ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

แห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวรอขึ้นเรือเฟอร์รี่แน่น ติดยาว 4 กม.


แห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวรอขึ้นเรือเฟอร์รี่แน่น ติดยาว 4 กม.


     วันที่ 4 ก.ค. ที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางยังเกาะช้าง เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังฝั่งเกาะช้าง ในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน เข้าพรรษา ทำให้ในช่วงเช้าวันนี้มีรถยนต์ต่อแถวรอเรือเฟอร์รี่รวมระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร เนื่องจากในช่วงเช้าเรือเฟอร์รี ออกเดินเรือได้เพียง 3 ลำ จากปัญหาน้ำทะเล และเมื่อน้ำทะเลขึ้น เรือเฟอร์รี่สามารถออกเดินเรือได้อีก 1 ลำ แต่ยังไม่สามารถระบายรถที่จอดสะสมได้มากนัก เพราะยังมีนักท่องเที่ยวเดินขับรถมาต่อแถวเพื่อลงดรออยู่ตลอดเวลา



     ขณะที่รถท่องเที่ยงบางคันฉวยโอกาสขับแซงที่จอดต่อแถวขึ้นไปเพื่อลงเรือ แต่ต้องผิดหวัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของท่าเรือเฟอร์รี่ ไม่ยอมให้แซง และให้ขับรถไปต่อแถวเหมือนเดิม นอกจากปัญหาการจอดรถรอลงเรือ ปัญหาการแซงคิวแล้ว ยังมีปัญหาการเรื่องสัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องขับรถแซงแถวขึ้นมา เพื่อเข้า-ออกบ้านหรือเข้า-ออกสถานที่ทำงาน สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวบางส่วนเช่นกัน


     นายนฤพล สินธุ์ประเสริฐ พนักงานขนส่งลูกกุ้งบริษัทแห่งหนึ่ง กล่าวว่า อยากให้มีการจัดระเบียบเรื่องการจอดรถของนักท่องเที่ยวที่จอดรอลงเรือให้ชิดซ้ายให้มากกว่านี้ เพราะที่มานักท่องเที่ยวจอดเต็มเลนบางคันก็จอดกินเลนเข้ามาอีกฝั่ง ทำให้การสัญจรของประชาชนหรือคนทำงานต้องขับรถด้วยความลำบาก เพราะไม่มีช่องว่างให้รถได้แซงและสวนกันได้ บางครั้งถึงขึ้นต้องทะเลาะกับนักท่องเที่ยว เพราะคิดว่าตนเองแซงคิว ทั้งที่ตนเองขับรถมาทำงาน



     ส่วนที่ท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยท์ ท่าเรือเฟอร์รี่อีก 1 แห่ง มีรถยนต์จำนวนมากมาต่อแถวเพื่อลงเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะช้าง จนรถนั้นล้นออกมาอยู่บนถนนสายแหลมงอบ-บางกระดาน อย่างไรก็ตาม มีรถยนต์นักท่องเที่ยวที่รอไม่ไหวจากท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ตัดสินมารอเรือที่ท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยท์แทน


     สำหรับการท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ใช้เรือเฟอร์รี่ทั้งหมด 4 คัน สามารถขนรถยนต์ได้ราว 150-200 คัน ในระยะเวลา 30 นาทีต่อเที่ยว ขณะที่ท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยท์ใช้เรือเฟอร์รี่ทั้งหมด 3 ลำ สามารถขนรถยนต์ได้ราว 80-100 คัน ในเวลาระยะ 45 นาทีต่อเที่ยว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: