวของตนเป็นครอบครัวชาวบ้านที่อยู่ตามชนบทคงไม่สามารถจะเรียกร้องความเป็นธรรมหรือดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้ จึงมีพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายเช่นนี้


     ด้าน พ.ต.อ.สรวิชญ์ บัวกลิ่น ผกก.สภ.ท่าเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งตัว ด.ญ.เอ ไปตรวจร่างกายและตรวจการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาล จากนั้นจะได้นำตัวไปสอบถามข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลเอาผิดกับ นายแบงก์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้น จะตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กที่มีอายุ 13 ปี รวมถึงข้อหาพรากผู้เยาว์ และ หากพบว่ามีความผิดเข้าข่ายในข้อหาใดอีกก็จะได้ดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ ด้วยต่อไป


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: