ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

วิธีง่ายๆในการรักษาอาการท้องอืด

    

วิธีง่ายๆในการรักษาอาการท้องอืด

     ท้องอืด เป็นอาการพบได้ทั่วไปกับคนทุกเพศทุกวัย ทำให้รู้สึกไม่สบายท้องหรือแน่นอึดอัดท้อง  ซึ่งเกิดจากการมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้มากกว่าปกติ บางรายอาจทำให้ท้องบวมจนเห็นได้ชัดเจน และอาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ เช่น เรอบ่อย ผายลม ปวดท้อง หรือท้องร้องมากกว่าปกติ    

     1.อย่ากลัวที่จะผายลม มันน่าจะเป็นวิธีลดอาการปวดท้องเนื่องจากมีแก๊สได้ตรงเผงที่สุดแล้วโดยการผายลม (หรือตดนั่นเอง) ผู้คนส่วนใหญ่หรือในวงสังคมส่วนมากมักชี้ว่าการผายลมเป็นการไร้มารยาท ดังนั้นควรอดกลั้นและไปผายลมในสุขา วิธีที่จะช่วยให้ลมถูกปล่อยออกมา ก็เช่นออกไปเดินเล่นและ/หรือนวดบริเวณท้องน้อยลงไปเบาๆ ซึ่งจะช่วยดันแก๊สออกจากลำไส้ใหญ่ของคุณ

   -แก๊สที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่นั้นเป็นส่วนผสมของไนโตรเจน, คาร์บอนไดออกไซด์, มีเธนและสารประกอบซัลเฟอร์ อันเป็นตัวที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
   -การผายลมมักจะกลายเป็นเรื่องปกติเมื่อแก่ตัวลง ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะร่างกายผลิตเอ็นไซม์ย่อยอาหารลดน้อยลง

     2.ลองลดอาการปวดด้วยการเรอ. อีกวิธีในการปล่อยแก๊ส แต่เป็นทางอีกด้านหนึ่ง โดยการเรอออกมา ถึงแม้การเรออาจไม่ได้ส่งผลอะไรกับลำไส้ใหญ่มากนัก
แต่มันช่วยขับแก๊สส่วนเกินในกระเพาะและลำไส้ตอนบนได้แน่ๆ การมีลมในท้องมากเกินไปนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากการกลืนน้ำหรือรับประทานอาหารเร็วเกินไป หรือดื่มน้ำทางหลอด
เคี้ยวหมากฝรั่งและการสูบบุหรี่ ลมในท้องนี้สามารถปลดปล่อยได้ทั้งง่ายทั้งไวและไม่เจ็บปวดก็ด้วยการเรอ แม้ว่าการดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปจะสามารถทำให้ท้องอืด แต่การจิบน้ำซ่าๆ เหล่านี้สักเล็กน้อยจะช่วยให้เรอและขับแก๊สออกมา

   -วิธีแก้ทางธรรมชาติที่บางครั้งอาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรอก็มีขิง, มะละกอ, น้ำมะนาวและน้ำใบสาระแหน่
   -เช่นเดียวกับการผายลม ผู้คนและสังคมส่วนใหญ่ (แต่ไม่ทั้งหมด) เห็นว่าการเรอในที่สาธารณะเป็นการไร้มารยาท ดังนั้นจึงควรคิดก่อนทำ

      3.หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส. อาหารบางอย่างมีโอกาสก่อให้เกิดแก๊สในลำไส้สูงเพราะมันย่อยยากหรือมีส่วนประกอบที่อาจสร้างความระคายต่อท้องและลำไส้ อาหารที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวชวนให้ท้องอืดหรือก่อแก๊สก็ได้แก่ ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ถั่วเลนทิล ผักกาด กระเทียม บร็อคโคลี กระหล่ำดอก พรุน และเห็ด การรับประทานใยอาหารที่ย่อยไม่ได้ (พบในผักส่วนใหญ่และเปลือกผลไม้บางชนิด), น้ำตาลฟรุคโตส (พบในผลไม้ โดยเฉพาะพวกเบอร์รี่รสหวาน), กับกลูเตน (โปรตีนที่พบในธัญพืชส่วนใหญ่ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์และข้าวไรย์) มากจนเกินไปก็อาจทำให้ท้องอืด ผายลมบ่อยและท้องร่วง ถ้าคุณชอบทานผักผลไม้สดๆ จึงควรทานแต่น้อย เคี้ยวให้ละเอียดและค่อยๆ กลืน

   -คนที่เป็นโรคแพ้กลูเตน (celiac disease) จะมีอาการไวต่อกลูเตน ซึ่งจะก่ออาการระคายลำไส้ ทำให้ปวดท้องและท้องอืด
   -โรคลำไส้อื่นๆ ที่ทำให้ท้องอืดง่ายได้แก่ โรคลำไส้หดเกร็ง (IBS), โรคลำไส้ใหญ่เป็นแผลอักเสบ และโรคโครห์น
   -เครื่องดื่มที่อาจทำให้ท้องอืดได้แก่ กาแฟ, น้ำที่มีฟรุคโตสสูง, เบียร์ และน้ำอัดลมที่ใช้น้ำตาลเทียม (แอสปาแตมหรือซอร์บิทอล)

     4.หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกนมถ้าคุณเป็นพวกแพ้น้ำตาลแลคโตส การแพ้น้ำตาลแลคโตสคือการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเอ็นไซม์แลคเตสออกมามากพอ  (หรือออกมาได้) ซึ่งมันจำเป็นสำหรับการย่อยน้ำตาลนม (แลคโตส) แลคโตสที่ไม่ได้ย่อยจะลงไปรวมตัวกันในลำไส้ใหญ่และกลายเป็นแหล่งที่จุลินทรีย์ใช้หมักตัวและเป็นอาหาร ซึ่งทำให้เกิดแก๊สตามมา อาการของการแพ้แลคโตสก็คือ ผายลมบ่อย ท้องอืด ปวดท้อง และท้องร่วง เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงควรลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนมถ้าคุณดูท่าว่าจะแพ้แลคโตส โดยเฉพาะพวกนมวัว ชีส วิปปิ้งครีม ไอศกรีม และมิลค์เชค

   -ความสามารถในการผลิตแลคเตสจะลดลงอย่างรวดเร็วหลังพ้นวัยเด็ก ซึ่งหมายความว่าเมื่อแก่ตัวลง คุณก็จะเสี่ยงต่อการแพ้แลคโตสยิ่งขึ้น
   -ถ้าคุณต้องการจะบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการเกิดแก๊สและการปวดท้องเนื่องจากแพ้แลคโตสแล้วละก็ ลองหาซื้อเอ็นไซม์แลคเตสชนิดแคปซูลจากร้านเวชภัณฑ์และร้านขายยา ทานแคปซูลสักสองสามเม็ดก่อนรับประทานอาหารที่ทำมาจากนม

     5.ผสมเบกกิ้งโซดาสักหนึ่งถึงสองช้อนชาลงไปในน้ำ อาการปวดท้องเนื่องจากลมในกระเพาะอาจเกิดจากกรด เบกกิ้งโซดามีฤทธิ์เป็นเบส ซึ่งจะช่วยลดความเป็นกรด ทำให้ไม่ปวดท้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: