ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ธรรมนัส ปัดไม่เคยเกี่ยวข้องคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย


การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรี เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงคิวของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ มีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยการแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และขออภิปรายไม่ไว้วางใจร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ไร้จริยธรรม และมีลักษณะต้องห้ามโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ โกหกปกปิดความจริงในการสมัครเป็นส.ส.และเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งยังชี้แจงข้อความเป็นอันเท็จในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงทางกฏหมายเพื่อรักษาตำแหน่งทางการเมือง โดยเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจระดับโลก เพราะเคยต้องคำพิพากษานำเข้า และเป็นผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในการสมัคร ส.ส.และเป็นรัฐมนตรี


 


ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า เรื่องที่ยกมาอภิปรายดังกล่าวเป็นอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 3 รับรองไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย อธิปไตยดังกล่าวหมายถึงอำนาจทางบริหาร, ตุลาการ และนิติบัญญัติ โดยการบริหารราชการแผ่นดินมีผลเฉพาะแผ่นดินหรือรัฐนั้นๆ ผลของคำพิพากษาในศาลก็เช่นกัน เฉพาะตามอำนาจของรัฐ หากคู่กรณีหรือคู่สัญญาแต่ละประเทศหากยอมรับมาปฏิบัติในกฎหมายไทย ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมาย เช่น กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ห้ามคนต่างด้าวที่ต้องคำพิพากษา หรือโทษตามกฎหมายของประเทศไทย ยกเว้นความผิดที่ได้รับการยกเว้นโดยกฎกระทรวงห้ามเข้าราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ก่อนฟังผู้อภิปราย ตสตื่นเต้นว่ามีอะไรเด็ด แต่พอฟังแล้วไม่ตื่นเต้น เพราะสิ่งที่พยายามอภิปรายคือคำพิพากษาของศาลแขวง ตนมีมาตั้งนานแล้ว โดยได้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คัดสำเนาคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย คือ ศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ 31 มีนาคม 2537 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รัฐ 10 มีนาคม​ 2538


 


“เอกสารที่ท่านแสดง ผมมีนั้นมากกว่าท่าน เพราะมีสาระสำคัญที่เชื่อว่าท่านไม่มี คือ การทดลองเจรจาก่อนเข้าสู่กระบวนการของลูกขุน​ ที่ระบุมีคำแปลว่า ผมรับสารภาพว่าเจตนานำเข้ายาเสพติดนั้นไม่จริง เพราะคำแปลที่มีผู้รับรองซึ่งน่าเชื่อถือได้ว่า ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่าผมรับสารภาพนำเข้า ส่งออก จำหน่ายและผลิตเฮโรอีน เพราะหากผมถูกลงโทษตามผู้อภิปรายชี้แจง ผมคงต้องตายแล้วต้องมาเกิดเพื่อมาติดคุกอีก ซึ่งในคำพิพากษาระบุว่าความผิดของผมคือฐานรู้ว่ามีผู้กระทำความผิดแต่ปกปิด แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ให้ทราบ ทั้งนี้ในคำพิพากษาที่อภิปรายนั้นอ่านไม่ครบถ้วน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม เพราะความเขลาของตนจึงโดนลงโทษ 4 ปี ซึ่งในช่วงนั้นถูกส่งตัวไปที่เมืองโอบารอนส์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นสถานที่นักโทษคดีชายกรรณ์ ซึ่งมีความผิดลหุโทษ โดยเข้าไปทำงานในฟาร์ม ไม่ได้ถูกขับอยู่ในเรือนจำ โดยตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2540 หากไปตรวจสอบข้อมูลราชการ จะพบว่า ตนไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดเลย แต่นยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นจุดบอดเป็นตราบาปของตน แต่กรณีนี้ผู้อภิปรายกำลังพูดว่า เราเสียเอกราชเป็นเมืองขึ้นให้กับออสเตรเลีย เพราะเราไปยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนออสเตรเลีย และการแอบอ้างคำสั่งศาลของประเทศอื่นมามีผลบังคับใช้กับรัฐบาลไทยไม่ได้


 


เมื่อร.อ.ธรรมนัสชี้แจงจบ นายธีรัจชัย ลุกขึ้นสอบถามร.อ.ธรรมนัสซ้ำว่า ขอถามสั้นๆอีกครั้งว่า ท่านเคยเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและติดคุกที่ออสเตรเลียจริงหรือไม่ ทำให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงทันที ก่อนที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะบอกว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าจะตอบหรือไม่ แต่ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ลุกขึ้นตอบแต่อย่างใด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: