ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

สลด! เก๋งชน จยย.เด็กสองพี่น้องดับ ครอบครัวช็อกล้มทั้งยืน คนขับหายตัว หนีความผิด


สลด! เก๋งชน จยย.เด็กสองพี่น้องดับ ครอบครัวช็อกล้มทั้งยืน คนขับหายตัว หนีความผิด


     เมื่อเวลา 10.15 น.วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ร.ต.อ.สมชาย มรรคโช ร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนสายสงขลา- นาทวี บ้านแหลมเคียน หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดกู้ภัยเขารูปช้าง



     ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กจ.9815 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนน สภาพรถ ด้านหน้าได้รับความเสียหายยับเยินกระจกด้านหน้าแตกบุบลงไป และด้านหน้ามีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 1 กร 9404 สงขลา โดนชนติดอยู่ทางด้านหน้ารถ และบนหลังคารถเก๋ง มีศพของเด็กหญิง ทิพามณี อุปมนต์ อายุ 15 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนหลังคารถ ส่วนน้องชายนั่งซ้อนท้ายมาด้วยกันคือ ด.ช.ทรงพล อุปมนต์ อายุ 13 ปี ทางชุดกู้ภัยเขารูปช้างนำขึ้นไปบนรถกู้ภัยขึ้นไปปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตในรถเนื่องจากในรถมีอุปกรณ์พร้อม หลังจากตรวจพบว่าชีพจร ด.ช.ทรงพล ยังเต้นอยู่และรีบนำส่งโรงพยาบาลสงขลาทันที



     จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงไม่มีคนเห็นในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ เพียงแต่หลังเกิดอุบัติเหตุแล้วทราบว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์รถชนจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิตเท่านั้น ส่วนรายละเอียดไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหากล้องวงจรปิดจากบ้านที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อจะได้ทราบสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้



     ในส่วนของคนขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ที่ชนกับจักรยานยนต์ในครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ซึ่งอาจจะมีการติดต่อกับทางบริษัทประกันภัยให้มาดำเนินการเนื่องจากรถมีประกันชั้น 1 อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานคนขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค เพื่อมาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา ต่อไป



     ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลสงขลาว่า ด.ช.ทรงพล อุปมนต์ น้องชายที่อยู่ในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสงขลาได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเวลา 16.15 น.ที่ผ่านมา สรุปว่า เสียชีวิต 2 ศพทั้งพี่สาวและน้องชาย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: