Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

แม่ปล่อยโฮ ลูกสาวถูกหนุ่มเกาหลีฆ่าโหด! คาใจกงสุลไทยรีบส่งศพกลับ ทั้งที่ยังไม่ได้ชันสูตร



“โหนกระแส” คืนนี้ เป็นเรื่องราวของ “นางชุติมา หรือเปิ้ล อุทัยธรรม” ซึ่งไปทำงานที่ประเทศเกาหลีกับสามีแต่ฝ่ายชายกลับมีเมียใหม่และพาเมียใหม่กลับเมืองไทย ในขณะที่เปิ้ลขอทำงานต่อ ต่อมามีหนุ่มเกาหลีมาหลงรัก แต่เจ้าตัวปฏิเสธเพราะฝ่ายชายมีเมียแล้ว สุดท้ายกลับถูกหลอกไปฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งพบว่าสภาพศพเปลือยครึ่งท่อน คาดจะถูกล่วงละเมิดทางเพศซึ่ง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 - 21.00 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์“คุณจำนงค์  ชิดซ้าย” แม่ของผู้เสียชีวิต“คุณสำลี  ชิดซ้าย”ป้าของผู้เสียชีวิต “คุณสมบัติ อยู่ทอง” คุณน้าผู้เสียชีวิต และ “ทนายสงกานต์   อัจฉริยะทรัพย์” กรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น



ก่อนอื่นขออนุญาตถามคุณป้าก่อน เรื่องที่เกิดขึ้น ทางคุณเปิ้ลไปทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่
คุณป้า : “ไปประมาณปี 50 ค่ะ ไปกับสามีค่ะ เขาก็เดินทางไปทำงานแบบไม่ถูกกฎหมาย เขาก็ทำงานประมาณ 7-8 ปี สามีเขาก็มีแฟนใหม่เป็นคนไทยแล้วก็พาแฟนใหม่กลับเมืองไทย แต่เปิ้ลไม่กลับ เขาขอทำงานอยู่ที่นั่น เพราะเขายังไม่มีตังค์ ขอเก็บหอมรอมริบเงิน ตอนนั้นก็ยังอยู่อย่างผิดกฎหมาย หลังจากนั้นประมาณวันที่ 31 ต.ค.เปิ้ลเขาก็โทรศัพท์ไปที่บ้าน แต่วันที่ 1 พ.ย.หายจากการติดต่อไปเลย”

คุณแม่: “(ร้องไห้หนักมาก)”
คุณป้า : “เขาก็โทร.หาทุกวัน โทร.คุยกันทุกวัน แต่เขาขาดการติดต่อไปวันที่ 1 พ.ย.  ก่อนหน้านั้นก็ยังโทร.หาคุณแม่ คุยกับลูก ก็คุยกันธรรมดา กินข้าวหรือยัง คุยไปเรื่อยๆ”

มาทราบเรื่องอีกที?
คุณป้า : “คนที่โน่นเขาโทร. มาถาม เถ้าแก่เขาตาม เปิ้ลทำงานโรงงานเกี่ยวกับอะไหล่รถยนต์ เป็นเจ้าของโรงงาน เขาก็ตามหา หลังจากนั้นก็โทร. มาบอกว่าพบศพวันที่ 5 พ.ย. อยู่ห่างจากที่ทำงาน 200กิโล”

สภาพศพเป็นยังไง?
คุณป้า : “เขาบอกว่าหัวแบน เสื้อผ้าท่อนล่างไม่มีเถ้าแก่เขาบอกว่าคนที่อยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน คนที่ขับรถไปส่งคนงานให้เขา เขาก็รับสารภาพกับเถ้าแก่ ว่าเขาเป็นคนฆ่าเปิ้ลเอง ซึ่งตอนแรกไม่มีใครรู้คนร้ายเขาไปบอกเถ้าแก่ เถ้าแก่เลยไปแจ้งตร. คนที่ฆ่าก็พาตร.ไปเอาศพมา”



ผู้ชายคนนั้นที่เป็นคนทำ เขาบอกมั้ยว่าทำเพื่ออะไร?
คุณป้า : “ไม่ทราบเหมือนกัน”

ถามทางคุณน้า เขาบอกว่าผู้ชายคนนี้หลงรักคุณเปิ้ล?
คุณน้า : “ครับ เขาเป็นพนักงานขับรถไปส่งพนักงานตามจุดต่างๆ แล้วมาหลงรักหลาน แต่หลานไม่ชอบ หลานรักเดียวใจเดียว ทีนี้เขาก็โทร.มาบอกทางแม่ แม่ก็เล่าให้ฟังว่าอย่าไปยุ่ง ได้ยินว่าฝั่งโน้นมีภรรยา เขาก็เทียวไล้เทียวขื่อ แม่ก็พยายามเตือน ซึ่งหลานก็ไม่ยุ่งครับ”

ทำให้คนร้ายเกิดความแค้นใจ?
คุณน้า : “เขาก็ไม่บอกความจริงอะไรสักอย่าง ไม่รู้เป็นคนขี้ยาเหมือนบ้านเรารึเปล่า ไม่มีการบอกเล่าอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่ได้ยินทางคุณแม่บอก”

แม่ : “ก่อนวันที่เขาจะเสีย เขาโทร.มาบอกว่าเดี๋ยวหนูไปทำงานก่อน แล้วหายไปเลย เขาโทร.หาทุกวัน ส่วนใหญ่ก็คุยทุกอย่าง คิดถึงลูกเขา”

น้องเคยเล่าให้ฟังถึงผู้ชายคนนี้?
แม่ : “เคยค่ะ เขาก็บอกว่าเขามารักลูกแต่ลูกไม่รักเขา แม่ก็บอกให้ระวังตัวให้ดี อย่าไปยุ่งกับเขา (ร้องไห้)”

ณ วันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางตร.ว่าไงบ้าง?
คุณป้า : “ทางตร.ที่เกาหลีเราก็ไม่รู้ว่าเขาพูดยังไง กงสุลเขาแจ้งมาทางแม่ทางพ่อ”
คุณน้า : “สถานทูตวันที่เกิดเหตุเขาไม่ได้แจ้ง แต่เขามาแจ้งวันที่จะส่งศพกลับ ในวันที่ 9 พ.ย. ตอนกลางคืน ประมาณตี 1 ทางคนไทยที่อยู่ในต่างแดนเขาก็โทร.มาบอกวาทำไมเขาถึงรีบส่งศพ ไม่ให้ทางญาติพี่น้องดูก่อนเหรอว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมเองก็รู้แต่ว่าเขาจะส่งศพ”

ทางนี้เลยตั้งข้อสังเกต สงสัยว่าทำไมรีบส่งศพกลับมา?
คุณน้า : “น่าจะให้เกิดการชันสูตรก่อน แล้วดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงจะไปอย่างผิดกฎหมายแต่ให้ความยุติธรรมกับญาติ ให้ไปดูสักหน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะดำเนินการส่งศพ อยากให้ญาติบินไปดูศพก่อนว่าใช่เขามั้ย ทางญาติจะได้รู้ว่าจะต้องเอายังไงต่อไป ทางตร.ก็ต้องคุยกับญาติว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น คนร้ายว่ายังไง”

ทางเรายอมรับไม่ได้?
คุณน้า : “ครับ ก็เลยส่งให้พ่อเขาติดต่อสถานทูต ขอให้ระงับไว้ก่อน อย่าเพิ่งส่งศพกลับมาเลย ขอให้พ่อได้บินไปดูลูกสักหน่อยเป็นครั้งสุดท้าย”

คุณป้า : “เขาก็บอกว่าอุตส่าห์เดินเรื่องให้หมดทุกอย่างแล้ว ทำไมคิดมาดูตอนนี้ แต่ตอนที่คุณพูดคุณบอกว่าหนึ่งเดือน กงสุลบอกว่า 1 เดือนศพจะมาถึง ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกว่าส่งศพกลับบ้านไม่ใช่งายๆ1 เดือนถึงบ้าน เราก็คิดว่าโอเค พอจะมีโอกาสได้ไปดูศพ พอเขาจะส่งศพกลับมาเราก็เอะใจก็ขอให้ระงับไว้ก่อน อย่าเพิ่งส่งศพกลับมา ให้เราเข้าไปดูก่อน แต่ตอนนี้เลยส่งพ่อของเขาเข้าไปดู ไปถึงเมื่อเช้านี้”

“หนุ่ม กรรชัย” โฟนอินสัมภาษณ์คุณพ่อผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศเกาหลี ?
คุณพ่อ : “ยังไม่ได้เห็นศพครับ วันนี้ไปสถานทูต ไปห้องของน้อง แล้วมาสถานีตำรวจ ตอนนี้ยังไม่เห็นศพ แต่น่าจะใช่”

ที่บอกว่ามีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ?
คุณพ่อ : “มันก็น่าจะใช่นะแต่ก็ยังไม่มั่นใจ เพราะยังไม่เห็นศพ และตอนนี้ยังสอบถามเจ้าหน้าที่อยู่ พรุ่งนี้คงกระจ่างกว่านี้ครับ”

แม่ : “เขาให้การว่าไม่ได้ข่มขืน แค่ทุบหัวเฉยๆ  แต่เราไม่เชื่อ ทะเลาะกันเฉยๆ ผ้าท่อนล่างทำไมไม่มี อยู่ในสภาพเปลือย

สอบถามทางทนายสงกานต์ ครอบครัวหวั่นว่าลูกสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและสงสัยวาทำไมสถานทูตไทยที่เกาหลีส่งศพมาเร็วนัก ทั้งที่ตอนแรกบอกว่า 1 เดือนจะส่งกลับมา
ทนายสงกานต์ : “ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางทีเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยที่เกาหลี อาจสื่อสารด้วยมะนาวไม่มีน้ำ ไม่ได้เข้าใจหัวอกทางนี้ว่าเขามีความสูญเสีย และตัวเขาเองได้แจ้งกับบรรดาทางญาติผู้ตายตั้งแต่ต้นว่าใช้เวลา 1 เดือน อยู่ดีๆ คุณบอกว่าไม่กี่วันกลับมาก มันก็ต้องเกิดความสงสัย ตรงนี้สิ่งสำคัญต้องนำเรียนท่านเอกอัครราชทูตไทย ประจำเกาหลี ท่านลองเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสิครับ ว่ากรณีญาติผู้ตายที่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สถานทูต ทำไมถึงไม่จดแจ้งว่าเดิมหนึ่งเดือน ต่อมากลับไม่ถึง 1 อาทิตย์ เรื่องน้องจะถูกละเมิดหรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้สถานทูต ซึ่งจะมีคนไทยที่สามารถแปลภาษาเกาหลีให้ทางญาติเข้าใจได้ ส่วนทางกฎหมาย ต้องประสานทางท่านอัยการสูงสุดเพื่อแจ้งให้ทางอธิบดีอัยการต่างประเทศเข้าไปดูเรื่องคดีเรื่องของพลเมืองของไทยไปถึงแก่ความตายที่นั่น ถึงแม้เขาจะเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่เมื่อเขามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีกระบวนการกฎหมายของเกาหลีเขาก็ต้องดำเนินการกับตัวผู้ต้องหาแน่นอน เพียงแต่ว่าญาติมีการเคลือบแคลงสาเหตุการตาย หนึ่งนอกจากถูกฆาตกรรมแล้ว มีการถูกกระทำชำเราหรือไม่ สิ่งเหล่านี้มันต้องตอบข้อสงสัยให้ญาติเข้าใจตรงนี้”
 
ประเด็นต่อมา ทางคุณเปิ้ลเองเข้าเมืองผิดกฎหมาย 11 ปี แบบนี้ยังไง ฆาตกรจะได้รับผลตอบแทนยังไง?
ทนายสงกานต์ : “คือในทางกฎหมายที่เกาหลีเขาก็ต้องดำเนินคดีกับตัวผู้ต้องหาอยู่แล้ว ในกระบวนการต่างๆ  หนึ่งเชื่อว่าทางคุณป้าลำพังจะไปจ้างทนายเข้าไปดำเนินการเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมคงจะลำบาก ก็ต้องขอทางท่านอัยการสูงสุดเพื่อจะได้สั่งการให้อธิบดีอัยการต่างประเทศเข้าไปดูว่าทางมารดาผู้เสียหายจะใช้สิทธิ์อะไรได้บ้าง เพราะตอนนี้เหมือนคนตาบอด เพราะไม่เห็นผลการชันสูตรเลย ได้ยินแต่เพียงคำบอกเล่าจากตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเอง”

พ่อเดินทางไปแล้ว พรุ่งนี้น่าจะกระจ่าง ว่ามีการล่วงละเมิดมั้ย?
ทนายสงกานต์ : “หรือไม่ก็ให้ทางคุณพ่อขอสำเนาเอกสารมา และจะได้ประสานทางอธิบดีอัยการต่างประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เพราะบางทีศัพท์ทางกฎหมาย มันค่อนข้างละเอียดอ่อนพอสมควร จะได้รู้ว่ามีการข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ ส่วนที่สองทางญาติมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้บ้างครับ รอให้ทางคุณพ่อขอเอกสาร แม้จะเป็นภาษาเกาหลีก็ตาม แต่สถานทูตไทยเก่ง อธิบดีอัยการตางประเทศเก่งครับ”

คุณป้าอยากบอกอะไรเปิ้ลถ้าหากวันนี้มองอยู่บนฟ้า
คุณป้า : “อยากบอกเปิ้ลว่าป้าและครอบครัวทุกๆ คนเป็นห่วงเขา (ร้องไห้)อยากให้เขาได้รับความเป็นธรรม ไม่อยากให้เขาตายไปแบบนี้”

ทนายสงกานต์ : “ความยุติธรรมมีจริงครับ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน