Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

แม่อึ้ง! นศ. ฝึกงานโดนเตาเผาระเบิดใส่หน้า โรงงานยื่นข้อเสนอเงินเยียวยา 2 หมื่น ทั้งที่ค่ารักษา 250,000



จากกรณีเฟซบุ๊ก Red Skull Infinity ได้เผยแพร่เรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองนักศึกษาสาว ถูกเตาน้ำมันที่มีความร้อนระดับ 150-180 องศาเซลเซียส ระเบิดใส่หน้า ขณะฝึกงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ. ระยอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้าและแขนทั้งสองข้าม แต่กลับถูกปิดข่าว โรงงานบับคับให้ออกจากโรงพยาบาลรักษาตัวที่บ้าน โหนกระแส วันที่ 23 ม.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 - 21.00 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญ “น้องแปง พินิตา ใจดี” ผู้เสียหาย “แม่แมว กาญจนา งามเลิศ” คุณแม่ผู้เสียหาย และ “น้องโบว์ นิภาพร พะเวศรัมย์”  พี่สะใภ้ มาร่วมพูดคุยในรายการ พร้อมกับ “เตชะ  ทับทอง”

น้องแปงอายุเท่าไหร่?

แปง : “23 ปี ฝึกเพื่อจะจบค่ะ ทุกคนต้องหาที่จะฝึก พี่เขาก็เปิดรับ เหมือนรุ่นพี่เขาบอกว่าที่นี่เขาไปฝึกมา เราก็จดไว้แล้วก็ลองโทรไปถามว่ารับมั้ย”

เป็นโรงงานอะไร?

แปง : “ซิริการ์ซิริเกส มันคือพวกแก้วพวกเล็กๆ”

ฝึกงานนานหรือยัง?

แปง : “ตั้งแต่ 30 ตุลาค่ะ  เลือกเพราะตรงกับที่เราเรียน เหตุการณ์เกิด 22 ธ.ค. เรามีพี่เลี้ยง ที่หนูไป ไปกันสองคน”
 
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?

โบว์ : “น้องบอกว่าน้องได้ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายแต่ ทุกครั้งพี่เลี้ยงไม่ได้ปล่อยแต่ครั้งนี้คนมันน้อย ก็เลยต้องอยู่คนเดียว ธรรมดามีคนคอยช่วย และน้องก็ทำมาหลายครั้งแล้ว น่าจะเป็นโรงงานพวกสารที่เคลือบอะไรสักอย่าง ไม่รู้อะไรมากมาย แต่วันนั้นน้องมีหน้าที่ทำละลายตัวสารที่มันอยู่ข้างใน โดยใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลายค่ะ น้องก็เอาก้อนแก้วใส่เข้าไป เพื่อละลายจากผงให้เป็นน้ำ ซึ่งใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย ซึ่งน้ำมันในนี้ ความร้อน 150 องศา ร้อนมาก”
 

ลักษณะของเครื่องเป็นยังไง?

แปง : “เป็นเตาเล็กๆ เล็กกว่าตู้ไมโครเวฟ เปิดฝาบน แล้วเอาแก้วใส่ลงไปและมีไม้คานเสียบเข้าไปและล็อกเอาไว้เพื่อให้มันทำละลายในนั้น เพราะจะมีตัวมอเตอร์ต่ออีกค่ะ แล้วเราก็กดสวิตช์ให้เขาทำละลาย”

เคยทำมาก่อน?

แปง : “เคยค่ะ สองสามครั้ง ก่อนหน้านั้นมีพี่มายืนดู ครั้งนี้เขามาดูแล้วก็แยกกันทำ พอได้เวลาเอาออกหนูก็ปิดสวิตช์ไม่ให้เครื่องทำงานแล้ว และปิดความร้อนเพราะเตาหลอมต้องวางอยู่มุมคอร์สเทส ที่หนูบอกว่ามีไม้คาน หนูก็ก้ม แล้วมันก็ระเบิด เสียงดังค่ะ เราหลับตาหันหลังเลยล่ะ ตอนนั้นไม่ได้สลบ มีสติ หนูกลัวเข้าตา ถึงจะมีใส่แว่น แต่หนูก็กลัวหนูก็เรียกว่าช่วยหนูด้วย หนูร้อน พอพี่มาหนูก็บอกว่าถอดถุงมือ ถอดเสื้อกั๊กให้หนูหน่อยเพราะมันรัด มันไหลตามเสื้อกาวน์ น้ำมันที่ใช้เป็นตัวหลอมละลาย มันเป็นจังหวะที่เราก้มไปพอดี”
 
หลังจากที่พี่เขามาช่วยดึงโน่นนี่?

แปง : “ก็ต้องเอาน้ำมา พี่เขาบอกว่าเอาน้ำมารดหนูก่อนสองรอบแล้วพาหนูไปชาวเวอร์ แล้วพาส่งรพ.”

คุณแม่ทราบเรื่องได้ยังไง?

แม่ : “แม่มาทราบเรื่องเมื่อตอนเย็น เพราะตกลงกับน้องว่าจะไปรับน้องทำบุญพ่อเสีย ซึ่งน้องไม่เคยทำบุญให้พ่อเลย เราก็ตั้งใจว่าครอบครัวเราจะทำบุญกัน ก็เกิดเหตุการณ์นี้ ลูกชายมาบอกแม่แต่ไม่ได้มาบอกตรงๆ”

โบว์ : “ทางบริษัทโทรมาว่าน้องเกิดอุบัติเหตุ เราก็บอกแม่ให้ทำใจดีๆ เพราะเพิ่งจะเสียพ่อไป”
 
แปง : “ซึ่งหมอบอกดูอาการตามวัน”

ร่องรอยบาดแผลมีอะไร?

แม่ : “มีที่หน้าผาก ที่คอ ที่ไหล่ แขนสองข้าง”

หลังจากนั้นแม่ได้พูดคุยกับทางโรงงาน?

แม่ : “แม่ไม่ได้พูด เพราะทางโรงงานเขาบังคับแม่ เขามาแสดงความเสียใจ เล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังและเอารูปถ่ายมา เขาบอกแสดงความเสียใจแม่ก็ถามว่าเกิดขึ้นได้ยังไง เขาบอกว่าเขาก็ไม่รู้ โรงงานไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ก็ถามว่าน้องโดนอะไรมั่ง เขาก็บอกว่าเป็นน้ำมันร้อน พร้อมกับด่างแก่ ด่างแกคืออะไรเป็นอันตรายมากขึ้น เขาบอกอันตรายแต่ทางโรงงานไม่ได้แจ้งโรงพยาบาล บอกแค่ว่าโดนน้ำมันร้อน แม่ก็ขอรายละเอียดสารตัวนั้นได้มั้ย คุณหมอจะได้รักษาได้ถูก”

โรงงานไม่ได้บอกแต่แรก?

แม่ : “เขาไม่ได้แจ้ง หมอคิดว่าเป็นน้ำมัน หน้าน้องก็เริ่มบวม ไล่จากหัว ตาจะปิด”

มีผลจากสารตัวนั้น?

โบว์ : “วันแรกไม่บวมมาก”

แม่ : “พอตกกลางคืนบวมมาก”

ถามมั้ยทำไมไม่แจ้งคุณหมอ?

แม่ : “แม่ก็ขอรายละเอียดตรงนั้น ขอให้โรงงานเอามาให้รพ.ได้มั้ย เพื่อให้หมอรักษา โรงงานเอาเอกสารมาให้สองใบ แต่ก็ไม่ได้ดู เขาบอกว่าแจ้งหมอเคมีแล้วนะ วันรุ่งขึ้นหมอถึงมาดูน้อง”



คุณเตชะ ทับทอง มาร่วมดูเรื่องนี้ ไปทราบข่าวจากที่ไหน?

เตชะ : “แอดมินเพจ Red Skull Infinity ประกาศเรียนมา เลยต้องรีบลงไปดู เพราะเห็นบาดแผลจากในรูปแล้วและไทม์มิ่งเรื่องเวลา เราเห็นว่าเดือนนึงแล้ว เราก็เลยต้องรีบขับรถไปเลย”

ขอถามคุณแม่ มีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้น?

แม่ : “น้องยังไม่หาย หมอต้องรอดูอาการประมาณสิ้นเดือนดูเซลล์ที่หน้าน้อง หมอกำหนดไม่ได้ บอกให้ดูจนสิ้นเดือน บอกว่าเคสน้องเนื้อตายมันไม่ขึ้นต้องรอสิ้นเดือนถ้าเป็นแบบนี้อีกต้องโกนหัวน้องจากข้างหลังเพื่อเอาเนื้อมาโปะข้างหน้า”
 
เตชะ : “เราเข้าใจว่าน้องโดนสารเคมี สิ่งที่ครอบครัวไม่สบายใจก็คือว่าในใบรับรองแพทย์ก็บอกว่าเป็นอุบัติเหตุจากน้ำมันร้อง แต่เท่าที่รู้มีเรื่องสารเคมีซิลิก้าร์อะไรก็ว่าไป อย่างที่พนักงานหลุดปากบอกคุณแม่ว่ามีด่างแก่ มีสารเคมีอื่นๆ ซิลิก้าร์เองก็มีพิษของมันเองด้วย ก็เลยไม่สบายใจที่บอกว่าเป็นแค่น้ำมันร้อน มันจะมีผลระยะยาว เรื่องการรักษาด้วย ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจ”

คุณแม่ : “มีโทรศัพท์มาบอกว่าพรุ่งนี้ให้กลับบ้านนะ ก็ถามว่าจะกลับได้ยังไง ในเมื่อแม่ทำข้อตกลงกับทางรพ.ไว้ว่าวันจันทร์แม่จะมาดูข้อตกลงของโรงงานว่าแม่ยินยอม ทางเราจะทำข้อตกลงกันโดยมีวิทยาลัยที่น้องเรียนอยู่เป็นตัวกลางซึ่งได้ตกลงกันไปแล้วครั้งหนึ่ง ทางโรงงานรับปากว่าจะร่างหนังสือมาให้แม่และทางโรงเรียนดู เรายินยอมพร้อมใจกันมั้ย เป็นข้อตกลงว่าระหว่างไม่ได้ทำสัญญาจะให้น้องอยู่รพ.จนกว่าน้องจะทำสัญญากัน เรื่องการรักษาน้อง”

ทางโรงงานต้องดูแลน้องไปก่อน?

แม่ : “ใช่จนกว่าเราจะเซ็นข้อตกลงกัน รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งให้กลับบ้านแม่ก็ต่อรองกับทางโรงงานว่าตอนตกลงกันไม่ได้เป็นแบบนี้ งั้นแม่ขอไปดูร่างสัญญาที่ทางโรงงานร่างไว้ก่อนได้มั้ย ส่งไลน์มาให้แม่ดูหน่อยได้มั้ย เขาบอกว่าไม่ได้ ยังไม่พร้อม แม่ก็บอกว่าถ้ายังไม่พร้อมแล้วคุณให้เราออกจากรพ.ทำไม เราจะมีความเชื่อมั่นยังไง เขาก็บอกว่าไม่ได้ ยังไงก็ต้องออก ถ้าไม่ให้น้องออก แม่ก็ต้องจ่ายค่ารักษาเอง แม่ก็ต่อรองขอวันจันทร์เขาก็ไม่ยอม แม่ก็ไม่ใช่คนรวย”
 
เตชะ : “ก็เลยเป็นที่มาของการที่มีคนนำมาลงโซเชียล เพราะต้องบอกว่าครอบครัวนี้ เขาทนมาเกือบเดือนแล้ว พอมาถึง 28 วันก็เกิดเรื่องอย่างนี้ แต่ในมุมของเรา เราก็มานั่งคุยกัน หรือคนจากกระทรวงพลังงานมาตั้งข้อสังเกตอาจจะเป็นเทคนิคของบริษัทที่ไม่อยากให้มีการบันทึกไว้ว่ามีคนป่วยเกินหนึ่งเดือน เพราะจะมีผลเรื่องการประกอบการโน่นนี่นั่น”

เลยให้น้องออกจากโรงพยาบาลไปก่อน?

เตชะ : “ใช่ ซึ่งพอเขาออกมาปุ๊บก็เรียกเขาไปคุยว่ามันไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน ก็ดึงทางวิทยาลัยมาช่วยคุย เมื่อวานก็เรียกเขามาคุยอีกทีและเอาข้อตกลงมาดู เดิมทีมีผู้ประสานงานก่อนหน้านั้นคนหนึ่งก่อนเจอเมื่อวาน ค่อนข้างไม่ได้ประสานงานครบถ้วนเลยเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา โรงงานเลยแก้ไขโดยเอาคนใหม่มาคุยแทน เป็นคนที่มีอำนาจมากกว่า”

ตอนแรกตกลงเขาจะให้เงินคุณแม่เท่าไหร่?

แม่ : “ครั้งแรกสองหมื่นบาท เรื่องจริงค่ะ”

ค่ารักษา?

แม่ : “ค่ารักษา 250,000 น้องอยู่รพ.มา 29 วัน ให้น้องออกมาก่อน มาอยู่บ้าน แล้วทางบริษัทจะมีรถรับส่งน้องมาทำแผล วันเว้นวัน”

เตชะ : “จากแกลงเข้าไประยอง 50 กิโลเพื่อทำแผล ก็ต้องไปคุยเรื่องทำไมถึงให้ออกจากรพ. ก็ได้รับคำตอบว่าคุณหมอเป็นคนอนุญาตให้ออกได้ เมื่อวานเราจะคุยกับคุณหมอ แต่คุณหมอลาหยุดในวันหยุดของตัวเองเลยไม่ได้เจอคุณหมอ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเจอก็จะถามกัน เรื่องกติกา สัญญา เมื่อวานก็เอามานั่งดูกัน ก็บอกแล้วว่าให้แก้ไขใหม่เพราะทางญาติไม่ยินยอม ให้แก้ไขใหม่ อย่างเช่นให้น้องออกสิ้นเดือนม.ค. เพราะดูสภาพมันอีกหลายเดือน”
 
ไม่สามารถรู้ได้ว่าแผลน้องหายสนิทมั้ย ต้องเอาเนื้อข้างหลังมาโปะข้างหน้ามั้ย ก็ต้องเสียเงินอีก?
เตชะ : “แต่ต้องบอกว่าทางโรงงานเขามีความตั้งใจจะรักษาน้องจนหายตั้งแต่แรก แต่มีคนทำให้เข้าใจผิด เลยแจ้งทางโรงงานเขาก็พยายามปรับหลายๆ เรื่อง ก็เปิดโต๊ะคุยกัน น่าจะเป็นครั้งแรกที่บอกว่าข้อนี้ได้ไม่ได้ เอาไม่เอาก็คุยกันให้ชัด”

เรื่องเงินสองหมื่นบาท?

เตชะ : “ผมไม่รู้เรื่องสองหมื่น แต่เมื่อวานมีข้อเสนอมาเป็นห้าหมื่นบาท ต้องถือว่าระบุเลยว่าค่าเยียวยา 5 หมื่นบาท นื่คือทั้งหมดเลย พอเจรจาปุ๊บคุณแม่ก็บอกว่าโอเค 5 หมื่นถือว่าเป็นสินน้ำใจ เรารับไว้พิจารณาว่าระหว่างน้องป่วย แม่ต้องหยุดงานมาดูน้องตลอดเพราะน้องทำอะไรเยอะมากไม่ได้ ก็จะขอในส่วนรายได้ที่มาชดเชยกับการขาดรายได้ตรงนั้น ก็ให้เขาไปพิจารณาอื่นๆ ด้วย และจะกลับมาคุยกันใหม่ วันสองวันจะเจอกันอีกที”

ถามมั้ยทำไมครั้งแรกไม่บอกรพ.ว่าน้องโดนสารพิษ ทำไมบอกแค่น้ำมันร้อน?

เตชะ : “อันนี้ไม่ได้จี้ทางนั้น เพราะมันมีปัญหาเรื่องคนประสานงานตอนแรก ซึ่งเป็นคนละคนกัน ซึ่งเขาก็รับและขอโทษในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเราต้องถามหมอ และให้หมอชี้แจงให้ชัดด้วยว่ามันมีสารอะไรอื่นอีกมั้ย ไม่ใช่แค่น้ำมันร้อน เมื่อวานเราก็ระบุว่าขอตรวจด้วยซ้ำว่าสารที่มาใช้ในซิลิการ์มีสารอะไรที่เป็นพิษบ้าง รวมทั้งขอเจาะเลือดตรงนี้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน