ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เตรียมกลับเข้าสู่วงการผ้าเหลือง หลัง อดีตพุทธะอิสระ เผย คดีกบฎใกล้สิ้นสุด

    


เตรียมกลับเข้าสู่วงการผ้าเหลือง หลัง อดีตพุทธะอิสระ เผย คดีกบฎใกล้สิ้นสุด


     นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ "อดีตพระพุทธะอิสระ" อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" โพสต์ความคืบหน้าคดีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 ด้วยข้อหากบฎอั้งยี่ ว่า ทนายความส่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้ร้องแก่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ในกรณีว่าอัยการมีอำนาจในการฟ้องต่อศาลอาญาในคดีการชุมนุมหรือไม่ ด้วยข้อหากบฎอั้งยี่ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำสั่งที่ 11/2557 และคำสั่งที่ 12/2557 โดยศาลมีคำวินิฉัยเอาไว้แล้วว่า


     ช่างเป็นข่าวดีของผู้เสียสละเพื่อชาติเสียจริงๆ
      ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๓


     ทนายอั้นส่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้ร้องแก่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ในกรณีว่าอัยการมีอำนาจในการฟ้องต่อศาลอาญาในคดีการชุมนุมหรือไม่ ด้วยข้อหากบฏอั้งยี่ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำสั่งที่ ๑๑/๒๕๕๗ และคำสั่งที่ ๑๒/๒๕๕๗ โดยศาลมีคำวินิฉัยเอาไว้แล้วว่า


     “การชุมนุมดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง”


     “การกล่าวอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้งหมดในคดีดังกล่าวรวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมมีพฤติกรรมกระทำผิดกฎหมาย โดยการขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลในคดีดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”


     “การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งหมดและผู้เข้าร่วมชุมนุม เป็นเพียงการแสดงเจตนารมณ์ต่อรัฐบาลโดยการเรียกร้องและมุ่งหวังที่จะให้รัฐบาลลาออก เพื่อนำไปสู่การปฎิรูปและแก้ไขปัญหาของประเทศก่อน หลังจากนั้นจึงจัดให้มีการเลือกตั้ง จึงไม่มีมูลกรณีเข้าลักษณะเป็นการล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง”


     “ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งเป็นแนวบรรทัดฐาน เกี่ยวกับการใช้สิทธิและเสรีภาพ ในการชุมนุมเพื่อแสดงออกซึ่งความเห็นทางการเมืองไว้แล้วว่า ไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง คำสั่งศาลดังกล่าวจึงย่อมมีผลผูกพันคู่กรณี และผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในแต่ละเหตุการณ์ของการชุมนุม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๑ วรรคสี่”


     “กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยทั้งสองคดีนี้อีกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตร ๕๑ อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีทั้งสอง”


     สรุปคือ ศาลรัฐธรรมนูญรับรองการชุมนุมของประชาชนคนรักชาติ ว่าเป็นไปตามสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันไปทุกองค์กรไม่เว้นแม้แต่อัยการ และศาลอาญา การฟ้องของอัยการในคดีนี้ จึงเป็นการฟ้องโดยมิชอบ ส่วนผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุม หากกระทำการใดๆ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน อันนี้ศาลรัฐธรรมนูญมิได้รับรอง


     ด้วยผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว วันจันทร์นี้ พุทธะอิสระจึงแต่งทนายให้นำเอาผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปยื่นให้แก่อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการคดีนี้ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป


     งานนี้ต้องให้เครดิตแก่คุณไพบูลย์ ที่กรุณาไปยื่นเรื่องแก่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนมีผลดังที่ปรากฏ ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ทีนี้พุทธะอิสระจักได้กลับไปห่มผ้าเหลืองเสียที


     พุทธะอิสระ



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: