ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ 60 และงานเกียรติยศจักรดาวประจำปี 2561

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ 60 และงานเกียรติยศจักรดาวประจำปี 2561

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ 60 และงานเกียรติยศจักรดาวประจำปี 2561 ที่โรงเรียนเตรียมทหารจังหวัดนครนายก นายกรัฐมนตรีได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้นวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่5

โอกาสนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกสุรศักดิ์กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ อดีตผู้บังคับบัญชาเหล่าทัพต่างๆเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายกรัฐมนตรียังได้มอบพานพุ่มเทียนแพร แด่พันเอกณรงค์ เรืองมาลัย ครูสอนคณิตศาสตร์ ประธานคณาจารย์ จากนั้นเป็นประธานมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาวแก่ศิษย์เก่าเตรียมทหารดีเด่นประจำปี 2561 และมอบรางวัลจักรดาวสดุดีศิษย์เก่าเตรียมทหารที่ได้เสียชีวิตจาก การปฎิบัติหน้าที่ราชการ

โดยปีนี้รางวัลเกียรติยศจักรดาวมี 16 คน อาทิ สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน /พลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเรือเอกณริศ ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเอกวัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดี กับศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารที่ไ้ด้รับรางวัลในครั้งนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีผลงาน ปฎิบติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เสียสละ เป็นที่ประจักรแก่ประชาชน พร้อมทั้งทคุณประโยชน์ให้กับกองทัพประชาชนและประเทศชาติ นำความภาคภูมิใจมาสู่โรงเรียน โดยเชื่อว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคนจะดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ ตลอดจนความจงรักภักดี และธำรงไว้ซึ่ง สถาบันหลักของชาติ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้สอนให้ศิษย์ทุกคน อดทนต่อความเหน็ดเหนื่อ เพราะเมื่อออกไปทำหน้าที่ ทุกคนต้องมีสติปัญญา มีความอดทนอดกลั้น รักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสถาบัน โดยวิชาทหารถือเป็นความรู้พื้นฐาน แต่ทุกคนต้องมรีการเรียนรู้ด้านอื่นๆให้มากที่สุดและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี พูดถึงการทำหน้าที่หลังจบการศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร มาแล้ว 48 ปี ทั้งทำงานราชการ แม้หมดหน้าที่ยังคงทำงานต่อ เพราะงานยังไม่จบ และถือเป็นหน้าที่ของคนไทย ที่จะต้องดูแลชาติ ให้มีความสงบ สันติ อย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องของการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โรงเรียนเตรียมทหาร สอนให้ทุกคน ยึดประเทศชาติ และประชาชน อดทนทำเพื่อคนอื่น ส่วนการเติบโตทางราชการแม้จะแตกต่างกัน แต่ความภูมิใจของทุกคนคือ การทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงขอทุกคนทำเพื่อประเทศชาติ นำไปสู่การประเทศ พัฒนา มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านศึกษา ด้วยตัวเอง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และทุกมิติ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวกับครอบครัวศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต ระหว่างปฎิบัติราชการ โดยขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจ ในความเสียสละ และเกียรติยศ พร้อมทั้งฝากให้เหล่าทัพดูแลครอบครัว ของผู้เสียสละทุกคน


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้เมื่อทุกคนก้าวเข้ามา โรงรียนถูกสอนให้มีระเบียบวินัย ไม่มีละเว้นลูกท่านหลานใคร ทุกคนอยู่ในกรอบวินัย กติกาที่กำหนดไว้ จนทำให้ทุกคนแข็งแรง อดทนอดลั้น แต่บางครั้ง ก้เกิดคามบกพร้อมขึ้นบ้าง ซึ่งต้องมีการแก้ไข และฝ่าฝั่นอุปสรรค ในยามวิกฤตไปด้วยกันดินหน้าประเทศ เน้น เรืองวิศัยทัศน์ การคาดการณ์ไปข้าง

ส่วนกรณีการเสียชีวิต ของนักเรียนเตรียมทหารนายภคพงษ์ ตันกาญจน์ หรือน้องเมย นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหล่าทัพพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจ ยืนยันไม่มีปกปิดข้อมูล ซึ่งตนเองได้สั่งการผู้บังคับบัญชาให้ทำความเข้าใจแล้ว และทุกอย่างจะเป็นไปตามกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าววว่า ทุกคนล้วนมีภารกิจทำเพื่อประเทศชาติ และต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่แค่ คสช. แต่คือ แนวทางประชารัฐ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาพัฒนาประเทศไม่มีจบสิ้น ถึงยุคไหน เพราะประเทศไทยยังคงต้องอยู่ต่อไปนานเท่านาน นั้นจึงหมายถึงว่า ภารกิจไม่จบสิ้นตามที่ตนเองเคยพูด ส่วนหน้าที่ คสช. ต้องจบตามโรดแมป ยืนยันตนเองไม่ได้เลื่อนโรดแมป หรือยืดการเลือกตั้งออกไป เป็นเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมาย ไม่สามารถไปบังคับ สนช.ได้ และไม่เคยสัญญาว่าจะจัดการเลือกตั้งวันใด แต่สัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เป็นไปตามโรดแมป และทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ต้องมองว่าปัญหาอยู่ที่บางคนบางกลุ่ม พยายามกลับมาอยู่ที่จุดเดิม

ส่วรกรณี ผอ.นิด้าโพล ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งนั้น เท่าที่ติดตามจากโซเชียลมีเดีย เป็นการลาออกจากตำแหน่งเอง ไม่มีการบังคับหรือกดดันใดๆจากรัฐบาล หรือ คสช. พร้อมปฏิเสธ รัฐบาลไม่เคยกดดันนักวิชาการที่จะทำผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ใครจะว่าอย่างไรก็ว่าไป สื่อก็ไปขยายความให้กลุ่มที่พยายามสร้างความขัดแย้ง บ้านเมืองก็จะได้ไม่สงบดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: