ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ประโยชน์ของ ลูกพลัมหรือลูกพรุน ผลไม้ของโปรดสาวๆเรา


   ประโยชน์ของ ลูกพลัมหรือลูกพรุน ผลไม้ของโปรดสาวๆเรา


     พลัม จัดในตระกูลพรุน เช่นเดียวกับ ลูกท้อ บ๊วย เชอร์รี่ อัลมอนด์ และนางพญาเสือโคร่ง และมีถิ่นกำเนิดจากบริเวณคอเคซัสในเอเชียตะวันตก โดยทั่วไปแล้วเราจะเรียกว่าผลไม้ชนิดนี้ว่า "พลัม" หรือ "ลูกพลัม" (ทับศัพท์) แต่บางคนจะเรียกว่า "ไหน" หรือ "ลูกไหน" ซึ่งเป็นชื่อไทย ส่วนลูกพลัมแห้งเราจะเรียกว่า "พรุน" หรือ "ลูกพรุน" ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก 


ประโยชน์ของลูกพลัม


1.ลูกพรุนมีวิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ในร่างกาย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ยืดอายุของเม็ดเลือดแดง
ช่วยซ่อมแซมเซลล์ของร่างกาย


2.การรับประทานลูกพรุนเป็นประจำในปริมาณมากจะช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ มีแคลอรีน้อย และยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้และชนิดที่ละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้


3.ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เพราะลูกพรุนมีวิตามินอีและแร่ธาตุที่ช่วยลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อยามเครียด


4.ช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยทำให้กระดูกผุช้าลง โดยพบว่าสตรีที่รับประทานลูกพรุนแห้งวันละ 1 ขีดต่อติดกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่ามีการสร้างมวลมากขึ้นอย่างชัดเจน


5.พลัมมีวิตามินซีซึ่งมีสรรพคุณในการเสริมสร้างและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายที่เสียหาย นอกจากนี้ในลูกพลัมยังมี สารไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ปัญหาของหลอดเลือดและระบบประสาท


6.สารพฤกษเคมี (Phytochemical) และสารอาหารในลูกพลัม มีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบที่หัวใจ ซึ่งอาการอักเสบที่ว่านี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจได้ ดังนั้นการรับประทานลูกพลัมจึงถือว่ามีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ


7.ในลูกพลัมมีวิตามินบี 6 ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนในการกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบประสาทและสมอง


8.ลูกพรุนมีวิตามินบี 2 ที่นอกจากจะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงแล้ว ยังช่วยในกระบวนการสร้างและช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนัง เล็บ และผม


9.สำหรับผู้ที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ ควรรับประทานอาหารหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยหนึ่งในผลไม้ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมนั้นก็คือ "ลูกพรุน"


10.ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนของสตรี เพราะลูกพรุนอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่เป็นตัวช่วยควบคุมฮอร์โมนให้เป็นปกติและช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ต้องรับประทานก่อนมีอาการปวดประจำเดือนประมาณ 1-2 วัน


กลับไป ด้านบน

Thaiza update: