ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

น้ำมันออริกาโน่ใครว่ารักษาโรคไม่ได้

น้ำมันออริกาโน่ใครว่ารักษาโรคไม่ได้

      ออริกาโนเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายและน้ำมันออริกาโน่เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักในวงการวิทยาศาสตร์ สมุนไพรนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอร์รี่ถึงสามเท่าและน้ำมันเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วย คาร์วาครอลพบว่ามีการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ โดยการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์และยับยั้งการจำลองตัวเองของดีเอ็นเอ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทำลายแบคทีเรียที่เป็นอันตรายเท่านั้น กล่าวคือจะไม่ทำลายแบคทีเรียโปรไบโอติกที่เป็นประโยชน์และไม่เหมือนยาปฏิชีวนะที่สามารถทำลายลำไส้ของเราและก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ

      เรามาดูส่วนประกอบและประโยชน์ของน้ำมันออริกาโน่กัน

1. ฟีนอลเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์และทำปฏิกิริยากับอนุมูลอิสระป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย
2. คาร์วาครอลสูง มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าฟีนอลนี้มีคุณสมบัติในการรักษาที่มีศักยภาพและสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เช่น อีโคลาย, แคนดิดา อัลบิแคนส์, ซัลโมเนลลา, ลิสเตอเรียและอื่น ๆ
3. ไทมอลซึ่งเป็นฟีนอลอีกประเภทหนึ่ง โดยสารประกอบนี้มีคุณสมบัติเหมือนน้ำยาฆ่าเชื้อที่ยอดเยี่ยมและเหมาะสำหรับการรักษาการติดเชื้อของเชื้อรา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันสารพิษและส่งเสริมการรักษา
4. กรดโรสแมรีนิค สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและเป็นยาต้านฮิสตามีน ลดอาการบวมตามธรรมชาติและมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการแพ้
5. เทอร์พีนเต็มไปด้วยคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรียที่มีศักยภาพ
6. สารลินาลูล บรรเทาและบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล

      วิธีการเลือกน้ำมันออริกาโน่นั้นไม่ยากเพียงก่อนซื้อน้ำมันหอมระเหยออริกาโนต้องให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ 100% ต้องดิบและยังไม่ผ่านกระบวนการการกลั่นและอบไอน้ำ และควรเลือกที่มีคาร์วาครอลสูงสุดที่คุณสามารถหาได้ซึ่งอาจมีปริมาณต่างกันถึง 50%-85%

      อย่างไรก็ตาม โปรดทราบไว้ก่อนว่าถึงมันจะเป็นธรรมชาติโดยสมบูรณ์ แต่คุณควรใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะมันยังคงเป็นยาปฏิชีวนะ คุณควรรับประทานครั้งละ 7-10 วัน ก่อนใช้ให้เทลงบนแขนและดูว่ามีปฏิกิริยาหรือไม่ จากนั้น อย่าลืมเจือจางด้วย“ น้ำมันตัวพา” เช่น น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: