ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

นายกฯ มอบนโยบายโครงการ ไทยนิยมยั่งยืน ปัดหวังผลทางการเมือง

นายกฯ มอบนโยบายโครงการ ไทยนิยมยั่งยืน ปัดหวังผลทางการเมือง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการมอบนโยบายและแนวทาง การขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ให้กับคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการปพัฒนาประเทศ ตามโครงการฯผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ วิทยากรระดับจังหวัดกว่า 2,800 คน ในการสร้างความรู้ความเข้าใจปรับกระบวนการทางความคิดของประชาชน ในการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบวาระ งาน 10 เรื่อง อาทิ สัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง คนไทยไม่ทิ้งกัน วิถีไทย วิถีพอเพียง รู้สิทธิ รู้หน้าที่รู้กฎหมาย และรู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม ซึ่งทีมขับเคลื่อนในระดับตำบล จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนลงพื้นที่ 878 อำเภอ 83,151 หมู่บ้าน เริ่มลงพื้นที่ได้วันที่ 21 กพ.

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนร่วมกันทำความฝันที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นจริง ผ่านการขับเคลื่อนระดับบนไปสู่พื้นที่ ให้ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกระดับให้ได้ ตอบสนองสองเรื่องสำคัญ คือ ความเท่าเทียมและเป็นธรรมในการทำให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขี้น ดังนั้นต้อง ขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ได้ โดยขออย่ามาตีความหรือตั้งแง่ว่าโครงการนี้จะทำให้รัฐบาลอยู่ยาว ซึ่งไม่เป็นความจริง หรือมองในแง่ร้าย จับผิดการใช้งบประมาณ แม้รัฐบาลจะทำให้ทุกคนเห็นด้วยไม่ได้ ขอให้มองประเทศเป็นที่ตั้ง เอาความขัดแย้งไว้ข้างหลัง

ทั้งนี้ย้ำว่ารัฐบาลไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่งดังนั้น รัฐบาลจึงเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ตามกรอบประชาธิปไตย โดยเน้นการพัฒนาคน ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามเทคโนโลยีให้ทัน และอยากให้วิทยากร หรือผู้ปฎิบัติงานที่ลงพื้นที่ ไปทำความเข้าใจสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง เกี่ยวกับเรื่องความเหลื่อมล้ำ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แก้ปัญหาเรื่องการปรองดอง และการไม่ยึดหลักกฎมาย ขณะเดียวกันทุกคนจะต้องสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย พ้นจากความยากจน สร้างความเชื่อมโยง สร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค้า โดยยึดความต้องการ ของพื้นที่เป็นหลัก นำข้อมูลที่มีหรือ บิ๊กดาต้ามามาวิเคราะห์ เชื่อมโยงแผนงานอย่างบูณรณาการ เพื่อกำหนดงบประมาณลงไปในพื้นที่ ตามแผนงาน ที่เชื่อมโยงกัน ในแต่ละพื้นที่ และเป็นไปตามของแผนยุทธศาสตร์ชาติ และปฎิรูปประเทศ ซึ่งรัฐบาลในอนาคต จะต้องทำตามแนวทางเช่นนี้
สำหรับการจัดทำแผนหรือโครงการ ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะถือเป็นตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ทำตามความต้องการของประชาชน และเน้นสร้างความเข้าใจ ในการดำเนินการในโครงการต่างๆ

นายรัฐมนตรี ยังบอกว่า รัฐบาลนี้มีหลายโครงการและหลายเรื่องที่ต้องทำ ข้าราชการต้องทำงานหนัก พร้อมย้ำว่า ตนเองไม่สามารถที่สั่ง สนช. ในการพิจารณากฎหมายใดๆ แม้จะมีฝ่ายความมั่นคงเข้าไปทำหน้าที่ ก็เพื่อไปดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะนั่นหมายถึงความเชื่อมั่นในด้านการค้า การลงทุน

พร้อมย้ำว่าโครงการไทยนิยมยั่งยืน คือการทำความดี ความงามให้กับประเทศ ไม่ใช่การสร้างชาตินิยม และไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการปฎิรูปประเทศ บนพื้นฐานของความเป็นไทย ที่ไม่ทิ้งหลักการสากล

และกล่าวว่า สำหรับการดูแลพื้นป่า อยากให้ผู้ว่ราชการเข้าไปมีส่วนรวมช่วยดูแล ไม่ควรปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เท่านั้น เพราะมีกำลังคนน้อย ดูแลไม่ทั่วถึงทำให้ผืนป่าถูกบุกรุกไปมาก จึงต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลช่วยกันจึงจะเป็นผลดี

นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือทุกคน ช่วยกัน ลดละ ในการสร้างประเด็นความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่า เวทีสัญญาประชามคม ต้องตอบสนอง ใน 10 ข้อ หรือจะมากกว่านั้น ก็ได้ ซึ่งวิทยากรต้องรับมา เพื่อนำมาเป็นข้อมูล แล้วทำตามความต้องการของคนในพื้นที่ พร้อมฝากวิยากร ใน กทม. ดูแลเรื่องที่อาศัย ให้ผู้มีรายได้น้อย และการลงพื้นที่ครั้งนี้ ต้องตรวงจสอบผู้มีรายได้น้อย ที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการแอบอ้าง เป็นผู้มีรายได้น้อยอีกต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังฝากวิทยากรให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย และสร้างไทยเป็นหนึ่ง ว่าไม่ควรจะพูดแต่เรื่องความปรองดอง แต่อยากให้ทำความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งระบบใหม่ เพราะมีบางคนไปกล่าวอ้างว่า จะไม่ไปเลือกตั้ง เพราะต้องการให้รัฐบาลอยู่ต่อ ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ต่ออย่างไร แต่อยากให้ทุกคนไปเลือกตั้งเลือกพรรคการเมือง ที่แสดงยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศ แม้ว่าตอนนี้ตนจะยังไม่เห็นพรรคใดวางนโยบายไว้แล้ว มีแต่นักการเมืองที่พูดกล่าวโจมตีในปนระเด็นทางการเมือง นอกเวที ซึ่งความจริงต้องมาพูดกับรัฐบาล

ท้ายสุด นายกฯให้ผู้ว่าฯและข้าราชการทุกคนเป็นพระเอก ไม่ใช่นายกฯคนเดียว ไม่มีใครเป็นวีระบุรุษ มีแต่ให้ทำหน้าที่ของตนเองเพื่อประเทศ เช่นเดียวกับจับใครก็เป็นการทำหน้าที่ และต้องชมเชย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: