ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

วิธีแก้ปัญหาเท้าเหม็น ทั้งปลอดภัยและได้ผล

วิธีแก้ปัญหาเท้าเหม็น ทั้งปลอดภัยและได้ผล

โรคเท้าเหม็น

ซึ่งโรคเท้าเหม็น (pitted keratolysis) ไม่ใช่โรคใหม่ แต่พบมานานแล้วถึง 90 ปี และพบบ่อยที่สุดในผู้ที่ชอบเดินเท้าเปล่าย่ำน้ำในหน้าฝน เมื่อผิวหนังชั้นขี้ไคลของฝ่าเท้าเปียกชื้นจากเหงื่อหรือน้ำที่เจิ่งนอง จะทำให้ผิวหนังยุ่ยและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคเท้าเหม็นพบมากในประเทศเขตร้อน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่พบได้บ่อยกว่าในผู้ชาย เพราะมีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้ามากกว่า และผู้ชายมักสวมถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา

กลิ่นเท้า เกิดจาก ?

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้า มาจากแบคทีเรียและเหงื่อที่ออกบริเวณเท้า ซึ่งบริเวณเท้าจะมีต่อมเหงื่อจำนวนมาก ที่ผลิตเหงื่อออกมาในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป และนอกจากนี้สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้าก็ยังมีอีก นั่นก็คือการใส่รองเท้า-ถุงเท้าที่ไม่สะอาด อับชื้น หรือใส่เป็นเวลานาน รวมถึงการใส่รองเท้าไปเดินลุยน้ำมาก ก็ทำให้เกิดกลิ่นเท้าได้อีกเช่นเดียวกัน

วิธีแก้เท้าเหม็น

   - รักษาความสะอาดของเท้า อย่าเพียงแค่ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำสบู่จากการอาบน้ำให้ไหลผ่านเท้าเท่านั้น แต่คุณควรล้างและถูสบู่ให้ทั่วเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามง่ามนิ้ว ตาตุ่ม และส้นเท้า เสร็จแล้วก็เช็ดเท้าให้แห้ง บำรุงด้วยครีมเข้มข้นหรือปิโตรเลียมเจลเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังบริเวณเท้า แต่สิ่งที่ควรระวังโดยเฉพาะเวลาเร่งรีบ คือ อย่าใส่ถุงเท้า ถุงน่อง หรือรองเท้า ทั้ง ๆ ที่ครีมซึ่งชโลมลงไปนั้นยังไม่ซึมเข้าสู่ผิวดี เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มความอับชื้นและทำให้เกิดกลิ่นได้

   - ขัดเท้า ขัดส้นเท้าและซอกนิ้วทุกนิ้วให้เกลี้ยงด้วยที่ขัดเท้าร่วมกับฟุตสครับ โดยขัดวนเป็นวงกลมนวดไปให้ทั่วเท้า โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่หยาบหนากว่าส่วนอื่น หรือจะเลือกใช้หินพัมมิส (Pumice Stone) นำมาขัดบริเวณผิวหนังที่แข็งกระด้างด้วยก็ได้ ขัดเสร็จแล้วก็ให้ล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ เช็ดเท้าให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงให้ทั่วเท้า ให้ทำสัปดาห์ละครั้ง วิธีนี้จะช่วยทำให้เท้าของคุณสะอาดมากขึ้นและยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดไปในตัวอีกด้วย

   -เลือกใช้สบู่ที่ช่วยดับกลิ่นได้ เช่น สบู่เดทตอล สบู่เบนเนท สบู่อิงอร สบู่มาดามเฮง ฯลฯ นำมาฟอกล้างทำความสะอาดเท้าแทนการใช้สบู่อาบน้ำทั่วไป หรือจะล้างเท้าด้วยทีทรีออยล์ (Tea Tree Oil), น้ำมันสะระแหน่, น้ำมันยูคาลิปตัส+เกลือทะเล ก็ช่วยระงับกลิ่นเท้าได้ดี เพราะมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ควรระวังในการใช้หากคุณมีผิวที่แพ้ง่าย และอย่าใช้น้ำมันสะระแหน่ หากคุณกำลังตั้งครรภ์

   -ทำความสะอาดและดูแลสุขภาพเล็บ ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ และควรพิถีพิถันกับการตัดเล็บให้เป็นแนวตรงเพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในเท้าได้ ส่วนขี้เล็บตามซอกเล็บโดยเฉพาะซอกเล็บในนิ้วโป้งเท้า ก็ควรจัดการทำความสะอาดให้เรียบ อย่าให้เหลือ และควรล้างเท้าแล้วซับให้แห้งทุกครั้ง

   -ซักถุงเท้า ถุงน่อง และรองเท้าอยู่เสมอ เรื่องนี้สำคัญมาก คุณควรหมั่นซักทำความสะอาดและตากให้แห้ง เพราะแบคทีเรียนั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่น สำหรับการซักรองเท้าให้สะอาด หากเป็นรองเท้าผ้าใบ ก่อนอื่นให้นำไปแช่ในน้ำที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงซักด้วยผงซักฟอกตามปกติ นำไปตากแดดให้แห้งสนิท เพราะถ้าตากไม่แห้งจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ง่าย ส่วนถุงเท้าที่ใส่แล้วก็อย่าใส่ซ้ำ เมื่อถอดแล้วก็ให้รีบนำไปซักและตากให้แห้งทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย โดยก่อนนำถุงเท้าไปซัก ให้นำไปแช่ในน้ำร้อนก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและทำให้คราบสกปรกหลุดออกมาได้ง่าย แล้วซักด้วยผงซักฟอกตามปกติ น้ำสุดท้ายคุณอาจจะแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมก่อนก็ได้ แล้วนำไปตากให้แห้งสนิท

ยาที่ใช้รักษาโรคเท้าเหม็น

- ยาที่ลดความอับชื้น เช่น 20% Aluminium Chloride เป็นผงแป้ง ใช้วันละ 1 ถึง 2 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง หากยังคงมีเหงื่อออกมาก แพทย์อาจพิจารณารักษาโดยการฉีด Botulinum Toxin ที่ฝ่าเท้า เพื่อระงับ สัญญาณที่มาจากสมองไปยังต่อมเหงื่อเพื่อให้ลดการสร้างเหงื่อที่เท้า โดยการรักษาด้วยวิธีนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ยาทาที่ช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย เช่น Clindamycin, Erythromycin เป็นต้น
- ยาที่ช่วยให้ผิวหนังลอกและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Benzoyl peroxide เป็นต้น

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: