Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ด่วนนน โซเชียลเดือด! 2 เพจดังเปิดศึกวิวาทะ “มาร์คพิทบูล” ซัด “สังคมอักเสบ” จะด่าอะไรนักหนา!!


โหนกระแสคืนนี้ นำเสนอกรณีดรามาการเปิดศึกวิวาทะระหว่าง 2 เพจดัง ระหว่าง “มาร์คพิทบูล” และเพจ “สังคมอักเสบ” ซึ่งลุกลามถึงขั้นผลัดกันด่าทอ เกิดการกินแหนงแคลงใจกันจนเรื่องเริ่มจะบานปลาย ซึ่ง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 - 21.00 น. ทางช่อง 28  จึงเชิญตัวสองฝ่าย ทั้ง “มาร์คพิทบูล” และ “หมี สังคมอักเสบ” มาชี้แจงที่มาที่ไป และบทสรุปสุดท้ายอยากให้เรื่องนี้จบลงอย่างไร

คุณหมี เปิดตัวครั้งแรก?

หมี : “อย่าเรียกว่าเปิดเผยตัว ผมไม่เคยปิด แต่ไม่เคยมีใครมาถาม”
มาร์ค : “ไม่เคยโผล่หน้าเลย ใครจะรู้จักคุณ”

ในมุมคุณหมี เพจสังคมอักเสบเกิดขึ้นมาได้ยังไง?

หมี : “จริงๆ เกิดมาจากที่เราคอมเมนต์กันปกติ เหมือนเป็นคนเล่นเฟซปกติเลย เราอยากรู้เรื่องนี้เราก็ไปฟังว่าใครเป็นผู้รู้ ตอนนั้นกระแสมาร์คมาเราก็ไปฟัง เราก็คิดว่าเอ๊ะ บาเรื่องมันไม่ถูก อย่างบางทีขั้นตอนนี้ไม่เกี่ยวกับตร. เคยคนอาจจะสับสนว่าเพจผมอวยตำรวจแต่จริงๆ ไม่ใช่ ตร.เลวๆ ผมก็ใส่ ช่วงนั้นคุณมาร์คเล่นเรื่องตร.หนักมาก ซึ่งเราคิดว่าตรงนี้ไม่เมคเซ้นส์ เราก็พิมพ์แย้งไป ซึ่งตรงนี้ผมก็มีส่วนผิดด้วย ผมอาจจะเม้นต์น่ารำคาญเม้นต์เยอะ คือตอแยไม่เลิก  แต่อาจเป็นเพราะชื่อเราไปคุ้นตาเขา”
มาร์ค : “ผมไม่เคยรู้จักชื่อคุณเลย คุณอย่าสำคัญตัวเองผิด”
หมี : “ชื่อเราอาจเตะตาเพราะเราอาจจะถามเขาบ่อย ไปถี่”
มาร์ค : “หลงตัวเอง”
หมี : “เรามีคลิปเป็นหลักฐาน เปิดให้พี่ๆ เขาฟังได้ ที่จริงมีคนเคยฟังแล้วหนึ่งคน เขาก็ด่าออกมา ก็อย่าพูดดีกว่าเพราะบางคำไม่เหมาะ”
 
เขาด่าว่า ลูกกะ-?

หมี : “แล้วเขาก็พูดว่าถ้าพวกมึงแน่จริง ก็ทำเพจแล้วแข่งกัน ผมก็โอเค”
มาร์ค : “ผมบอกอย่างนี้ ผมทำเพจ คนไม่ชอบผมก็เข้ามาด่าผม ผมก็บอกว่างั้นคุณก็ทำเพจของคุณเอง ไม่ชอบผมจะมาติดตามผมทำไม ผมบอกทุกคน ใครก็ได้ คุณอยากทำ อยากเผยแพร่ก็ทำ แต่คุณทำเพจด่าผมอย่างเดียว เข้าใจมั้ย  ไอ้เพจนี้ด่าผม”
หมี : “คุณเคยด่าเฟซบุ๊กที่เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัว คุณจำไม่ได้เอง”
มาร์ค : “คนติดตามผม 6-7 แสน ผมจะไปจำคุณได้ยังไง”
หมี : “ก็ไม่เป็นไร แต่มีคลิป”
มาร์ค : “มีคลิปแล้วยังไง แล้วคุณจบหรือยัง ทุกวันนี้คุณจบหรือเปล่า”



คณเลยไปตั้งเพจสังคมอักเสบเพื่อ?

มาร์ค : “เพื่อด่าผมอย่างเดียว ตอบอย่างลูกผู้ชายหน่อย”
หมี : “ไม่ใช่นะครับ”
มาร์ค : “แรกเริ่มคุณมีคนดูแค่ 5-600 คน”
หมี : “ไม่ถึง แรกเริ่มมี 9 คน อย่ายกผมสูงขนาดนั้น แล้วไม่ได้ด่าคุณด้วย ขอโทษทุกอย่างในเฟซบุ๊กมีหลักฐานและไม่เคยลบก่อน คุณขุดไปอันแรกก็ไม่มีคำว่ามาร์ค”
มาร์ค : “อย่าหน้าตัวเมียสิ”
หมี : “มีคนเป็นพยาน”
มาร์ค : “ไม่ต้องมีพยานหรอก คนรอคุณเยอะแยะ”
หมี : “เฟซบุ๊กมันไล่ไปดูได้ มีหลักฐานด้วย ไม่ได้ด่าแน่นอน”

หลงจากนั้นที่เห็น ในมุมสังคมอักเสบ คุณมีพาดพิงถึงเขา มาร์คแหนบ?

หมี : “ผมกล้าพูดว่าผมเป็นคนตั้งฉายาเอง เพราะเราเถียงกันเรื่องแหนบแหนบที่เขามีคดีกัน ส่วนแหนบไหนอย่าไปก้าวล่วงเขาเลย เรารู้สึกว่าเขาพูดไม่ถูก เราก็เลยเรียกว่าแหนบ”
มาร์ค : “ผมชนะคดีไปแล้วไงเขาจะถูกได้ไง”
หมี : “คุณชนะคดีแล้วผมก็ยินดีด้วย”
มาร์ค : “ต้องขอโทษด้วย คุณปากเสีย”
หมี : “คุณชนะแล้วผมก็ขอโทษ”

ต่างมุมต่างความคิด เคลียร์มั้ยคุณมาร์ค?

มาร์ค : “เรื่องขอโทษอันนี้เคลียร์ อยากรู้แค่ว่าพอจบรายการนี้ไป คุณจะยุ่งกับผมอีกหรือเปล่า  คือผมต่อสู้เพื่อคนที่เขาขับรถบรรทุกและโดนรังแก แล้วผมก็สามารถสู้จนชนะคดีไปแล้ว มันจบไปแล้ว ไอ้นี่ก็ด่าทุกวัน ด่าว่าไอ้แหนบอย่างโน้นอย่างนี้”
หมี : “มันเป็นคำเรียกไปแล้วไง”
มาร์ค : “ถ้าผมรู้จักเขาหรือเคยด่าเขา มันเฉยไม่ได้ ใครจะทนได้ ถ้าไม่ติดว่ากำลังจะเข้ารายการ จะเตะยอดหน้าแล้วนะ”
หมี : “คุณไม่ต้องพูดอย่างนี้หรอก มันไม่มีใครกลัวใครหรอก”
มาร์ค : “เออ เดี๋ยวเจอกันข้างนอกดีกว่า ผมอยู่ดีๆ ไม่เคยยุ่ง”
หมี : “ขอชี้แจงนิดหนึ่ง อะไรที่ผิดนี่ผมไม่มีปัญหา คำว่าขอโทษ แต่ว่าบางเรื่องพอมันลามไปถึงการทะเลาะมันไม่ต้องมาสาวหรอกว่าใครเริ่มก่อน พอสาวคุณก็ไม่ยอมรับ ถ้าผมเปิดคลิปขึ้นมาล่ะ”
มาร์ค : “ก็เปิดไปสิ”

เขาบอกว่าทำเพจแข่งกัน?

หมี : “แรกๆ เราก็เสนอเรื่องคุณจอมทรัพย์ เสนอเหตุผลที่เราไม่เห็นด้วย ทำไมถึงบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแพะ เห็นต่าง ไม่ได้เห็นต่างกับคุณมาร์คคนเดียว ทุกวันนี้มีคนใช้คำว่าสังคมอักเสบเป็นเพจเดียวเลยในประเทศไทยที่บอกว่าจอมทรัพย์เป็นแกะ”
มาร์ค : “มันไม่เกี่ยว คุณจะเห็นแกะเป็นแพะ มันก็เรื่องของคุณ มันไม่เกี่ยวอะไรกับผม แล้วคุณจะมาด่าผมทำไม”
 
เหมือนตัวเขาติดใจคำพูดหนึ่งที่คุณมาร์คด่าเขาว่าเป็นลูกกะ-?

มาร์ค : “ถ้าเขาไม่มาด่าผม ผมจะด่าเขาทำไม มีคนติดตามไม่รู้กี่แสน ทุกครั้งที่ด่าคุณเริ่มก่อนใช่มั้ย ตอบแบบลูกผู้ชายหน่อย”
หมี : “ผมไม่ได้ด่าก่อน แต่อาจใช้คำพูดน่ารำคาญ เร้าหรือ เช่นคุณมาร์คมาตอบประเด็นนี้หน่อยสิ คุณต้องมาตอบให้ได้ เหมือนไปยั่วยุเขา แต่ถ้าด่าก่อนด้วยคำหยาบคาย ยืนยันว่าไม่เคยทำ”
มาร์ค : “คุณด่าโคตรถ่อยเลย”
หมี : “อาจใช้คำเหยียด”
มาร์ค : “ผมไม่เคยเข้าเพจคุณเลย”
หมี : “คุณตัดเรื่องเพจออกก่อน เพราะเหตุการณ์นี้เกิดก่อนมีเพจ ต้องไล่เรียงก่อนเพราะผมมีคลิป”
มาร์ค : “เขามาว่าผมก็ทำเพื่อช่วยครูจอมทรัพย์ ถามว่าผมเป็นจำเลยคดีนี้เหรอ คุณจะมาซักไซ้ผมเรื่องอะไร”
หมี : “นั่นไง ตรงนี้ไง”
มาร์ค : “แล้วครูจอมทรัพย์เกี่ยวอะไรกับคุณ”
หมี : “มันไม่เกี่ยวอะไรกับผม ผมถึงตั้งคำถามคนที่ช่วยเขา อย่างน้อยนี่คือประเด็นสังคม”
มาร์ค : “มันกวนตีนอย่างนี้”
หมี : “ผมเปิดเพจมาแรกๆ อธิบายสังคมเรื่องจอมทรัพย์ ไล่ให้เห็น  1 2 3 4 ให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แพะ ไล่ว่าจริงๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าครูจอมทรัพย์ชนหรือไม่ชน แต่ตามกระบวนการ บ้านเราปกครองด้วยกฎหมาย คุณทำอะไรแบบนี้ เหมือนพาตัวเองไปติดคุก”
มาร์ค : “รถคันนี้ไม่เคยมีการชน”
หมี : “ตรงนี้ผมไม่ทราบ”
มาร์ค : “ไม่รู้แล้วพูดทำไม เดี๋ยวตบปาก มันไม่มีการชน”
หมี : “โนๆ มีการพิสูจน์แล้ว มีรอยชนด้วย คำพิพากษามี ไปอ่านได้ 30 หน้าผมอ่านหมดแล้ว แต่ทีนี้รอยชนมันไม่ตรงกัน มันเป็นเรื่องศาลตัดสิน เราไม่ก้าวล่วง แต่ประเด็นสำคัญสิ่งที่ครูจอมทรัพย์ทำ คือการบอกว่าจะให้การในศาลโดยที่ไม่ให้ปากคำพนักงานสอบสวน”

แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นวันนี้ ยังไง?

หมี : “เรื่องของพระเวสสันดร”
มาร์ค : “ผมไม่เชื่อว่าพระเวสสันดรเป็นพระพุทธเจ้า ผมผิดมั้ย คือวันนี้สังคมไทยเป็นสังคมค่อนข้างเปราะบาง มีการทรงเจ้าเข้าผีตลอดเวลา ผมเลยต่อต้านเรื่องความงมงาย ผมไม่เชื่อหรอกว่าพญานาคมีจริง”

ต่อต้านหรือเกาะกระแส?

มาร์ค : “ผมต่อต้านมานานแล้ว พญานาคไม่มีจริง ถ้าพญานาคมีจริง พญาครุฑก็ต้องมีจริง แล้วมีคนให้ผมไปพิสูจน์ ผมถามว่าให้ผมไปพิสูจน์ใต้บาดาลผมไปไม่ได้หรอก ทีนี้ผมว่าเรื่องหลายๆ อย่างที่เป็นตำนานต้องยกเลิกได้แล้ว อย่างพระเวสสันดร ผมมองว่ามันเป็นการแต่ง โลกสมัยโบราณเหยียดหยามเพศหญิง เหยียดหยามคุณค่าความเป็นคน ผมรับไม่ได้ ผมไม่เชื่อ เหมือนขุนแผนที่ฆ่าเมียเอาลูกมาทำกุมารทอง ผมก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ผมรับไม่ได้ มันไม่เมคเซ้นส์ของผม”
หมี : “คุณมาร์คพูดว่ายุคนี้ไม่ถูกต้อง”
มาร์ค : “ยุคที่แล้วผมไม่เคยเชื่อไง ที่ผมทำเพจ ไม่ได้ทำเพื่อให้คนเชื่อผม แต่ทำให้คนคิดเอง ตอนนี้มีแต่คนถูกหลวงลวง ต้มตุ๋น ผมก็พยายามสอนว่าการที่จะฟังอะไรก็แล้วแต่ ต้องคิดบ้าง มันก็เป็นสิทธิ์ของผม แล้วเกี่ยวอะไรกับผม”
หมี : “คุณบอกว่าคนแต่ง”
มาร์ค : “ผมไม่รู้ว่าใครแต่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ หลอกลวง ต้มตุ๋น ผมต่อต้านมาตลอด ผิดมั้ยที่ผมจะไม่เชื่อ”
หมี : “คุณไม่เชื่อคุณไม่ผิด แต่คุณไปด่าคนแต่ง คนแต่งคนนั้นอาจเป็นที่เคารพของตนอื่น”
มาร์ค : “มันควรจะยกเลิกได้แล้ว การกดขี่ข่มเหงผู้หญิง ชาดกอะไรก็แล้วแต่ ไม่ควรมาสอนในแบบเรียน ผมไม่ได้อยู่ในยุคนั้น ผมอยู่ในยุคนนี้”
หมี : “คุณมาร์คต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าพระเวสสันดรเป็นเรื่องของยุคสมัย แต่ว่าสิ่งที่เขาเอามาให้เด็กนร.เรียนเพื่ออะไร เพื่อการศึกษา ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็เห็นด้วยว่าไม่ควรให้เรียน แต่เมื่อเขาบรรจุมาแล้ว เราก็น่าจะมีวิธีที่นิ่มนวลกว่านี้ ในการไม่เห็นด้วย”
มาร์ค : “คุณก็ไม่ควรมายุ่งกับผม มันเป็นเรื่องของผมหรือเปล่า”

มันเป็นเรื่องสองมุมมอง?

หมี : “มันลามปามถึงคนแต่งไง”

ขอสอบถามรองศาสตราจารย์ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา ในกรณีแบบนี้ยังไง?

ดนัย : “เอาเข้าจริงๆ เรื่องพระเวสสันดร ได้มีการดีเบตว่าการทิ้งลูกทิ้งเมียของพระเวนสันดรเป็นความผิดความเลว ตามหลักฐานตามคำภีร์ เริ่มตั้งแต่ 2500 มีการถกเถียงเรื่องนี้มานาน ตั้งแต่ 2 พันปีที่แล้ว แต่ในกุศลของศาสนาพุทธเราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ คนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าได้ ท่านต้องทำทานบารมี 3 ระดับ ระดับแรกเรียกว่าบารมีธรรมดา ให้ทานให้เงินให้ทอง ซึ่งระดับนี้มันทำง่าย ใครๆ ก็ทำได้ ถูกมั้ยครับ ทีนี้บารมีขั้นสอง ในความเชื่อพุทธ คืออุปปะบารมีอันนี้แก่กล้าแล้ว บริจาคอวัยวะหรือลูกเมียก็เข้าข่ายว่าบริจาคอวัยวะ เพราะเราห่วงลูกห่วงเมีย แต่แม้กระนั้น ในคัมภีร์ของพุทธ จะเป็นพระพุทธเจ้าได้ ก็ต้องทำบารมีขั้นสูงสุดด้วย คือการสละแม้กระทังชีวิต  ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดของพระพุทธเจ้า แต่พวกเราเอาง่ายๆ เราไม่ใช่พระพุทธเจ้า เรามองเราเลยรับไม่ได้ นี่เป็นความเห็นแก่ตัว คุณทิ้งลูกคุณได้ไง คุณให้ลูกไปเป็นคนใช้ขอทานได้ไง มันเป็นเรื่องมุมมอง”

มาร์ค : “ผมพูดถึงเรื่องราวสมัยโบราณว่าเรื่องนี้พระพุทธเจ้าไม่ได้เขียนเอง สาวกเป็นคนเขียน แล้วสาวกแต่งเติม ซึ่งหลายๆ อย่างมันเป็นไปได้ไงในโลกความจริง ซึ่งผมพูดถึงเรื่องนี้ ผมพูดว่ามีเรื่องเล่าอภินิหาร สาวกแต่งทั้งนั้น มันหลอกลวง พยายามอวดอ้างโอเวอร์เกินจริง นี่คือสิ่งที่ผมกำลังพูดถึง”
หมี : “คือเรื่องหมิ่นก็แน่นอน”
ดนัย : “เรื่องพระไตรปิฏกมันก็มีข้อถกเถียงเยอะว่าบางอย่างเป็นพระพุทธเจ้าตรัส บางอย่างก็เป็นเรื่องพระสาวกพูด เรื่องชาดกเองก็มีมุมมองนัยยะ บ้างก็ว่ามีการเอานิยายอินเดียมาผสมผสาน ก็เอามาตีความเป็นเรื่องๆ ไป ถ้าเรามองในจารีตของไทย เราต้องยอมรับว่าพระเวสสันดรชาดก เป็นชาดกยอดฮิตพอสมควร เพียงแต่ประเด็นที่คุณมาร์คพูดเนี่ย เรื่องราวที่มีอภินิหาร ถ้าเราจะไม่มองในแง่หลอกลวงประชาชน ในแง่การศึกษาพุทธ เรามองว่าอันนี้เป็นรสวรรณกรรม ที่อาจทำให้เกิดความศรัทธา แน่นอนว่าปัจจุบันร่างทรง เครื่องรางหลอกลวงคนอันนี้มันชัดเจน”

ถ้าอธิบายอย่างนี้ก็ไม่ทะเลาะกัน?

หมี : “เขาไม่ให้ผมอธิบาย เขาบอกว่ามายุ่งอะไรกับเขา ก็ผมอ่านอยู่”
มาร์ค : “ก็มายุ่งกับผมทำไม มาเกี่ยวอะไรกับเพจผม”
ดนัย : “ผมว่าทั้งสองท่านความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ บ้านเราผ่านวิกฤตกีฬาสีมาพอสมควร ถ้าทั้งสองท่านดีเบตกันด้วยเหตุผล เป็นตัวอย่างให้เยาวชนที่ติดตามว่าเราเห็นต่างกันมาก แต่ไม่ต้องหยาบคาย ควบคุมอารมณ์กัน”
 
สรุปจบในรายการ อยากให้เป็นยังไง?

มาร์ค : ไม่ต้องมายุ่งกับผมดีที่สุด
หมี : “ถ้าสิ่งใดที่คุณมาร์คทำไม่ถูก ผมจะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช้คำหยาบ”
มาร์ค : “กวนส้นตีนไง เป็นลูกผู้ชายหน่อยนะ”
หมี : “ลูกผู้ชายแน่นอน”
มาร์ค : “คุณด่ามากี่รอบ”
หมี : “คุณก็ด่าผมมาสามสี่รอบเหมือนกัน คุณเคยบอกว่าจบมั้ย”

คุณมาร์คไม่อยากให้คุณหมีเข้ามาเกี่ยวข้อง?

มาร์ค : “ไม่ต้องมายุ่งมาวิจารณ์ผม”
หมี : “ก็ต้องถามคนอ่านก่อนแล้วกัน ว่าคนอ่านเขาสงสัยในสิ่งที่คุณพูดมั้ย ถ้าผมรู้ผมจะตอบ แต่จะไม่ใช้คำหยาบเลย”
มาร์ค : “แล้วแต่ล่ะกัน”
หมี : “เหมือนคำสัญญาเลยนะ ถ้าผมวิจารณ์ตัวตน ตั้งฉายาหรือพูดถึงคุณด้วยคำเหยียดหยาม จะไม่มีแล้ว แต่ผมขอใช้สิทธิ์วิจารณ์ด้วยความชอบธรรม”
มาร์ค : “ผมไม่เคยไม่ให้คนวิจารณ์นะ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน