ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ศรีสุวรรณ นำหลักฐานยื่น กกต.ยืนยันธนาธรปล่อยกู้อนาคตใหม่ 191 ล้าน

 

ศรีสุวรรณ นำหลักฐานยื่น กกต.ยืนยันธนาธรปล่อยกู้อนาคตใหม่ 191 ล้าน

 

          เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลังจากที่เข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

 

          สมาคมฯ ได้เข้าไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สส. แต่ละคนพบว่าในส่วนของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แจ้งว่าได้ให้กู้ยืมเงินแก่พรรคอนาคตใหม่ 2 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 จำนวน 161,200,000 บาท และสัญญาที่ 2 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 จำนวน 30,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 191,200,000 บาท ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ เอฟซีซีที (FCCT) ในหัวข้อ อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่ (What is the future of Future Forward?) เมื่อวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 ในการบรรยายตอนหนึ่งนายธนาธรได้กล่าวถึง การบริหารการเงินของพรรคอนาคตใหม่ว่า เพื่อให้พรรคสามารถเดินหน้าในช่วงการเลือกตั้งได้ ปัจจุบันตนจึงให้เงินทางพรรคยืมไปแล้วน่าจะประมาณ 105 หรือ 110 ล้านบาท รวมทั้งไม่ตรงกับคำพูดของคุณพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่พูดในรายการ“ฟังหูไว้หู” เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ทางช่อง 9 MCOT HD โดยระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมประมาณ 250 ล้านบาท พร้อมคิดดอกเบี้ย

 

          นิติกรรมดังกล่าว ตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.62 ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ให้ทำได้ ซึ่งสมาคมฯได้นำความไปร้องเรียนต่อ กกต.ไว้แล้วเมื่อ 21 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา และ กกต.ได้เรียกสมาคมฯไปไต่สวนเพิ่มเติมแล้ว แต่เนื่องจากพยานหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ของคุณธนาธร เป็นหลักฐานผูกมันตามข้อเท็จจริงโดยปริยาย

         ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นเพิ่มเติมให้กับ กกต.เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ตาม ม.66 วรรคสอง ประกอบ ม.125 ซึ่งอาจต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีกําหนด 5 ปี และให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านที่กําหนดไว้ตามมาตรา 66 ให้ตกเป็นของกองทุนได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: