ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

มงคลกิตติ์ ลุย อ.นาแก จี้แก้ไข โปรเจ๊กโรงแยกขยะร้าง งบ 72 ล้าน

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ยังคงกลายเป็นกระแสทางการเมืองต่อเนื่อง สำหรับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อหน้าใหม่ พร้อมคณะ ผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม พบปะชาวบ้าน หลังประกาศตนจะเป็น ส.ส.ทำงานเน้นตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาล หลังมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้จึงได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบติดตาม เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึง จ.นครพนม ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะเป็นการนำข้อเท็จจริงภาพรวม นำเสนอให้รัฐบาลหาทางแก้ไข

สำหรับพื้นที่ จ.นครพนม ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบปัญหาเกี่ยวกับการก่อสร้าง เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเครื่องคัดแยกขยะ ของเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งมีการจัดสร้างขึ้นแล้วเสร็จในปี 2554 จากการพัฒนาบ่อขยะฝังกลบจุดเดิม ในเนื้อที่ ประมาณ 70 ไร่ ตั้งอยู่ ในเขต บ้านโพนสวรรค์ ต.นาเลียง อ.นาแก จ.นครพนม โดยได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทศบาลตำบลนาแก เป็นวงเงิน ประมาณ 72 ล้านบาท แต่ภายหลังก่อสรเสร็จ ใช้งานคัดแยกขยะ ได้ ประมาณ 2 ปี เกิดปัญหาทั้งค่าใช้จ่ายสูง เดือนละไม่ต่ำกว่า 2แสนบาท และไม่สามารถคัดแยกขยะได้ จึงต้องมีการหยุดเดินเครื่อง ปล่อยร้างมาร่วม 6 ปี ทำให้เกิดปัญหา เนื่องจากพื้นที่ ดังกล่าว เป็นที่รองรับขยะ จากพื้นที่ ใกล้เคียงรวม 4 อำเภอ มี อ.นาแก อ.วังยาง อ.เรณูนคร และ อ.ธาตุพนม มีขยะเข้ามาวันละ ประมาณ 20 ตัน แต่ยังคงใช้วิธีฝังกลบ ทำให้เกิดปัญหา ขยะเริ่มล้นบ่อ เพราะไม่สามารถคัดแยกทำลายได้

สำหรับ โครงการก่อสร้างบ่อกำจัดขยะ รวมทั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบผสมผสาน กลุ่มพื้นที่ 3 ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาแก ถือเป็นโครงการรัฐบาล ที่สนับสนุน จัดสรรงบประมาณ ลงมายัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สร้างปัญหาความเดอืดร้อนให้กับชาวบ้าน และยังมีการใช้งบประมาณที่ไม่ค่ำค่า จนกระทั่งในที่สุด สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 จ.อุบลราชธานี เข้าไปตรวจสอบ และมีคำสั่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2560 ชี้มูลว่า ใช้ประโยชน์ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และไม่มีการใช้ประโยชน์ทั้งระบบ รวมทั้งไม่สามารถปรับปรุง หรือซ่อมแซมให้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จนเป็นเหตุทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย พร้อมมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดำเนินคดีทั้งละเมิด อาญาและแพ่ง ในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่พบว่าในการสอบสวนเอาผิด ยังคงยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี จนกระทั่งล่าสุด ยังไม่มีผลการสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการเอาผิดบุคคลเกี่ยวข้อง ซ้ำร้ายยังปล่อยให้เกิดปัญหามลภาวะให้กับชุมชน ในพื้นที่ อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: