ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

สุดพิลึก!! รพ.ประกาศห้ามท้อง รุมจวกละเมิดสิทธิ์-ขัดกม.แรงงาน

ห้ามท้อง
สุดพิลึก!! รพ.ประกาศห้ามท้อง รุมจวกละเมิดสิทธิ์-ขัดกม.แรงงาน


 


ข่าววันนี้ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในโลกออนไลน์ว่า มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีการติดประกาศที่สร้างความงุนงง! ให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง โดยประกาศดังกล่าวติดไว้ที่ แผนกจ่ายยาของโรงพยาบาลดังกล่าว มีใจ ความว่า "ประกาศ.... ตั้งแต่ 30 ต.ค.57- 31 ธ.ค.58 เจ้าหน้าที่ผู้หญิงทุกท่านให้กินยาคุมกำเนิด (ห้ามท้อง) ถ้าท้องให้ลาออกไปเลย" โดยในประกาศดังกล่าว ยังให้เจ้าหน้าที่เซ็นชื่อรับทราบในแผ่นประกาศด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเซ็นชื่อรับทราบกว่า 30 คน พร้อมกำกับวันเดือนปีที่ลงชื่อรับทราบไว้ด้วย

      สำหรับคำสั่งดังกล่าวก็เกิดวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความเห็นกันกว้างขวาง บางคนเห็นว่าหน่วยงานดังกล่าวอาจอยู่ในช่วงขาดแคลนบุคคลกร จึงจำเป็นต้องบังคับไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ในช่วงนี้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ขาดแคลนเจ้าหน้าที่อีก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าการออกคำสั่งดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน อีกทั้งขัดกับกฏหมายแรงงานที่อนุญาตให้ลาคลอดได้

      ผู้สื่อข่าวไปสอบถามไปทางผู้บริหารของโรงพยาบาลหลายแห่งในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยนพ.อุดม เชาวรินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าไม่น่าเป็นไปได้ และโรงพยาบาลราชวิถีไม่เคยมีนโยบายจำกัดสิทธิของ บุคคลากรแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเพียงแค่ข่าวลือ เพราะแหล่งที่มาของข่าวในสังคมออนไลน์ ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นคำสั่งภายในหน่วยงานเองหรือไม่

      ด้าน พญ.ศิริภรณ์ สวัสดิวร ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) เปิดเผยเรื่องเดียวกันว่า ยืนยันว่า ไม่มีกรณีดังกล่าวในโรงพยาบาลแน่นอน เพราะโรงพยาบาลส่งเสริมเรื่องการตั้งครรภ์ และการเลี้ยงดูบุตรด้วยนมแม่ด้วยซ้ำ

      นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ตนขอยืนยันว่า โรงพยาบาลไม่มีการห้ามเจ้าหน้าที่หญิงตั้งท้องอย่างแน่นอน เนื่องจากการตั้งท้องถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล

      ขณะที่ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวถึงประกาศเรื่องห้ามท้องว่า การมีคำสั่งห้ามท้องนั้นเป็นการละเมิดสิทธิเนื้อตัวร่างกาย และสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถกำหนดและออกกฎในลักษณะเช่นนี้ได้ เนื่อง จากเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล อีกทั้งยังถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ห้ามให้เพศหญิงตั้งท้อง โดยในบางสังคม สามียังไม่สามารถบังคับให้ภรรยามีหรือไม่มีลูกได้เลย อีกทั้งในกฎหมายแรงงาน ยังระบุว่าไม่สามารถออกกฎในลักษณะดังกล่าวได้ ในสถานที่ทำงาน


      น.ส.พรเพ็ญ กล่าวต่อว่า หากคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ผู้หญิงในสถานที่ทำงานนั้นสามารถร้องเรียน หรือฟ้องเลิกให้ยกเลิกคำสั่ง และประกาศดังกล่าวได้ นอกเสียจากมีแรงจูงใจว่า หากไม่ท้องในช่วงดังกล่าว จะได้เงินเพิ่มหรือมีค่าตอบแทนพิเศษ แต่ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและหากเป็นเรื่องจริง ต้องมีการดำเนินการฟ้องร้องให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว

      ส่วน นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ตอนนี้มีกฎหมายลาคลอด ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากมีคำสั่งหรือข้อห้ามออกมาในลักษณะเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย นายจ้างที่ออกคำสั่งออกมาต้องถูกดำเนินคดีตาม กฎหมาย เนื่องจากกฎหมายระบุอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงที่ท้องสามารถลาคลอดได้ 90 วัน ไม่ว่าจะลาก่อนหรือหลังคลอดก็สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้กรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงาน และกระทรวงแรงงานต้องเข้าไปตรวจสอบและดูแล หากมีเรื่องดังกล่าวเกิด ขึ้นจริงต้องดำเนินคดีกับนายจ้าง และหากเคยมีคนถูกบังคับให้ลาออกจากกรณีนี้ ก็สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้

      นายจะเด็จ กล่าวต่อ การตั้งท้องนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิทางธรรมชาติ ส่วนบุคคลจะไม่สามารถห้ามหรือบังคับไม่ให้มีได้ โดยก่อนหน้านี้ ที่สิทธิแรงงานอนุญาติให้เพศหญิงลาคลอดได้เพียง 30 วัน เคยมีหญิงตั้งครรภ์ที่ทำงานต้องรัดหน้าท้อง เวลาทำงาน แอบคลอด ทำแท้ง หรือบางคนต้องแอบมีลูกแบบหลบๆซ่อนๆ ซึ่งส่งผลกระทบเรื่องปัญหาสุขภาพตามมากับหญิงเหล่านั้น

      “สถานที่ทำงานมักออกประกาศหรือคำสั่งที่กดขี่เพศหญิงมาโดยตลอด เนื่องจากยังมีความคิดว่าชายเป็นใหญ่ และมองเพศหญิงเป็นเพศที่ความสามารถด้านการทำงานไม่เท่ากับเพศชาย และจะกำหนดกฎระเบียบที่กระทบเพศหญิงมาโดยตลอด ซึ่งนาย จ้างควรเปลี่ยนทัศนคติดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายก็มีความสามารถมนการทำงานไม่ต่างกัน” นายจะเด็จ กล่าว

ที่มา...khaosod


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: