ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

วัยรุ่นกับปัญหาการใช้ความรุนแรง


     โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการบันทึกคลิปการทำเลาะวิวาทกันทางโทรศัพท์มือถือ แสดงให้เห็นค่านิยมในทางที่ผิดของวัยรุ่น และยังก่อให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมกันในวงกว้าง เพราะเทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว จะเห็นว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามานั้น วัยรุ่นส่วนหนึ่งนำไปใช้ในทางที่ผิด

     ล่าสุดกับข่าวที่น่าสลดใจ คือเหตุที่นักเรียนหญิงชั้นม.3 โรงเรียนนนทรีวิทยา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทใช้มีดแทงคู่กรณีซึ่งเป็นรักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุมาจากการโพสข้อความด่ากันในเว็บไซด์ hi5 ซึ่งเป็นเว็บไซด์ที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น โดยมีการโพสด่ากันเรื่องแย่งผู้ชาย ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน จนเกิดการทำร้ายร่างกายในที่สุด สำหรับสาเหตุในเบื้องต้น เกิดจากการทะเลาะกันเรื่องแย่งผู้ชาย แต่ในกรณีนี้มีชนวนมาจากการโพสด่ากันในเว็บไซด์ ทำให้บานปลายจนทะเลาะวิวาทกันที่โรงเรียน

     ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และมีกระแสต่างๆ เกิดขึ้นรวดเร็วตลอดเวลา ทำให้ปัญหาที่เกิดมีรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอด แต่พื้นฐานก็ยังคงคล้ายกัน ดังเช่นในกรณีนักเรียนแทงกันนี้ รูปแบบปัญหาเกิดจากชนวนเหตุในการโพสด่ากันทางเว็บไซด์ แย่งผู้ชาย แต่ปัญหาพื้นฐานก็ยังคงเป็นเรื่องค่านิยมที่ผิดในการใช้ความรุนแรง

     ในการทะเลาะวิวาทกันเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว แต่นับวันการทะเลาะกันดูจะรุนแรงมากขึ้น จากแค่ตบตีกันโดยไม่มีอาวุธ ก็เพิ่มอาวุธต่างๆเข้ามา ระดับของความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่ว่าการใช้ความรุนแรงจะมากหรือน้อยระดับใด ก็ยังคงเป็นการใช้ความรุนแรงอยู่นั่นเอง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า ระดับใช้ความรุนแรงมากหรือน้อย หากแต่อยู่ที่เหตุใดวัยรุ่นสมัยนี้จึงนิยมเลือกใช้ความรุนแรงในการยุติปัญหา ทั้งที่มีทางเลือกอื่นอีกมากมาย สาเหตุมาจากหลายๆอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะโดยสื่อที่นำเสนอภาพความรุนแรง โดยเฉพาะในละครไทยที่มีภาพการตบตีแย่งชิงผู้ชายอยู่ให้เห็นเกือบทุกเรื่อง หรือจากภาพยนตร์ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ เยาวชนได้ซึมซับเข้าไปทุกวันอย่างไม่รู้ตัว พฤติกรรมการลอกเลียนแบบมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ เช่นการถ่ายคลิปการทะเลาะวิวาท ที่กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นการลอกเลียนที่ผิดๆ อีกทั้งวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่น้อยลงของวัยรุ่น ทำให้ขาดความยั้งคิดในการตัดสินใจ ที่สำคัญคือพ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงทางโรงเรียน ควรสอดส่องพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น





***********************************




กลับไป ด้านบน

Thaiza update: