ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ฟันโยก เกิดขึ้นเพราะฟันจะหักหรือไม่ แล้วควรป้องกันอย่างไร ?

ฟันโยก เกิดขึ้นเพราะฟันจะหักหรือไม่ แล้วควรป้องกันอย่างไร ?

     ฟันเป็นอวัยวะชิ้นเล็กๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะชิ้นใหญ่ใดๆในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการขบเคี้ยวอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ ส่งผ่านไปยังอวัยวะอื่นๆ เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งปัญหาของฟันที่พบบ่อยมากอย่างอาการฟันโยก เกิดขึ้นหลายได้หลายอย่างซึ่งวันนี้มีความรู้มาให้ทุกคนได้ทราบกัน

สาเหตุของฟันโยก

ทันตแพทย์อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การโยกของฟันที่มากกว่าปกติ พบได้ทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ เกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ ในเด็กเกิดจากการขึ้นของฟันแท้ ทำให้มีการโยกของฟันน้ำนมที่มากกว่าปกติ จากการสบฟันที่ผิดปกติ จากการบาดเจ็บของฟันจากอุบัติเหตุ และจากการเป็นโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรัง (โรครำมะนาด) เป็นต้น

ฟันโยก

อาการฟันโยกเป็นลักษณะของฟันที่ได้รับการกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย แต่แรงที่ทำต่อฟันสามารถทำให้รากฟันเคลื่อนที่ส่งผลให้ฟันมีอาการโยกหรือเอนได้ และมักมีอาการเลือดออกตามไรฟันด้วยทั้งนี้ อาจใช้สำลีชุบน้ำประคบเบาๆ พร้อมกดฟันให้อยู่ในตำแน่งเดิม เลือดก็จะหยุดไหลได้เอง หลังจากนั้น ให้งดใช้ฟันซี่นั้นในการกัดหรือเคี้ยวอาหารชั่วคราว เมื่อผ่านไปได้สักระยะ รากฟันก็จะหายเป็นปกติ และฟันกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม แต่หากอาการฟันโยกมีการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมมากหรือทำการกดฟันแล้ว ฟันไม่กลับเข้าที่ตำแหน่งเดิมนั้น ในกรณีนี้ให้ไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะทำการดันฟันให้เข้าตำแหน่งเดิมพร้อมใช้อุปกรณ์ยึดฟันกับฟันซี่ ด้านข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ ฟันก็จะกลับเป็นปกติ

อาการที่เกิดขึ้นระหว่างฟันโยก การโยกของฟันนั้น อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

-เหงือกบวม
-เหงือกมีสีแดง
-มีเลือดออกบริเวณขอบเหงือก
-รู้สึกเจ็บฟันเวลากัดฟัน
-มีเลือดออกขณะแปรงฟัน

วิธีป้องกันอาการฟันโยก เราสามารถป้องกันฟันโยกและอาการอื่นๆได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

1.เลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มหน้าตัดตรง

2.ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

3.แปรงฟันอย่างถูกวิธี

4.ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

5.พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: