ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯกลับวังไกลกังวล-ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญ

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯกลับวังไกลกังวล-ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญ

 

ข่าวด่วนวันนี้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่ง แปรพระราชฐานจาก ร.พ.ศิริราช ไปประทับแรม ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อฟื้นฟูพระวรกายและเปลี่ยน พระราชอิริยาบถ โดยมีประชาชนทุกหมู่เหล่ามาร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โดยประชาชนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ดังกึงก้องไปตลอดเส้นทางที่ขบวนรถพระที่นั่งเคลื่อนผ่าน

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะประทับรถยนต์พระที่นั่งออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ผ่านตึกเทคนิคการแพทย์ ตึกอำนวยการไปทางประตู 8 หรือประตูท่าน้ำ ผ่านถนนวังหลัง หน้าโรงพยาบาลศิริราช เลี้ยวขวาที่สี่แยกโรงพยาบาลศิริราช ขึ้นสะพานอรุณอัมรินทร์ จากนั้น ขึ้นทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ลงสี่แยกฉิมพลี ไปทางถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่ถนนเพชรเกษม ไปอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


 


        นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนที่จะเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมเพราะอากาศค่อนข้างร้อน แต่ไม่มีฝน ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ และเด็ก ควรระมัดระวัง

        ส่วนบรรยากาศที่บริเวณหน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่หน้าวังไกลกังวล เพื่อรอเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่จะทรงเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช มาประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน ในช่วงเย็น โดยพบว่าเริ่มมีประชาชนชาวหัวหินบางส่วนทยอยมาจับจองที่นั่งกันบ้างแล้ว แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ถึง 33 องศาเซลเซียล ทำให้ทำได้เพียงนำเสื้อ หรือผ้าพลาสติกมาปูกางวางพื้นที่ หรือนำร่มมากางไว้ ว่าจะนั่งบริเวณใด เพื่อเป็นการจับจองพื้นที่ไว้ก่อน

        จากนั้นกลับไปรอคอยเวลาที่บ้านพักหรือบางรายก็เลือกที่จะนั่งรอใต้ต้นไม้ หรือนั่งรอที่บริเวณศาลาเฉลิมพระเกียรติที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวังไกลกังวล โดยต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าปลื้มใจที่ทั้ง 2 พระองค์จะเสด็จกลับวังไกลกังวลแล้ว อยากให้ทรงพระพลานามัยแข็งแรงและทรงเกษมสำราญ 



        นางกมลรัตน์ วิริยะภาพ อายุ 60 ปี ชาวบ้านจาก จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ติดตามข่าวการเสด็จพระราชดำเนินตามสถานที่ต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งถ้ามีโอกาสก็จะไปเฝ้ารับเสด็จด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน และก็มักจะนำธงโบกตราสัญญาลักษณ์มาจำหน่ายเป็นค่าเดินทางด้วย ในราคา ธงละ 5 บาท แต่ถ้าพบคนชราหรือคนยากจนไม่มีเงิน ตนก็จะแจกให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อจะได้ใช้รับเสด็จ อยากให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงเห็นประชาชนที่มารอรับเสด็จด้วยการโบกธงกันให้มากๆ ท่านจะได้รู้ว่ายังมีประชาชนที่รักพระองค์อยู่มากขนาดไหน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

        ด้าน นายสุทีพ แก้วศรชัย หัวหน้าสถานีอุตนิยมวิทยาหัวหิน กล่าวว่า สภาพอากาศในพื้นที่หัวหินช่วงเช้าท้องฟ้าปลอดโปร่ง แต่ช่วงบ่ายจะมีเมฆครึ้ม มีแนวโน้มฝนตกเพียงร้อยละ 30 ของพื้นที่ สำหรับประชาชนที่จะเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จฯ ที่อำเภอหัวหิน ให้เตรียมความพร้อมกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส ดังนั้น ควรเตรียมร่มและน้ำดื่มไว้ให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคอยถวายความปลอดภัยการเสด็จพระราชดำเนินในช่วงเย็นวันนี้ จำนวน 390 นาย ตั้งแต่สนามบินหัวหินถึงบริเวณด้านหน้าวังไกลกังวล

        ในช่วงบ่ายผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทุกสารทิศทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ฟุตบาทถนนเพชรเกษม หน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน เพื่อรอเผ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ อย่างไม่ขาดสาย ทำให้การจราจรถนนเพชรเกษมทั้ง 2 ฝั่ง รถเริ่มติดขัดยาวตั้งแต่สี่แยกจี้อันตึ้งจนถึงหน้าวังไกลกังวล โดยแต่ละคนสวมเสื้อเหลืองพร้อมถือภาพพระสาทิสลักษณ์ ธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพื่อชื่นชมพระบารมีขณะขบวนเสด็จผ่าน ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 500 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดูแลความปลอดภัยและการจราจรอย่างเข้มงวด

        ขณะที่ แพทย์หญิงสุพรรณี ประดิษฐสถาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว อาจส่งผลกระทบกับประชาชนที่เดินทางไปรอรับเสด็จฯโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระวังเป็นโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก ดังนั้นควรมีน้ำดื่มพกติดตัว และ สวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อน

        นางอนงค์ วงแหวน อายุ 49 ปี ชาว ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ กล่าวว่า หลังทราบข่าวในหลวงและราชินี เสด็จกลับวังไกลกังวล ได้ชวนครอบครัวรวม 3 คน ขับรถมาเฝ้ารอรับเสด็จตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาโดยนอนพักในรถที่ปั๊มน้ำมันใกล้วังไกลกังวล เพื่อรอช่วงเช้าจึงได้จับจองพื้นที่ก่อนใครเพื่อรอรับเสด็จอย่างใกล้ชิด นางตะวัน หอมสุคนธ์ อายุ 45 ปี ชาว จ.สระบุรี ที่เดินทางมารอเฝ้ารับเสด็จ เปิดเผยว่า ตนเองมาทำงานที่ อ.หัวหิน ตั้งแต่ปี 52 รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเฝ้ารับเสด็จทุกครั้ง รวมถึงที่ รพ.ศิริราช ด้วย วันนี้ได้มีโอกาสชวนเพื่อนร่วมงานมาเฝ้ารับเสด็จอีกครั้ง

 


ที่มา...ข่าวสด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: