ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

8 วิธีลดปัญหาผมมัน


   8 วิธีลดปัญหาผมมัน


      การสระผมในทุก ๆ วัน ไม่เพียงจะช่วยทำความสะอาดเส้นผมไม่ให้มีสิ่งสกปรกหรือรังแคได้แล้ว ยังเป็นการช่วยลดความมันบนหนังศีรษะได้อีกด้วย เพราะร่างกายของคนเรามีการผลิตน้ำมันเคลือบผิว ตามกลไกธรรมชาติ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือผิวหน้า ถ้าหน้ามันเมื่อไหร่เป็นต้องส่องแสงแวววาวจนสาว ๆ หนักใจ ไม่เว้นแต่หนังศีรษะของเรา และนี้คือต้นเหตุของการที่ผมมัน


สระผมบ่อยเกินไป
หลายคนมีความสุขกับการสระผมในทุกวันเพื่อที่จะได้มีผมหอมๆ ออกจากบ้านไปทำกิจกรรมต่างๆ บางคนถึงขนาดสระผมมากกว่า1ครั้งใน1วัน แต่รู้หรือไม่ว่าการสระผมบ่อยเกินไปก็ทำให้เกิดผมมันได้ เนื่องจากในทุกครั้งที่สระผมด้วยแชมพู หนังศีรษะจะส่งสัญญาณไปยังต่อมซีบัมให้ผลิตน้ำมันออกมา ยิ่งสระผมบ่อยเท่าไหร่ ซีบัมก็ยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากเท่านั้น


ความแตกต่างของเส้นผม
คนผมตรงมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาผมมันมากกว่าคนมีผมหยักศกหรือผมแบบอื่นๆ เป็นเพราะว่าเส้นผมของคนผมตรงนั้นไม่มีลักษณะทางพื้นผิวในแบบอื่นเลย หรือก็คือไม่เป็นลอนคลื่นนั่นเอง ดังนั้นเมื่อซีบัมผลิตน้ำมันออกมา น้ำมันธรรมชาติเหล่านั้นก็สามารถที่จะไหลตรงไปยังเส้นผมจนทั่วทั้งศีรษะได้ทันที และยังสามารถที่จะมองเห็นได้ง่ายกว่าผมชนิดอื่นๆ ด้วย


ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่ใช้อยู่
อีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาผมมันก็มาจากผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้นี่เอง เนื่องจากส่วนผสมบางอย่างในแชมพูสามารถที่จะยับยั้งน้ำมันในเส้นผมได้ และเมื่อหนังศีรษะไม่มีน้ำมัน หนังศีรษะก็จะส่งสัญญาณไปยังซีบัมให้ผลิตน้ำมันออกมา


ความเครียดและฮอร์โมน
เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะของความเครียด ฮอร์โมนที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol)ก็จะถูกปล่อยออกมา และเมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลถูกปล่อยออกมามากขึ้นก็จะไปกระตุ้นต่อมไขมัน(Sebaceous glands) ที่บริเวณหนังศีรษะ หนังศีรษะเมื่อได้รับการกระตุ้นดังนี้ จึงส่งสัญญาณไปยังซีบัมให้ผลิตน้ำมันออกมา ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะมันนั่นเอง


วิธีดูแลและป้องกัน ผมมัน


1.เลิกสระผมบ่อย


การสระผมที่มากเกิน1ครั้งในแต่ละวัน สามารถที่จะทำให้เกิดผมมันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีปัญหาผมมันอยู่แล้ว ควรสระผมเพียงวันละครั้ง หรือสระทุกวันในตอนเช้า เพื่อไม่ให้ผมมันในระหว่างวัน เพราะถ้าคนผมมันสระผมเกิน 1 ครั้งในแต่ละวัน ก็จะยิ่งทำให้ผมมันได้ง่ายขึ้นไปอีก แต่ถ้าหากไม่สระเลยหรือเว้นระยะที่นานไปก็จะทำให้ผมมันนั้นมันเยิ้มยิ่งกว่าเดิมและสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น


2.หลีกเลี่ยงการใช้ที่หนีบผม


อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนแก่เส้นผม สำหรับคนที่มีปัญหาผมมันควรพยายามหลีกเลี่ยง เนื่องจากเวลาใช้งาน ความร้อนเหล่านั้นอยู่ใกล้รากผมก็จะไปกระตุ้นให้หนังศีรษะขับเอาน้ำมันออกมา และทำให้เกิดผมมันง่ายขึ้น


3.หยุดหวีผมบ่อยๆ


การหวีผมบ่อยๆ เป็นการไปกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมา จึงควรหวีผมเท่าที่จำเป็น ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป เพื่อลดการรบกวนหนังศีรษะ และควรทำความสะอาดหวีให้สะอาดอยู่เสมอ


4.ล้างผมให้สะอาดทุกครั้ง


ทุกครั้งหลังสระผมหรือชโลมครีมบำรุงผม ควรที่จะล้างเส้นผมให้สะอาด ไม่ให้มีครีมบำรุงหรือแชมพูหลงเหลืออยู่ เพราะถ้าล้างออกไม่หมดก็จะยิ่งทำให้ผมมันเกิดได้เร็วขึ้น


5.ดูแลหมอนและปลอกหมอนให้สะอาด


หากเป็นไปได้ควรที่จะมีการเปลี่ยนปลอกหมอนในทุกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ต่อครั้ง เพราะเวลาที่เรานอนในทุกวันก็จะเป็นการนอนทับกับน้ำมันจากเส้นผมของวันก่อนๆ ดังนั้นเพื่อการดูแลสุขภาพของหนังศีรษะที่อาจจะไม่ใช่เพียงเฉพาะผมมัน แต่อาจเสี่ยงต่อปัญหาหนังศีรษะอื่นๆ จึงควรดูแลหมอนและปลอกหมอนให้สะอาดอยู่เสมอ


6.ไม่สัมผัสกับหนังศีรษะด้วยความรุนแรง


โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่สระผม ไม่ควรใช้เล็บเกาอย่างรุนแรง ควรค่อยๆ นวดอย่างเบาๆ รวมถึงไม่ควรหวีผมบ่อยและหวีอย่างรุนแรง เพราะการกระทำเหล่านี้จะเป็นการไปกระตุ้นให้ซีบัมผลิตน้ำมันออกมา


7.ไปพบคุณหมอ


หากอาการผมมันเป็นปัญหาหนักใจ ไม่ว่าจะลองวิธีใดก็ยังไม่ได้ผล การปรึกษากับคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญอาจได้รับคำแนะนำที่ดีกว่าและตรงจุดกับสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงได้มากกว่า


8.การเลือกแชมพูสำหรับคนผมมัน


ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมบางชนิดอาจเป็นสาเหตุของการเกิดผมมัน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันก็ยังสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ จึงควรมีการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับปัญหาและการใช้งานของตนเอง ดังนี้


- เลือกใช้แชมพูสำหรับเด็ก แชมพูทั่วไปของผู้ใหญ่นั้นมีสารเคมีและกลิ่นสังเคราะห์ผสมอยู่ ในขณะที่แชมพูสำหรับเด็กนั้นมีสารเคมีน้อย จึงช่วยลดสาเหตุของอาการผมมัน รวมถึงลดปัญหาผมร่วงได้อีกด้วย


- เลือกแชมพูที่มีส่วนผสมในการลดปัญหาผมมัน เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้ในแชมพู ช่วยลดโอกาสในการที่จะไปกระตุ้นให้ซีบัมผลิตน้ำมันออกมา มีส่วนช่วยให้หนังศีรษะสดชื่น เบาสบาย และบำรุงเส้นผม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: