ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ไม่ควรพลาด 7 วิธีเลี่ยงเสียงกรน !!!

ไม่ควรพลาด 7 วิธีเลี่ยงเสียงกรน !!!

นอนกรนเกิดจากอะไร? … อะไรคือสาเหตุของการนอนกรน?

ระบบทางเดินหายใจของคนเรานั้น จะแบ่งเป็น ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น และส่วนล่าง ระบบทางเดินหายใจส่วนต้นจะเริ่มตั้งแต่ปลายจมูก ผ่านช่องคอหอย โคนลิ้น กล่องเสียงและหลอดลมใหญ่ ส่วนระบบทางเดินหายใจส่วนล่างจะคือหลอดลมย่อย หรือ ปอด ลองสังเกตนะครับว่า คนเราเวลาตื่นอยู่ หายใจไม่ค่อยจะมีเสียงดัง ยกเว้นบางคนที่เป็นหวัดคัดจมูกมากๆ นั่นเป็นเพราะทางเดินหายใจส่วนต้นที่ว่ามานี้ กว้างและตึงพอที่จะไม่ทำให้เกิดเสียงเวลามีลมหายใจเข้าออก ต่างจากผู้ที่มี อาการนอนกรน ซึ่งกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นจะมีการหย่อนตัวลงอย่างมาก ซึ่งการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อบริเวณนี้ มีผลทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง เมื่อมีลมหายใจผ่าน ก็จะทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวเกิดการสั่นสะเทือน และกระพือ จนทำให้เกิดเสียงดังขึ้น

นอนกรนเกิดจากอะไร สรุปสั้นๆก็คือ นอนกรนเกิดจาก การที่กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นมีการหย่อนตัวลง จนทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ และเมื่อมีลมหายใจผ่าน ก็จะทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวเกิดการสั่นสะเทือน และกระพือ จนทำให้เกิดเป็นเสียง กรน ขึ้นนั่นเอง

ผู้ชายมีอัตราการนอนกรนมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือโรคจมูกอักเสบ ผู้ที่ทำงานหักโหม หรือออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้การดื่มสุรา สูบบุหรี่จัด กินยานอนหลับก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กรนได้ หากช่องคอแคบลงอีกเรื่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการอุดตันในช่องคอแบบชั่วคราว ทำให้ลมหายใจเข้าออกขาดหายไปชั่วขณะ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยเอาไว้อาจเป็นบ่อเกิดของโรคอื่นๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตลอดจนทำให้มีปัญหากับคนใกล้ชิด

1. ควบคุมน้ำหนัก ความอ้วนเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของอาการนอนกรน เพราะไขมันที่สะสมบริเวณช่องทางเดินหายใจบริเวณคอ ถูกเบียดให้เล็กลง รวมทั้งไขมันที่หน้าอกและท้องก็ยังเป็นภาระให้ร่างกายต้องหายใจหนักขึ้น และใช้พลังงานในการหายใจมากขึ้น

2. ออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อที่ดึงรั้งช่องทางเดินหายใจมีความแข็งแรงขึ้น ขณะที่นอนหลับเนื้อเยื่อภายในปากจะได้ไม่หย่อนลงมาจนขัดขวางช่องทางเดินหายใจ

3. จัดท่านอน พยายามจัดท่านอน เพื่อป้องกันการหายใจทางปาก โดยการนอนตะแคงงอข้อศอก เพื่อให้มือข้างหนึ่งยันคางไว้เป็นการปิดปาก หรืออาจใช้หมอนหนุนหลังเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พลิกมานอนหงาย อาจฝึกด้วยการนอนในที่แคบๆจนเคยชินก็ได้ หรือจะลองใช้ลูกเทนนิสสอดไว้ในเสื้อนอนด้านหลัง ความไม่สบายนี้จะช่วยเตือนให้คุณหลับในท่าตะแคงได้โดยตลอด

4. ยกศีรษะให้สูงขึ้น ถ้านอนตะแคงไม่ได้จริงๆ ให้นอนหงายแล้วใช้หมอนเล็กๆ หนุนที่บริเวณหลังคอด้านบน ยกศีรษะให้สูงจากเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหย่อนลงไปในลำคอจนเกิดเสียงกรนได้

5. รักษาที่นอนให้สะอาด พยายามกำจัดปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดหอบหืด ภูมิแพ้ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการกรน เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์

6. พยายามอย่าให้มีขี้มูกก่อนนอน จะช่วยให้ช่องจมูกเปิดโล่ง ลมเข้าออกได้อย่างสะดวก

7. เพิ่มระดับความชื้นในห้องนอน เพราะการนอนในห้องที่มีความชื้นต่ำมาก อากาศภายในห้องจะแห้ง ทำให้เยื่อบุต่างๆในระบบทางเดินหายใจพลอยแห้งตามไปด้วย บางรายอาจเกิดอาการบวมและทางเดินหายใจตีบแคบลง จนเกิดอาการนอนกรนในที่สุด

cr.www.nksleepcare.co.th

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: