ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ประยุทธ์ เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 33 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการค้า การลงทุนกับผู้นำภาคเอกชนของอาเซียน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการซันเทค สิงคโปร์ โดยนายกฯ ให้ความมั่นใจกับภาคเอกชนว่า รัฐบาลของสมาชิกอาเซียนเน้นส่งเสริมนโยบายที่เป็นประโยชน์กับภาคเอกชน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอาเซียน เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า ที่นอกจากตั้งเป้าหมายลดต้นทุนธุรกรรมทางการค้าและเพิ่มมูลค่าการค้าภายในภูมิภาค ส่งผลให้การจัดอันดับความยากง่ายของการทำธุรกิจในอาเซียนดีขึ้น ซึ่งไทยก็ประสบผลสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา

 

ไทยตระหนักถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่อการค้าโลก จึงได้จัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในอาเซียน รวมถึงวางแนวทางความร่วมมือเพื่อเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนา และเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการชำระเงิน การปรับปรุงกฎระเบียบ และการพัฒนาทักษะแรงงานของ SMEs ในด้านดิจิทัล รวมทั้งการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) มาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้อาเซียนกำลังเร่งสรุปผลการเจรจาความตกลงอาร์เซ็ปเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกให้ภับภาคธุรกิจมากขึ้นด้วย ซึ่งในโอกาสที่ไทยจะรับตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ไทยสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจ และเห็นว่ารัฐและเอกชนอาเซียนจะต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมรับมือ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนให้ก้าวหน้าต่อไป

 

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 33 แบบเต็มคณะ และการหารือระหว่างอาหารค่ำ ที่นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการซันเทคโดยนายกฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงจุดยืนของประเทศไทยในการสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนให้กับประชาคมอาเซียน นโยบายของอาเซียนต่อหุ้นส่วนนอกภูมิภาค และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของอาเซียนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงภายในภูมิภาคและของโลก โดยควรให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก คือ การสานต่อการดำเนินการในการสร้างความเข้มแข็งและนวัตกรรม ,การสร้างความยั่งยืนให้แก่อาเซียน เพื่อให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการเสริมสร้างหุ้นส่วนที่มีกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยคำนึงถึงหลัก 3M การไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน

 

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า อาเซียนจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมีพลวัต สู่อนาคตที่ยั่งยืนในทุกมิติ นำมาซึ่งความกินดีอยู่ดีและสันติสุขของประชาชนอาเซียนอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: