ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

คนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย! ผบ.ทบ.เชื่อม็อบอยากเลือกตั้ง ไม่ห่วงสถานการณ์บานปลาย


คนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย! ผบ.ทบ.เชื่อม็อบอยากเลือกตั้ง ไม่ห่วงสถานการณ์บานปลาย

พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ งานวันคล้ายวันสถาปนา กอ.รมน.ประจำปี 2561 (ครบรอบ 10 ปี)โดยมีผู้บังคับบัญชา นายทหารระดับสูง และกำลังพล กอ.รมน.เข้าร่วม หลังพิธีเสร็จสิ้น ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่กำลังกระจายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยระบุว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวเบื้องต้นพบว่าแกนนำเป็นนักศึกษา อีกส่วนหนึ่ง เป็นส่วนที่เข้ามาผสม ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่า ต้องการให้มีการเลือกตั้งซึ่งก็สอดคล้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเพียงแต่ว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจเหตุผลและความจำเป็นรวมไปถึงขั้นตอนต่างๆ และยอมให้รัฐบาลใช้เวลาอีกสักระยะในการดำเนินการ ดีกว่าออกมาเผชิญหน้าและนำสถานการณ์กลับไปสู่จุดเดิม ซึ่งรัฐบาลและคสช.เข้าใจ ว่าทุกฝ่ายต้องการการเลือกตั้งแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้บัญชาการทหารบก เชื่อว่า กรณีนี้จะไม่ขยายหรือจุดประเด็นให้คนออกมาชุมนุมมากขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความสงบ  และรัฐบาล ย้ำชัดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหากไปเร่งสถานการณ์โดยนำคนออกมาเผชิญหน้า จะกลายเป็นปัญหาที่บานปลายมากกว่า

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐพยายามใช้กฎหมายอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ซึ่งพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำให้ดูแลอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัย หากทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมาคิดว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะเดียวกัน กอ.รมน. และ ทหารคงไม่สามารถไปบอกให้กลุ่มคนเหล่านี้หยุดคิดแต่กลุ่มคนเหล่านี้ควรคิดได้ด้วยตนเองโดยมองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อบอกว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจและความคิด

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามของเจ้าหน้าที่ ว่ามีพรรคการเมืองให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่พูดแทนแต่ละพรรคได้ออกมาปฏิเสธว่าทุกอย่างควรเดินไปตามกลไกที่ถูกต้องมากกว่าการใช้กำลัง และเผชิญหน้า จนนำประเทศไปสู่วังวนความขัดแย้งเหมือนเดิม

ผู้บัญชาการทหารบก มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ ความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ เข้าใจว่าเราผ่านวิกฤตตรงนั้นมาแล้วไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมและไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกเพราะเสียหายทุกฝ่ายและฝ่ายการเมืองเองก็เข้าใจ และอยากเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน เชื่อว่าเหตุผลที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเลือกเคลื่อนไหวในเดือนพฤษภาคม เพราะครบวงรอบ 4 ปีของการรัฐประหาร จึงต้องการจุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาแต่ในทางปฏิบัติก็ขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่ แต่เท่าที่เห็นไม่ได้มีวิกฤติอะไรที่คนจะต้องออกมา อย่างไรก็ตามตอบไม่ได้ว่าเป็นความพยายามนำไปสู่เหตุการณ์เหมือนพฤษภาทมิฬหรือไม่ ทั้งนี้ฝากถึงทุกฝ่ายว่าให้ยึดประโยชน์ของประเทศชาติเพราะส่วนตัวคงไปชี้แจงและบังคับใครไม่ได้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนว่าเห็นประโยชน์ส่วนรวมของชาติมากน้อยแค่ไหน

ผู้บัญชาการทหารบกยังกล่าวถึงกรณีที่วันพรุ่งนี้จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักผ่อนอยู่ที่นั่น โดยระบุว่า เป็นการเดินทางไปทำงาน ไม่ต้องนำไปเชื่อมโยงกัน ว่าจะไปพบปะพูดคุย เช่นเดียวกับกรณีที่ตนเองเดินทางไปฮาวาย และแวะญี่ปุ่น ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ก็พำนักอยู่ที่ญี่ปุ่น ถือเป็นเรื่องเลอะเทอะ และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญไปเจอเพราะต่างคนต่างมีวิถีทางเป็นของตนเองเพราะส่วนตัวไปทำงาน แต่เขาจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนที่มีส่วนในการติดตามก็ต้องดำเนินการ

ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ส่วนตัวมองว่า ทุกวันนี้ คสช.ลดความเข้มข้นลงพอสมควร ดังนั้นจะมาบอกเป็นเผด็จการคงไม่ใช่เพราะเราแทบไม่ได้ใช้กำลัง ทหารไปดำเนินการหรือควบคุมใคร มีแค่การทำความเข้าใจและเชื่อว่าในสามัญสำนึกของความเป็นคนไทยทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุขและเราก็มีแนวทางอยู่แล้วดังนั้นต้องช่วยกันประคับประคองให้ประเทศเดินไปถึงจุดนั้นดีกว่า

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า ส่วนตัวไม่สนใจว่าขณะนี้รัฐบาล อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง เพราะตนเองทำตามหน้าที่ที่ต้องดูแลความสงบของบ้านเมืองเพื่อให้รัฐบาลบริหารประเทศไปได้ตามกลไกและกรอบที่วางไว้ ในการเดินไปสู่การเลือกตั้ง ชื่งตามกรอบเวลาแล้ว การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562

ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ ม๊อบต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เตรียมเดินเท้าย้ายไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งความ กับผู้ชุมนุมเพื่อให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งไม่น่าส่งผลกระทบอะไร เพราะอยู่ในช่วงของการพูดคุย ประสานงานทำความเข้าใจ กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่ขัดแย้งมายาวนาน และมีความเชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งที่ผ่านมาการชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบ ขณะเดียวกันเชื่อว่าการออกมารับลูกของยูเอ็น ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะรัฐบาลได้ดำเนินตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะมีทั้งคนที่สนับสนุน และต่อต้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: