ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

"แกนนำพท." ถล่มคำสั่งคสช.ส่อเจตนาเลื่อนเลือกตั้ง


"แกนนำพท." ถล่มคำสั่งคสช.ส่อเจตนาเลื่อนเลือกตั้ง

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย 8 คน อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาเลขาธิการพรรค ,นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ,นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวคัดค้านการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 โดยนายชูศักดิ์ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 1.รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน การแก้ไขเพิ่มเติมต้องกระทำโดย สนช. การที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจแก้ไขเพิ่มเติมไม่อาจทำได้ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2.การออกคำสั่งดังกล่าวอาจเป็นการลบล้างกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ 3.เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพสมาชิกพรรคการเมือง ตั้งแต่การคงข้อห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง กำหนดให้รีเซ็ตสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิม กำหนดเงื่อนไขที่การดำเนินการต่างๆ ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช. 4. เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองที่สนับสนุนให้ คสช. และหัวหน้า คสช. สืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อไป โดยก่อนออกคำสั่งไม่กี่วัน มีบางกลุ่มออกมาเรียกร้องให้รีเซ็ตสมาชิกใหม่ อาจเพื่อทำลายพรรคการเมืองเดิมและสนับสนุนกลุ่มการเมืองที่จะจัดตั้งพรรคขึ้นใหม่ 5.คำสั่งนี้เพิ่มอำนาจให้คสช. อาจแทรกแซงกระบวนการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองและกระบวนการเลือกตั้ง 6.อาจมีเจตนาซ่อนเร้นว่าที่จะเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไปเพราะเมื่อถึงเวลาพรรคการเมืองไม่อาจดำเนินการหรือส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทัน ก็จะเป็นข้ออ้างของ คสช.ให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ข้างต้นอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่ชอบธรรมอย่างยิ่งหรือไม่

จึงขอให้ คสช. ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว รวมถึงประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะได้ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป การยื่นศาลเป็นอำนาจหน้าที่ของประชาชนที่จะเยียวยาได้เพราะเราไม่มีที่พึ่งทางอื่น ไม่เกี่ยวกับว่าเมื่อยื่นศาลแล้วจะยิ่งทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป


ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า หลังปีใหม่ทางพรรคจะใช้ช่องทางยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง  ขณะเดียวกัน นายจาตุรนต์ ได้กล่าวว่า การที่นายกฯลงพื้นที่และพบอดีตส.ส.นั้น เหมือนมีความพยายามติดต่อนักการเมืองให้ไปร่วมมือ ซึ่งก็เป็นแผนหรือไม่

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 ต้องมีเหตุแห่งความจำเป็นในการออกคำสั่ง แต่ขณะนี้การออกคำสั่งของหัวหน้าคสช. ใช้วิธีการคาดเดา  คสช.กำลังก้าวล่วงขยายขอบเขตอำนาจของตัวเอง ทั้งนี้มาตรา 268 ระบุว่าเมื่อทำกฎหมายลูกแล้วเสร็จทั้ง 4 ฉบับต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งหากใช้เวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด สนช.ต้องพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จภายในวันที่ 26 ม.ค. 2561 จากนั้นจะต้องมีการทูลเกล้าฯ และหากใช้เวลาสูงสุดตามรัฐธรรมนูญต้องประกาศเลือกตั้งภายในเดือนส.ค.2561 การออกคำสั่งของคสช.แบบนี้อาจไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามกำหนดได้และถ้ามีการจัดการเลือกตั้งเลยไปในปี 2562 ก็อาจจะมีคนร้องว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นหัวหน้าคสช.ต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าวและกลับไปใช้พ.ร.ป.พรรคการเมืองตามเดิม การเลือกตั้งก็จะทันภายในปี 2561.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: