ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รู้หรือไม่? น้ำมันมะกอก ช่วยลดน้ำหนักได้

      รู้หรือไม่? น้ำมันมะกอก ช่วยลดน้ำหนักได้ 

     น้ำมันมะกอก (Olive Oil) เป็นน้ำมันธรรมชาติที่สกัดจากผลของต้นมะกอก ผู้คนนิยมนำน้ำมันมะกอกมาใช้ประกอบอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายรูปแบบ  เช่น การผลิตสบู่ พลาสเตอร์ น้ำมันนวด วัสดุอุดฟัน และล่าสุดได้มีการผลิตน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil)  โดยเชื่อว่ามีคุณสมบัติและประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันมะกอกทั่วไป เพราะน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากน้ำมันมะกอกทั่วไป  คือผ่านการสกัดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ทำให้คงคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์ไว้ได้มากกว่าน้ำมันมะกอกที่ผลิตด้วยวิธีทั่วไปนั่นเอง

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก
อย่างที่หลายคนทราบว่าน้ำมันมะกอก สามารถนำมาประกอบอาหารต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งประโยชน์ของน้ำมันมะกอกจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ลดความอ้วน

หลายคนมักคิดว่า น้ำมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำมันมะกอกสามารถลดความอ้วนลงได้
โดยจากงานวิจัยหลายทำให้พบว่าผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกร่วมกับการรับประทานอาหารไขมันต่ำ ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างเพียงพอ
สามารถทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้มากกว่าผู้ที่อดอาหารทั่วไป เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยกระตุ้นสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไขมัน
ทำให้ร่างกายไม่อยากรับไขมันเพิ่มจนทำให้เคยชินและสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่าการงดอาหารนั่นเอง

น้ำมันมะกอกประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวอยู่เป็นส่วนมาก โดยมีส่วนช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล (LDL)
ได้ควบคุมระดับ (LDL) ให้ต่ำลง ช่วยให้ไขมันในเลือดลดลง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดหัวใจรั่ว
เป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) และทำให้หัวใจทำงานได้อย่างแข็งแรงยิ่งขึ้น

บรรเทาอาการท้องผูก

น้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยรักษาความผิดปกติในช่องท้องหรือภาวะท้องผูกต่างๆ ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้มีอาการถ่ายอุจจาระไม่ออก ถ่ายไม่สุด อุจจาระเป็นก้อนแข็ง หรือขับถ่ายลำบาก สามารถเลือกรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์เพื่อแก้อาการดังกล่าวได้

ลดความเครียด

จากงานวิจัยหลายตัวทำให้พบว่าน้ำมันมะกอกสามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล หรืออาการซึมเศร้าได้ ทำให้ไม่เกิดอาการอ้วนลงพุงจากความเครียด ทำให้จิตใจแจ่มใสร่าเริง อารมณ์ดี และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการผิดปกติทางจิตได้

ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์

ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์เริ่มพบเจอได้บ่อยครั้งขึ้นในทุกวันนี้ แต่หากคุณรับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำ ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลซัลเมอร์ได้ เนื่องจากน้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยโอลีโอแคนธัล (Oleocanthal) เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มักหลงๆ ลืมๆ ความจำไม่ดี และต้องใช้ความคิดอยู่เสมอ

กระดูกและฟันแข็งแรงขึ้น

น้ำมันมะกอกมีส่วนประกอบของแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ทำให้มีมวลกระดูกเพิ่มขึ้น และช่วยให้ร่างกายดูดซับแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น
สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันมะกอก

โพลิฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระ

คุณประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้จากโพลิฟีนอลมักเป็นผลมาจากการที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยต้านการเสื่อมโทรมของเซลล์
สารอาหารเหล่านี้ยังช่วยในเรื่องการลดภาวะอารมณ์ตึงเครียด จัดการกับอาการเจ็บปวด ช่วยชะลอวัย อีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อม ภาวะหลอดเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวานและโรคมะเร็งบางชนิดด้วย

วิตามินเค

วิตามินเคคือกลุ่มวิตามินที่มีความสำคัญในการสร้างโปรตีนซึ่งช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด ช่วยสร้างกระดูกใหม่และช่วยเรื่องความสมดุลของแคลเซียม คุณประโยชน์ที่ได้จากการรับประทานวิตามินเคอย่างสม่ำเสมอคือ การช่วยเสริมสร้างสารอาหารและโปรตีนต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับการสมานแผล อีกทั้งยังช่วยเสริมแคลเซียมในการผลิตมวลกระดูกและป้องกันกระดูกพรุน

วิตามินอี

วิตามินอี มีส่วนช่วยในการป้องกันการทำลายเซลล์ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง โดยมีส่วนช่วยต้านการติดเชื้อและยังช่วยป้องกันความปกติของสายตาอีกด้วย


กรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3

กรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 คือกลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งร่างกายของมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องจะได้รับจากการรับประทานอาหาร หากขาดกรดไขมันโอเมก้าเหล่านี้ อาจทำให้การทำงานของร่างกายบกพร่องและเกิดการเจ็บป่วยได้ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 จึงจำเป็น ในขณะที่กรดไขมันโอเมก้า 6 นั้นสำคัญต่อการดำรงชีวิต กรดไขมันโอเมก้า 3 เองมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการช่วยในการไหลเวียนของเลือด การทำงานของหัวใจและระบบพันธุกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ปริมาณที่ดีที่สุดที่แนะนำให้บริโภคกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 คือการบริโภคในสัดส่วน 4 ต่อ 1 ยิ่งใกล้เคียงตัวเลขนี้เท่าไร ยิ่งดีเท่านั้น น้ำมันปาล์มทั่วไปมีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 ในสัดส่วน 45.5 ต่อ 1 น้ำมันรำข้าวในสัดส่วน 20 ต่อ 1 แต่น้ำมันมะกอกนั้นดีต่อสุขภาพยิ่งกว่า เนื่องจากมีสัดส่วนของกรดไขมันที่กล่าวไปในสัดส่วน 12.89 ต่อ 1 ซึ่งใกล้เคียงสัดส่วนที่แนะนำไปมากที่สุดนั่นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: