Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

เปิดหลักฐาน ครูจอมทรัพย์ แหกตาคนทั้งประเทศ หวังเงิน 50 ล้าน!

โหนกระแสคืนนี้เป็นกรณีของ “ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร” ที่ขับรถชนคนตายเมื่อประมาณปี 2548 ถูกจับติดคุกแล้วบอกว่าตัวเองเป็นแพะเพราะไม่ได้ขับรถชนจริง จนมีตัวละครออกมามากมาย รวมถึงการท้าทายกฎหมายเรื่องความยุติธรรม พอมาถึงวันนี้กลับมีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าครูจอมทรัพย์กลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และมีการทำงานกันอย่างเป็นขบวนการอยู่เบื้องหลัง วันนี้ 28 พ.ย. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 - 21.00 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญแขกรับเชิญซึ่งไม่เคยเชื่อว่าครูจอมทรัพย์เป็นแพะ อย่าง “คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ “คุณหมี”  เจ้าของเพจสังคมอักเสบ มาร่วมพูดคุยกันในรายการ

ย้อนกลับไปหนึ่งปี ถูกด่าเละเทะแทบไม่มีที่ยืนในสังคม?

อัจฉริยะ : “ก็ต้องยอมรับว่าในขณะนั้นสังคมไม่ได้ใช้เหตุผล ใช้อารมณ์และตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นการเกาะกระแสของเพจต่างๆ เกาะกระแสสื่อมวลชน บางคน และสังคมที่อยากดัง”

คุณหมีเป็นคนแรกที่สวนกระแส?

หมี : “มันผิดหลักคอมมอนเซ้นส์ ด้วยสามัญสำนึกและสิ่งที่ครูจอมทรัพย์พูดมันเชื่อไม่ได้”

ตอนนี้ศาลตัดสินเป็นแกะแน่นอน แต่วันนี้เป็นประเด็นใหม่ ที่คุณพูดว่าถ้าอยากได้เงินเดี๋ยวตามให้ ครูมีรีสอร์ทอยู่?

อัจฉริยะ : “ถ้าครูจอมทรัพย์ทำได้สำเร็จเขาได้ล้างมลทินจากคำว่าขี้คุก ได้กลับมารับราชการครูอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเขากลับมารับราชการครูได้เขาจะได้เงินเดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เขาติดคุกจนราชการครูใหม่ ตีคร่าวๆ คือ 5 ปี ซึ่งเขาได้เงินเดือนปีประมาณสี่แสน เขาก็จะได้เงินราวๆ 2 ล้าน เสร็จแล้วเขาจะได้บำเหน็จบำนาญชั่วชีวิต ก็อีก 4 ล้าน ได้เงินจากมาร์คพิทบูล 2 ล้าน ก็จะเป็น 8 ล้านแล้ว ได้เงินจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเงินเยียวยาวันละ 500 บาท ตีประมาณแสนแปด ห้าปีก็เก้าแสน แล้วได้ค่าทนายความอีก 1 ล้าน แล้วจะได้เงินสหกรณ์อะไรต่างๆ ก็ตีประมาณล้าน แล้วก็ได้เงินจากการฟ้องละเมิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฟ้องพนักงานสอบสวน ที่ว่าเขาเป็นคนชน ถ้าฟ้องชนะเขาตั้งเป้าไว้ 20 ล้าน”


คุณรู้ได้ยังไง?

อัจฉริยะ : “ก็เขามีไลน์อยู่ ไลน์บอกชาวบ้านว่าถ้าเขาสามารถชนะคดีนี้เขาได้ 50 ล้านเขาจะซื้อวัวซื้อควายให้กับชาวบ้านที่ เป็นพยาน มีไลน์เลย มีหลักฐานอยู่”

ถ้าไม่ใช่เขาล่ะ?

อัจฉริยะ : “เขานี่แหละเป็นคนบอกชาวบ้าน เขากะฟ้องอัยการ 20 ล้านเหมือนกัน ถ้าครูจอมทรัพย์เป็นแพะ 50 ล้านอย่างต่ำ คิดว่าคุ้มมั้ยกับการเป็นคนขี้คุกอย่างเขา”

คุณใช้คำนี้เลยเหรอ?

อัจฉริยะ : “ก็เขาไม่มีทางกลับมาเป็นครูได้ เพราะหนึ่งเขาอายุเกิน 50 สองเขาติดคำว่าหลบหนี เขาไม่สามารถกลับมารับราชการครูได้อีก เขาถึงคิดวิธีการที่มาหลอกต้มชาวบ้านทั่วประเทศ จริงๆ แล้วจอมทรัพย์มีเงินเดือนตอนเป็นครูไม่น้อยกว่า 3 หมื่น สามีเป็นผู้อำนวยการ เงินเดือนประมาณ 4 หมื่นสองคนรวมกันก็7-8 หมื่นบาท ลูกเรียนมหาลัยกรุงเทพ แล้วเขาจนตรงไหน เขาบอกวาเขามีหนี้สินเยอะแยะ แล้วเขาไม่ได้เลิกสามีนะ แค่เพียงว่าศาลชั้นต้นตัดสินแพ้เขาก็จดทะเบียนหย่า ศาลอุทธรณ์ชนะก็จดทะเบียนใหม่ พอศาลฎีกาตัดสินแพ้ก็จดทะเบียนหย่า”

มีข่าวว่าทางจอมทรัพย์บอกว่าหลังจากที่ตกเป็นจำเลย ตัวเขาบ้านแตกต้องหย่าสามี ลูกเสียชีวิต ทำมาหากินไม่ได้ ไม่มีเงิน เกือบล้มละลาย แต่ความเป็นจริงคือ?

อัจฉริยะ : “มีเรื่องเดียวที่จริงคือลูกเสียชีวิต ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ คนละเรื่องเลย”
 
สามีหย่าจริงมั้ย?

อัจฉริยะ : “ก็เป็นแผนไง ชั้นต้นก็หย่า อุทธรณ์ชนะก็กลับมาจดใหม่ พอฏีกาแพ้ก็จดหย่าอีก ผมถามว่าล่าสุดที่ถูกจับ ก็อยู่กับผัวมั้ย เขาเลิกกันที่ไหน ลูกเรียนมหาลัยกรุงเทพ โอ้โห คนกลางไปอยู่ไหน อยู่นิวซีแลนด์ แล้วบอกว่าจนตรงไหน ที่เป็นหนี้ก็ไม่ใช่หนี้ตัวเอง ไปหลอกเพื่อนครูให้ไปกู้เงินธนาคารออมสิน แล้วทำทีตัวเองไปค้ำไม่จ่ายเงินเขาจนเขาโดนยึดบ้าน”
 
คุณมีพยานหลักฐาน?

อัจฉริยะ : “ผมบอกได้เลยเรื่องนี้ พี่ทนายเกิดผล เอาคำฟ้องมาให้ผมด้วย ว่าจอมทรัพย์ไปหลอกให้เพื่อนกู้เงิน ทนายเขาก็รู้ ถามได้เลยที่สำคัญไม่ธรรมดา จอมทรัพย์มีรีสอร์ทที่จ.กาฬสินธุ์”

คุณบอกมาร์คพิทบูลว่าจะทวงเงินให้?

อัจฉริยะ : “อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ มีรีสอร์ทให้ฝรั่งเช่า มีหลักฐาน บ้านจอมทรัพย์เป็นบ้านเดี่ยว บ้านของเขาเอง รีสอร์ทให้เพื่อนของเขาถือครอง คือรจนา คนที่บอกว่าไปเจอรถสับ วาปีในป่าละเมาะ แล้วไปหลอกสับวาปี คนนี้แหละ รีสอร์ทเป็นชื่อรจนาครอบครอง จอมทรัพย์ถูกฟ้องเป็นผู้ค้ำ เขากลัวถูกยึดทรัพย์เลยให้รจนาถือครอง”

มีหลักฐานมั้ยว่าเจ้าของคือจอมทรัพย์?

อัจฉริยะ : “ไปถามคนแถวนั้นได้ คนเขารู้หมด ผมมีหลักฐาน หมีเคยเห็นมั้ย”
หมี : “เคยเห็นครับ เห็นหมด เพจผมตอนแรกจะมีเพจพี่เพจน้อง ข้อมูลพวกนี้เคยลงมาหมดแล้ว ถ้าวันนี้ฝากไปถึงเพื่อนๆ ในเพจ ใครมาจากเพจแมวใต้ถุน 3 จะรู้กันหมด แต่ช่วงนั้นมันสวนกันไปหมด คนร้อยหกร้อยคนจะไปรู้อะไร เสียงเราไม่ได้ดังกว่าเขาตอนนั้นยังไม่รู้จักพี่อัจด้วยซ้ำ เวลาใครบอกว่าข้อมูลจากแปะ ผมบอกว่าไม่เอา ก็ให้ทางนั้นเล่นไป ไม่ใช่เราไม่รู้ เพียงแต่ว่าบางข้อมูลถ้าเรายังไม่สนิทกัน ผมจะไม่รับรองที่มาให้ แต่รู้หมด”
 
ถ้าครูจอมทรัพย์เป็นแพะ มีสิทธิ์ได้ 50 ล้านแล้วมีเรื่องราวของขบวนการ?

อัจฉริยะ : “คือมีขบวนการรับจ้างรื้อฟื้นคดี เป็นหน่วยงานของรัฐด้วย ตั้งทีมขึ้นมาช่วยเหลือแพะ เขาเห็นช่องทางว่าตรงนี้น่าจะสร้างรายได้ เขาเลยไปตั้งทีมทนายขึ้นมากลุ่มหนึ่งประมาณสองสามคน หน่วยงานนี้เวลาเขาช่วยเหลือ เขามีค่าทนายความให้ ก็ได้จากค่าทนายความแล้วมาแบ่งกัน ก็มาจากหน่วยงานนั้นๆ ขณะที่ช่วยชาวบ้านจะมีค่าทนายความ แล้วก็เอาไปให้ทนายความที่เขาตั้งขึ้นมาแล้วก็แบ่งกัน เวลาเขารับเขาจะดูคน ดูว่าเคสไหน ถ้าเขาสร้างชื่อได้ ช่วงแรกสร้างชื่อเสียงให้ติดตลาดก่อน เขาก็เลือกไปทำคดีต่างๆ จนมีทีมพีอาร์ด้วย กลุ่มนี้มีทีมพีอาร์ลงไลน์บอกนักข่าวว่าเขาจะไปโน่นไปนี่ แล้วพอมีชื่อเสียงเขาก็เริ่มจะเลือกเหยื่อ เริ่มในการรื้อฟื้นดูเหยื่อที่มีฐานะ เขาจะเลือกทำให้ก่อน คนไม่มีฐานะก็เอาไว้ทีหลังอ้างว่าคิวเยอะ งานเยอะ เราก็เห็นหลายเคสที่เขาทำแบบนี้ วิธีการของเขาคือเขาเรียกรับผลประโยชน์เลย ถ้าจะให้ช่วยก็มีค่าใช้จ่าย”

เรียกกันตรงๆ เลย?

อัจฉริยะ : “พี่หนุ่มมีพ่อแม่ อยากให้ลูกรอดคุกสมมุติลูกติดคุก 20 ปี อยากให้รอดคุกมั้ย ก็เรียก 5 แสน”

ไปเกี่ยวอะไรกับจอมทรัพย์?

อัจฉริยะ : “ผมไม่ได้บอกว่าจอมทรัพย์จ่ายเงินนะ แต่ผมกำลังอธิบายให้ฟังว่ากลุ่มนี้เข้ามาดูแลเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ เขาทำแบบนี้กับเหยื่อหลายๆ ราย เขาก็ไม่ได้การันตีว่าเรื่องสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เรามีเคสหลายเคสที่เขาทำ ถ้าเราเอ่ยชื่อไปคนรู้ทั้งประเทศ ต้องถูกเปิดเผยแน่นอน เร็วๆ นี้จะเปิดเผย อย่างคดีจอมทรัพย์ ผมถามว่าเขารู้มั้ยว่าจอมทรัพย์มีตังค์ว่าจ้าง เขาบอกเองเลยว่ารู้ก่อนตำรวจ รู้ก่อนขึ้นศาล ทำไมเขาไม่หยุด ทำไมเขาเปลี่ยนแผน”
 
ทำไมถึงคิดว่าเขารู้ก่อน?

อัจฉริยะ : “เขาสารภาพเองเลย แต่ไม่สามารถหยุดได้เลยมาเป็นสามหน่วยงาน จริงๆ สิ่งที่เขาพูดคือเป็นเรื่องโกหก เพราะไม่ใช่นิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องมีสถาบันรับรอง คือสถาบันนิติวิทยาศาสตร สองกระบวนยุติธรรม นิติวิทยาศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การที่ว่าโตโยต้า เป็นเอกชน พระจอมเกล้าก็เป็นสถาบันการศึกษา ขนส่งเป็นแค่หน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการเช็กตัวถังรถ ป้ายทะเบียนว่าจริงไม่จริง โตโยต้าวัดตรวจแค่ความหนาสี จอมเกล้าตรวจป้ายทะเบียนลักษณะคือกายภาพ ไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วสามหน่วยงานนี้เขาก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่นิติวิทยาศาสตร์แล้วผลการตรวจสอบเขารู้แล้วว่าสามหน่วยงานบอกเลยว่าไม่สามารถตรวจสอบรอยเฉี่ยวชนได้ แต่หน่วยงานนี้เขากลับไปบอกว่าเขาไปพีอาร์เลยว่าทั้งสามหน่วยงานไม่พบรอยเฉี่ยวชน ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดเผยว่ามีการสวมป้ายทะเบียนมา ซึ่งเขาเปลี่ยนตอนไหนเราไม่สนใจว่เขารู้หรือไม่รู้แต่ประเด็นคือทำไมไม่ยอมหยุด ทำไมไม่ให้ความยุติธรรมกับคนตายบ้าง วันนี้ทำไมมามุ่งเน้นช่วยเหลือจอมทรัพย์อย่างเดียว เราถามว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมหยุด”

แล้วหน่วยงานนี้หลังศาลตัดสินแล้วทำยังไง?

อัจฉริยะ : “ก็ต้องถามวางบประมาณที่คุณนำไปใช้ เอาเงินจากไหนมา ที่เอาไปอยู่เซฟเฮ้าส์ เบิกตังค์ใคร”
 
ทางตัวครูจอมทรัพย์หรือตัวละครอื่นๆ จะกินได้ยังไง ต้องมีเบี้ยเลี้ยงมาจ่าย?

อัจฉริยะ : “หน่วยงานนี้ต้องมีค่าอาหารให้ 200 ค่าที่พัก 600 ค่าขาดรายได้ 200 หัวละพัน ผมถามว่าวันนี้หน่วยงานนี้ไม่มีทางเบิกค่าใช้จ่าย คือดีเอสไอกับกระทรวงยุติธรรม ไม่มีการเบิกค่าใช้จ่ายแล้วคุณเอาเขาไปอยู่เซฟเฮ้าส์ไปอยู่กับใคร ใครจ่ายเงิน ผมถามว่าวันนี้จอมทรัพย์บอกว่าหมดค่าสู้คดีหลายล้าน แล้วจ่ายใครล่ะ เขาบอกว่าเป็นหนี้เป็นสินต้องมาขอมาร์คพิทบูลเพราะจอมทรัพย์ต้องเอาเงินไปสู้คดี เขาเอาเงินไปไหน เขาบอกว่าตังค์หมดแล้ว ไปบอกในรายการช่องหนึ่ง เขาบอกว่าเอาไปสู้คดีหมดแล้ว เอาไปจ่ายหนี้นอกระบบหมดแล้ว แล้วเงินเอาไปให้ใครล่ะ เขาเอาเงินมาสู้คดีหมด แล้วเอามาสู้กับใคร นี่คือคำถามของผม ถ้าวันนี้กระทรวงยุติธรรมบอกไม่ได้จ่ายตังค์ค่าคุ้มครองพยาน ไม่มีการเบิก แล้ววันนี้ตังค์ของจอมทรัพย์หายไปไหน”
 
คุณหมีว่ายังไง?

หมี : “คือสิ่งที่พี่อัจพูด เพจพี่เพจน้องผมรู้มาตั้งแต่เดือน ม.ค. ภาพรีสอร์ทเราก็มี เรื่องไปโกงเพื่อนเราก็มี ตอนนั้นเหมือนกับเรือเล็ก เจอคนที่ไม่เห็นด้วยรุมมาด่า แล้วก็ลงชื่อปิดเพจ”
 
เพราะเขามั่นใจมากว่าจอมทรัพย์เป็นแพะ?

หมี : “ผมว่าจริงๆ อ่านหนังสือก่อนมั้ย ถ้าคุณจะมาบอกว่าสื่อชี้นำ คุณกินหญ้าหรือครับ หนังสือกฎหมายมีก็ซื้อมาอ่านสิ แล้วเอามาดูว่าโอเคมั้ยกับสิ่งที่เขาพูด อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้ใช้เวลามากในการตัดสินใจเชื่อคนนี้เป็นแพะ แค่ฟังประโยคแรกผมก็รู้แล้วว่าใช่ ทีนี้พอมันเลยเถิดอย่าไปอ้างว่าสื่อ มันเป็นหน้าที่ของเขา”
 
แต่คุณก็ได้ยินว่าสื่อบอกแบบนี้?

หมี : “ก็ถามไงว่าคุณกินหญ้าหรือกินข้าว ผมถือว่าผมทำเพจมาให้คนอ่าน สิงที่ผมเสนอมันมีจริงกับไม่จริงแล้วก็รอเวลา เพจผมโดนเปิดมา สิบเดือน โดนมาทุกวัน ตื่นเช้ามาอรุณสวัสดิ์ด้วยคำว่าพ่อตาย  ผมโดนมาทุกวัน แต่ผมถือว่าผมทำเพจมาเพื่อให้คนอ่าน แต่คนที่ไม่อ่าน แล้วจะมาพูดว่าวันก่อนหลงผิด ก็ไม่ใช่ไง ผมบอกแล้วว่าพวกคุณไปอ่าน ให้อ่านก่อน ทำความเข้าใจก่อน ไม่ใช่อ้าปากปุ๊บ ตร.ไม่ดี ตร.เลว ทาสตำรวจ ผมต้องอยู่ในฐานะที่เกลียดตร.มากนะ เพราะผมโดนตร.กระทำ แต่เราก็ต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้สื่อจับประเด็นอะไรมาเล่นกับสังคม จับตร.มาเป็นตุ๊กตาหนึ่งตัวก่อน นี่แพะๆ ด่าใครไม่ได้ด่าตร.ก่อนทั้งที่คดีนี้ถ้าอ่านคำพิพากษาทั้งหมด เป็นการต่อสู้คดีที่ถูกต้อง ครูจอมทรัพย์ควรติดคุกตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนด้วยซ้ำ ถ้าตั้งสติกันแล้วอ่าน พอคนพวกนี้มีเยอะเข้าเราก็ต้านไม่ไหว เพราะเขากดรีพอร์ทมันก็ไป เราจะมาบอกสังคมว่านี่คือเราออกมาพูดตั้งแต่กพ. มี.ค.”

วันนี้เหมือนปลดล็อก?

อัจฉริยะ : “จิรงๆ ไม่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์เรื่องความขลัง อย่างสถาบันตร. สถาบันศาล  กระบวนการยุติธรรมถูกทำลายอย่างร้ายแรง เพราะขบวนการนี้ไม่ใช่ขบวนการเล็กๆ ก็อยากจะฝากถึงนายกฯ ประยุทธ์ จันโอชา ฝากถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คดีนี้ขอให้เดินสุดซอย ต้องเอาไม่ว่าใครก็แล้วแต่ เอาตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย แล้วขอให้อย่าให้เป็นมวยล้มต้มคนดู ผมเองสิบเดือนที่ผ่านมาทนทุกข์ ทรมานมาเยอะ ผมรับได้ แต่อย่าเอาลูกสาวผมมาเกี่ยวข้อง หากยังมีลมหายใจก็ยังจะทำความดีเพื่อสังคม ผมหมดลมหายใจเมื่อไหร่ก็สละร่างกายให้สภากาชาดไทยบริจาคอวัยวะให้รพ.จุฬาไปแล้ว ถ้าวันนั้นถึงวันฟ้าลิขิต ถ้าผมสามารถต่อลมหายใจให้คนอื่นได้ผมก็ยินดี”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน