Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ช็อก!! ครอบครัวน้องเมย ลั่นไม่เชื่ออวัยวะที่ได้มาคือของจริง พี่สาวประกาศชัด ! ครั้งแรก รู้ตัวคนทำ น้องเมย

 

“โหนกระแส” คืนนี้เป็นเรื่องของ “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตแบบมีข้อสงสัย ล่าสุดตำรวจสั่งฟ้อง เปิดข้อพิรุธ “น้องเมย” อาจจะถูกล็อคคอ ซึ่โครงหักไม่ใช่จาก CPR วันนี้ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ซึ่งผลิตในนาม บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวัน จันทร์-พฤหัส เวลา 20.30-21.00 น. ทาง ช่อง 28 จึงได้เชิญ คุณพ่อ-พิเชรษฐ ตัญกาญจน์, คุณแม่-สุกัญญา ตัญกาญจน์, น้องเมี่ยง-สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาว มาเปิดใจถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งทำเอาช็อคกันสตูดิโอ เมื่อครอบครัวลั่นอวัยวะที่ได้มาอาจจะไม่ใช่ของน้องเมย พร้อมประกาศชัดรู้ตัวคนทำร้ายน้องจนเสียชีวิต



ขอย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ตค. เป็นวันเสียชีวิตของน้องวันเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น

คุณแม่ “เกิดอะไรขึ้นคุรแม่ไม่ทราบ แต่มีโทรศัพท์จากผู้พันเข้ามาตอนเที่ยงกว่าๆ ได้คุยกับลูกแป๊บนึง หลังจากคุณหมอโทรมา เราก็ได้คุยกับน้อง ได้คุย ซึ่งได้คุยแค่นิดเดียว น้องบอกว่ายังไม่หายป่วยเลย”

 ก่อนหน้านั้นน้องเมยป่วยเหรอครับ

คุณแม่ “ก็ที่เขาพูดกันว่าตกบันได แล้วส่งไปเอ็กซเรย์ ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีอะไรแตกหัก ก็ปกติดี พอกลับมาส่งเขาก็บอกว่าเขายังไม่หายป่วยเลย เขาบอกว่าอย่าไปเชื่อผู้พัน หลังจากนั้นอีกสักหนึ่งผู้พันก็โทรเข้ามาอีก แต่เป็นจังหวะที่ซ้อนสายกับทางคุณหมอ มันก็จะงง แป๊บนึง คุณหมอก็บอกว่าคุณแม่ต้องรีบมาที่โรงเรียนด่วนเลยนะ คุณแม่ก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าต้องมาเดี๋ยวนี้ เราก็ถามว่าคุณพูดแบบนี้ใจไม่ดีแล้วนะ คือตอนนั้นมันพูดไม่ออก รีบไปเร็วได้เท่าไหร่ เรารีบไปให้เร็วที่สุด แต่ช่วง 5 โมงกว่าเราจะไปเร็วกว่านั้นไม่ได้ กว่าจะถึงก็เป็นชั่วโมง”

พอไปถึงก็ทราบว่าน้องเสียชีวิต

คุณแม่ “ก็ทราบก่อนหน้าที่จะไปถึง เพราะคุณหมอโทร มาตลอด ถามว่าจารจรเป็นยังไง เราก็บอกว่าช่วยเขาเขาก่อนให้เราไปถึงก่อน”

คือตอนไปถึงคุณแม่ก็ไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าน้องไม่มีอวัยวะบางส่วนในร่างกาย

คุณแม่ “ยังไม่ได้ทำอะไร คืนนั้นก็ปรึกษากับเจ้าหน้าที่โรงเรียนว่าจะนำเคลื่อนร่างน้อง แต่คุณแม่ไม่รับอะไรแล้ว เขาพูดไป เราก็ดูลูกอย่างเดียว”

ทางครอบครัวมาทราบได้ยังไงว่าอวัยวะบางส่วนของน้อยหายไป

พี่สาว “หนูนำร่างก็เมยไปชัยสูตรครั้งที่ 2 ซึ่งเคสนี้เป็นเคสพิเศษ เขาก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วจะเชิญ เราไปดูด้วย ขั้นตอนชันสูตรพอเปิดกะโหลกขึ้นมาก็ไม่มีสมอง เราก็เริ่มตกใจแล้ว หมอก็บอกว่าเพิ่งตกใจ เพราะเขาอาจะเก็บอวัยวะไว้ที่ช่องท้องอย่างเดียว แต่พอเปิดช่องท้อง ไม่มี หัวใจก็ไม่มี กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะก็ไม่มี เรียกว่าเป็นเศษปวด เศษตับ และกระดาษซับเลือดอยู่ข้างใน”

ซึ่งตามข่าวเราไม่เชื่อว่าน้องจะหัวใจล้มเหลว แล้วเราเอาโล่งเปล่าไปเผา ทำมันวันนั้นถึงฉุคิด

พี่สาว “มีผู้หวังดีหลายๆ คน และเพื่อนของหนูเองโทรมา ว่าเมยถูกระทืบนะ ลองเอาไปผ่าดู ซึ่งมีคนโทรมาแบบนี้เยอะมาก  นั้นก็จุดเริ่มต้น วันที่ได้รับข้อมูลคือก่อนวันเผา 1 วันเอง ซึ่งเรากำหนดไว้หมดแล้ว จะยกเลิกการเผาก็ไม่ได้ เพราะได้แจ้งไปหมดแล้ว ก็เลยจัดไปตามปกติ”

ทางครอบครัวทราบใช่มั้ยว่าตอนนั้นมีข่าวออกมาว่าเป็นแผนการของทางครอบครัว ที่อยากรู้ความจริง

พี่สาว “เคยได้ยินคะ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น คือ เขามากันแล้วก็ให้เขาทำพิธีกันไป”



ขอถามคุณแม่นิดนึงก่อนที่น้องจะเสียชีวิต ร่างกายแข็งแรง มีโรคประจำตัวมั้ยครับ

คุณแม่ “ไม่มีคะ ร่างกายแข็งแรง”

การแถลงข่าวของทางคณะกรรมการ มันสวนทางกับทางคุณแม่ คุณพ่อ พี่เมี่ยง ที่จะพยายามบอกเราเหลือเกิน

พี่สาว “วันที่คณะกรรมการแถลง วันที่ 10 ตค. เมยกล่างอ้างว่าตกบันได เรารับเมยมา วันที่ 12 เราพาเมยมาหาหมอ เพราะว่าตกส่วนที่เขาตก มันใกล้กับกรวยไต หนูกลัวว่าจะฉีกขาด หรือมีปัญหา ก็มาเอ็กซ์เรย์ ปรากฏว่าไมมีอะไรฉีกขาด “

สามารถจากการเสียชีวิตแพทย์ระบุว่าหัวใจล้มเหลว แล้วมีการทำCPRจนมีรอยหัก

พี่สาว “หนูต้องยืนยันคำพูดจากแพทย์นิติวิทยาศาสตร์นะคะ ซี่โครงของเมยถ้าหักก่อนเสียชีวิตเลือดมันออก แล้วมีอาการอักเสบ แต่ถ้าหักหลังเสียชีวิตจะไม่มีอาการอักเสบ มันหักก่อนเมยเสียชีวิต ก็ต้องหักก่อนทำ CPR”

ครอบครัวมั่นใจว่าน้องไม่ได้หัวใจวายเฉียบพันแต่ถูกทำร้าย

พี่สาว “มันน่าจะเป็นเหตุมาก่อน ทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพันเป็นไปได้ มันเป็นเหตุประกอบไปได้หมด หัวใจวายเฉียบพันมันเกิดจากหลายสาเหตุ เราก็ได้ถามกับแพทย์ แต่เราขออนุญาติไม่ระบุสาเหตุ”



แต่เมื่อวานตำรวจสั่งฟ้องผู้ต้องหา พบว่าน้องเมยโดนล็อคคอ ซี่โครงหักไม่ใช่เพราะซีพีอาร์

พี่สาว “เรื่องการล็อคคอ วันที่ไปรับผลการชันสูตร คุณหมอเขาจะอธิบายว่าเกิดจากอะไรบ้าง เราก็ถามว่าเป็นไปได้มั้ยที่จะถูกล็อคคอ เขาก็บอกว่าเป็นไปได้  เป็นการสันนิฐาน”

อีกสิ่งหนึ่ง ณ วันนี้ อวัยวะของน้อง ครอบครัวยังไม่มั่นใจเลยว่าเป็นของน้องเมย

พี่สาว “เพราะว่าในการตรวจสอบ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของน้องเมยมั้ย”

เรื่องเกิด ตค. จนเดือน กพ. แล้ว ยังไม่รู้เลย

พี่สาว “คือเรายังไม่รู้ของเมยหรือเปล่า เราไม่เคยรับเลยว่าสิ่งที่รับมาเป็นของเมยหรือเปล่า เราแค่รับมาเพื่อให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ ว่าใช่คู่ดีเอ็นเอของเขาหรือเปล่า ซึ่งเรายังไม่ได้รับตอบ”

ได้มีการสอบไปมั้ยครับ

พี่สาว “ถามคะ แต่เราทำความเข้าใจว่าอวัยวะพวกนี้ถูกนำมาจากพระมงกุฏ เราไม่รู้เลยว่าใช่หรือไม่ใช่ นิติวิทยาศาสตร์เป็นที่ที่สอง ซึ่งเราเข้าใจไม่อยากเร่ง ถ้าผิดพลาดมันต้องผิดพลาดมาจากที่แรกใช่มั้ยคะ”

คุณพ่อ “ผมถามกับที่ทางพระมงกุฏตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ของที่ส่งมามันใช่ของน้องเมยจริงหรือเปล่า ที่ถามเพราะว่าการผ่าแล้วไม่นำอวัยวะกลับไปในส่วนของร่างกาย ทำให้ผมคิด การกระทำของเขาไม่ได้บอกกล่าวผมเลย ซึ่งถ้าเผาไปแล้ว ผมจะไม่มีวันทราบเลย”

สิ่งหนึ่งที่เราอยากรู้ว่ามากคือ ครอบครัวคิดว่าการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย

คุณแม่ “น่าจะเป็นเหตุประกอบหลายอย่าง งพระมงกุฎเองก็บอกหัวใจของน้องเมยมีการเปลี่ยนแปลงแบบนิวเคียส ซึ่งมันเล็กมาก ไม่ได้ส่งผลเยอะ ถ้ามีอะไรไปกระตุ้นมัน คือโรคหัวใจอยู่ดีๆ มาตายเลยไม่ได้ ทั้งที่ร่างกายแข็งแรงในเด็กวัน 20 กว่าๆ”

ทราบมั้ยว่าใครกระทำ

พี่สาว  “ทราบคะ รู้ทุกคน ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เพราะว่าเขาเคยไปบอกกับคนอื่น เด็กคนที่กระทำ เขาบอกเขาไม่กล้ามาขอโทษครอบครัว เพราะกระแสสังคมแรงมาก เขาเลยไม่กล้าออกมาขอโทษ เรื่องที่เขาทำเมยตั้งแต่ 23 สิงหาคมจนถึงวันที่เขาเสียชีวิต เป็นเวลายาวนาน เขาน่าจะออกมาขอโทษ แต่เขาก็ไม่เคย 23 สิงหาคม คือวันที่น้องโดนเอาหัวปักพื้น ที่มีผลมาถึงวันเสียชีวิตเพราะเกิดจากความแค้น ที่ตัวเองโดนปลดจากตำแหน่งนั้น เหมือนเพื่อนแค้นแทนเพื่อน เรื่องนี้เป็นหนังเรื่อยาว น้องเมยโดนเล่นมาตลอด”  

ทำไมถึงกล้าที่จะออกมาพูดวันนี้

พี่สาว “คือเมยเขารักโรงเรียนของเขามาก เขาปกป้องชื่อเสียงโรงเรียนของเขา เราก็ไม่อยากจะอะไรกับเขามาก แต่วันหนึ่งจิตรใต้สำนึกของแต่ละคนน่าจะออกมาขอโทษให้เราเห็นหน่อย และข่าวทุกอย่างเขาก็ปล่อยกันมาว่าเมยเป็นโรคหัวใจ เมยตายเอง ก็ถึงเวลาที่ที่เราจะต้องพูด”

ถ้าเราขึ้นศาลเราต้องมีพยานและหลักฐาน เรามีพร้อมมั้ย

พี่สาว “คนที่ทำ คณะกรรมการการสอบสวนก็มีรายชื่อ ทางครอบครัวเราเองก็รู้ว่ามีใครบ้าง และก้ดูมาจากของตำรวจมันสอดคล้องจากเด็กที่มาเล่าให้เราฟัง”

เรื่องนี้จะทำยังไงต่อไป

พี่สาว “ก็ต้องไปปล่อยไปตามกระบวนการ ทางหนูเองก็พยายามหาหลักฐานมาโดยตลอด ในมือเรามีแต่เอกสารทางการแพทย์ เรื่องที่หนูมาเล่าวันนี้เป็นข้อมูลลับๆ ที่เขาอยากบอก เขาก็รักเมย แต่เขาไม่สามารถออกมาได้ เพราะเขาอยากจะมีชิวตในโรงเรียนนี้ต่อไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน