Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯ ประกาศวาระแห่งชาติ สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

นายกฯ ประกาศวาระแห่งชาติ สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในงานประกาศวาระแห่งชาติ "สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน"

     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน  โดยเฉพาะองค์การระหว่างประเทศ เพราะจะช่วยให้เกิดสันติภาพ ซึ่งแม้รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาในช่วงเวลาจำกัด แต่ก็ได้เริ่มต้นแก้ไขปัญหา และขจัดอุปสรรค โดยมุ่งส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นต่อคนไทยที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสบงสุข สันติ คนมีความรัก ความสามัคคี รู้สิทธิ หน้าที่ และรู้กฎหมาย โดยไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด  พร้อมยืนยัน รัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน แต่ขออย่าอ้างถึงแค่รัฐธรรมนูญ ทั้งที่มีกฎหมายลูกอีกเยอะ ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญจึงขอศึกษาให้เข้าใตไม่งั้นความขัดแย้งจะเกิด หากอ้างแค่กฎหมายหลักเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้รัฐธรรมนูญปี 2560 มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ขณะที่แผนสิทธิมนุษยชนฉบับที่ 3 ก็ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของทุกกลุ่ม เพราะไม่ต้องการมให้กฎหมายเป็นเครื่องมือของความขัดแย้ง ดังนั้นทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชนต้องร่วมมือกันลดความขัดแย้งทางกฎหมายให้ได้

     นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน ในการสร้างสังคม ส่งเสริมสิทธิ และความเท่าเทียมโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อความมั่นคง และสันติสุข เพราะถ้าไม่สงบประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ ซึ่งวันนี้ ตัวเองก็ผมพยายามผ่อนคลาย สร้างความสงบ เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และเป็นสากล จึงหวังว่า ทุกภาคส่วนจะนำยุทธศาสตร์นี้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน

    นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐมุ่งหวังในการลดปัญหา โดยกำหนดเป้าหมายและประเด็นที่ชัดเจน โดยเฉพาะ กระบวนการยุติธรรมและการเมืองการปกครอง ที่ยังมีปัญหา โดยเฉพาะการเมืองกับกฎหมายที่ต้องสร้างสมดุลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ในการไปสู่ประชาธิปไตย ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญคือประชาชน ไม่เข้าใจกฎหมาย จึงใากให้นักสิทธิมนุษยชน ช่วยดูแลและสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะประชาชน ต้องเข้าใจรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก แต่ต้องเรียนรู้กฎหมายลูกที่เป็นแนวทางปฏิบัติ ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หรือ คือหารใช้หลัก รู้สิทธิ ของตนเอง พร้อมกับเคารพสิทธิบุคคลอื่น

     ทั้งนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าตนเองเป็นผู้นำที่ดีที่สุด แต่ยืนยันความตั้งใจในการเข้ามาแก้ปัญหาประเทศให้ได้ จึงขอให้ทุกคนรวมทั้งทูตจากประเทศต่างๆเข้าใจ และต้องสื่อสารด้วยกันทั้งสองทาง  หากพบว่าประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องใด ก็ขอให้แจ้งมา ซึ่งรัฐบาลพร้อมชี้แจงและตรวจสอบทั้งหมด ที่สำคัญต้องแยกกันระหว่างการละเมิดกฎหมายและละเมิดสิทธิเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา พร้อมยืนยัน ไม่มีรัฐบาลไหนบนโลกใบนี้ อยากทำร้ายหรือรังแกประชาชน เช่นเดียยกับรัฐบาลนี้ ที่มุ่งดูแลประชาชนทุกกลุ่ม และขจัดอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน โดยรัฐบาลไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนกับใคร ตามที่มีบางกลุ่มพยายามให้ข้อมูล

     นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากทำผิด แต่สำหรับบางคน ได้ดำเนินการตา กระบวนยุติธรรมครบถ้วนแล้ว มีการลงโทษแล้ว ยังเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ เรื่องเหล่านี้จะต้องดำเนินการอย่าวไร ขณะที่หลายประเทศมองแต่เรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว และมองเป็นเรื่องภายในแต่ละประเทศ แต่ตนเองมองว่า ประเทศไทยเองก็มีมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ดังนั้นใคที่ละเมิดกฎหมาย และมาทำผิดในประเทศไทย ตนเองก็ดำเนินคดี และมีการส่งตัวกลับไปตามกฎหมาย ไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง ดังนั้นทุกประเทศ ก็น่าจะเคารพในสิ่งเหล่านี้ อย่าให้มีความเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยเคารพกฎหมายของประเทศอื่น ดังนั้น ประเทศอื่นก็ควรเคารพกฎหมายประเทศไทยด้วยเช่นกัน ถึงจะเรียกว่านั่นคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของไทย

     นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะปัญหาการเมือง ที่มีการกระทำผิดเพื่อมุ่งผลทางการเมือง เพราะ
การเมืองคือการเมือง วันนี้ยังออกมาเคลื่อนไหวทุกวัน ถ้าไม่มีกฎหมายเลย คงไม่ได้ก็จะวุ่นวายบานปลายไปเรื่อยๆ เมื่อได้รับการประกันตัวออกมา ก็มาเคลื่อนไหวอีก แสดงว่ามีความมุ่งหมายอย่างอื่น เจตนาไม่บริสุทธิ จึงถามว่า ทุกประเทศจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากคิดว่าไทยแก้ปัญหาไม่ถูกต้องก็ขอให้ช่วยแนะนำ ทั้งนี้ก็อนุโลมไปเรื่อยๆหากสังคมรับได้ก็แล้วแต่

     นายกรัฐมนตรี ขอโทษทูตที่เข้าร่วมงาน ที่ต้องพูดแบบไทยแท้ แบบไม่เคยที่ได้ยินที่อื่น แต่ผมรักและให้เกียรติทุกประเทศ บอกอะไรมาก็รับมาขับเคลื่อ แต่ปัญหาบนโลกใบนี้มันมากมาย ซึ่งต้องใช้เวลาขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย ผู้ถูกดำเนินคดี เพราะฉะนั้น อย่างให้สิทธิเสรีภาพ หรือสิทธิมนุษยชนมาล้มทุกอย่าง เพราะจะเป็นปัญหาต่อทุกฝ่ายจนขัดแย้ง และนำไปสู่การสู้รบ และมีการใช้กำลัง ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

     ทั้งนี้ก่อนการเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวของภาคเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมายและต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ  ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

     นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมเกมส์ SIM Democracy ซึ่งเป็นเกมส์เมืองประชาธิปไตย ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เปิดการ์ดแล้วให้แก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอให้มีการตั้งกติกาที่จะต้องลดความขัดแย้งและมีธรรมาภิบาลในสังคม  และกล่าวว่า หากใครทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ขยับทีเป็นข่าวไปหมดเดือดร้อนคนทั้งประเทศ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าดุดัน ขณะที่กล่าวถึงเรื่องนี้ พร้อมกันนี้คณะนักเรียนโรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ) ได้ร้องลิเกฮูลูสิทธิและเสรีภาพให้นายกรัฐมนตรีได้ฟัง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมในความสามารถของเด็กๆ ขณะเดียวกันเมื่อชมการแสดงทำให้นายกรัฐมนตรีมีสีหน้ายิ้มขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน