ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

มอบตัวแล้ว! รปภ.ขี่รถชนจักรยาน ซ้ำต่อว่าก่อนเร่งเครื่องหนี สารภาพ รีบเข้าเวร


มอบตัวแล้ว! รปภ.ขี่รถชนจักรยาน ซ้ำต่อว่าก่อนเร่งเครื่องหนี สารภาพ รีบเข้าเวร


     กรณีคลิปจากภาพวงจรปิดอุบัติเหตุ ผู้หญิงรายหนึ่งกำลังปั่นจักรยานข้ามถนน ระหว่างนั้นได้ถูกรถจักรยานยนต์ พุ่งชนรถจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนขับจะหยุดรถและหันกลับมาต่อว่า และขี่ไปต่อ โดยไม่ใยดีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคลิปดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก



     ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ นางบุญเลี้ยง สิงห์สนั้น อายุ 53 ปี ผู้บาดเจ็บ และ นางสาว นวลฉวี วันทะนะ ลูกสาว ซึ่งเป็นคนโพสต์คลิปเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าในเรื่องที่เกิดขึ้น ภายหลังจากได้เข้าแจ้งความไป เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยนางบุญเลี้ยง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 พฤษภาคม ที่บริเวณ ปากซอยย่านสำโรง 21 ต.สำโรงเหนือ ในขณะที่ตนได้ปั้นจักรยานข้ามถนนไปซื้อของที่ตลาด ซึ่งตนได้มองทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้วเห็นว่าถนนโลง จึงได้ปั่นจักยานข้ามจนไปถึงกลางถนน และเห็นมีเพียงรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ขับมาทางด้านหลังตนคิดว่ารถจักรยายนต์จะเบี่ยงไปทางหลัง ซึ่งขณะนั้นข้ามมาอยู่กลางถนนแล้ว และสามารถหลบไปได้ แต่จักรยานยนต์กลับไม่ยอมหลบได้พุ่งตรงมาชนตนอย่างจัง จนตนกระเด็นตกจากรถลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุคนขับไม่ลงมาดู แต่กลับหันมาต่อว่าตนอีก ว่าข้ามถนนยังไงไม่ระวัง ก่อนที่จะเร่งเครื่องหลบหนี และมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้ตนมองว่าจะผิดอะไรก็ควรลงมาดูคนเจ็บก่อน เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร น้ำใจเป็นสิ่งสำคัญ



     ขณะเดียวกันทางด้าน  พ.ต.ท.ศิริมงคล สุขะปารมี รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ ทราบเรื่องจึงและตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายสัมฤทธิ์ สิทธิพรหม อายุ 44 ปี และทำงานเป็น รปภ. อยู่ในซอยด่านสำโรง จึงได้เดินทางไปเชิญตัวมาทำการสอบสวน
     โดยนายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ จากบ้านเพื่อไปเข้าเวร ระหว่างนั้นผู้บาดเจ็บ ปั่นจักรยานเลาะมาข้างถนนตัดหน้ารถตนกระชั้นชิด ตนเบรกแล้วแต่ไม่อยู่จึงได้พุ่งชน ทั้งนี้ตนเองยอมรับว่าชนจริง และก็ไม่อยากเอาเรื่องเอาราว ถึงตนจะเป็นฝ่ายถูก เพราะคู่กรณีตัดหน้า ก็อยากจะขอโทษ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ลงมาคุยเนื่องจากรีบไปทำงาน และเห็นว่าคู่กรณีไม่ได้เป็นอะไรมาก
     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายสัมฤทธิ์ ว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และไม่ให้การช่วยเหลือ ส่วนค่ารักษาทางคู่กรณียอมจ่ายให้เป็นเงิน 1 หมื่นบาท แต่ขอแบ่งจ่ายให้เป็น 2 งวด และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนทำการเปรียบเทียบปรับ และปล่อยตัวกลับไป



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: