ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงจันทร์ “ท็อป-ดุ๊ก” จับมือกลุ่ม T Challa ปลุกจิตสำนึกคนไทย

จากกรณีที่มีคนบันเทิงออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเสือดำและสัตว์ป่า ติดแฮชแท็ก #ทุ่งใหญ่ จนขึ้นสู่เทรนด์ไทยทวิตเตอร์ในอันดับ 1 กรณี กรณีที่บิ๊กบอสบริษัทชื่อดัง “เปรมชัย กรรณสูต” ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี จนกลายเป็นข่าวที่ฮือฮาและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ล่าสุดรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ประเดิมเวลาใหม่ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ ท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ, ดุ๊ก ภานุเดช วัฒนสุชาติ พร้อมทั้งตัวแทนจากกลุ่ม T Challa ถึงประเด็นดังกล่าว


 
คุณเป็นหน่วยกล้าตาย?
ดุ๊ก : “เอาจริงๆ ไม่อยากจะโหนกระแส แต่เข้าใจว่าในมุมมองของพวกเราก็มีมุมมองที่เราก็เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสื่อ ก็น่าจะมีโอกาสได้พูดคุย”

อีกสองท่านทำไมต้องใส่หน้ากากเสือดำมา?
T Challa : “มันเป็นสัญลักษณ์ของ T Challa ผู้พิทักษ์เสือดำ ทีชล่าเป็นตัวละครเรื่องแบล็ค แพนเธอร์ ซึ่งราชาที่คอยปกป้องเหล่าเสือดำทั้งหมด เราไม่ถือว่าเป็นการประท้วง เป็นการแสดงในเชิงสัญลักษณ์ เป็นกิจกรรมหนึ่ง มีศิลปะ วาดภาพมีการแจกหน้ากาก มีดนตรี มีกวี น่าจะเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม ของสัตว์ ของสิ่งแวดล้อมมากกว่า”

ในกลุ่มมีเยอะมั้ย?
T Challa : “เมื่อวานมีการรวมตัวครั้งแรก ตอนแรกเราวางเป้าไว้ที่หนึ่งร้อยคน มีการทำหน้ากากหนึ่งร้อยชิ้นมาแจก เมื่อวานนี้ไม่พอ คนไม่มีหน้ากากก็สามารถร่วมกันได้ เมื่อวานขั้นต่ำน่าจะสองร้อยถึงสามร้อยเพราะคนมาเรื่อยๆ”

ในมุมพี่ดุ๊กถ้าใครติดตามอินสตาแกรม พี่ดุ๊กเป็นคนหนึ่งที่มีการเคลื่อนไหวเรื่องราวของเสือดำ และมีการวาดภาพขึ้นมา?
ดุ๊ก : “จริงๆ ต้องออกตัวก่อนว่าพี่เป็นคนชอบวาดรูป ก็เป็นธรรมดาของคนวาดรูป ถ้าวาดอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างก็อยากจะทำ เป็นการสื่อสารของศิลปิน ซึ่งอันนี้พี่เป็นคนชอบวาดรูปเลยรู้สึกว่าโอเค เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากโทษใครไปต่อว่าใคร แต่มีความรู้สึกว่าเงียบเกินไปก็ไม่ดี ในฐานะที่เราเป็นสื่อ ก็น่าจะมีการพูดบ้างนะ เราก็มีมุมที่คิดว่าไม่ได้ทำร้ายใคร แค่โอเค เสือดำก็ออกมาบอกทุกคนว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดผลกระทบในสังคมในวงกวางมากมาย แต่เราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้มันทำให้เราทะเลาะกัน ตีกัน ออกมาประท้วงวุ่นวาย เราไม่ได้อยากสนับสนุน หรืออกมาบอกว่าคนนั้นผิด คนนี้ถูกพี่ก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่พอออกมาแล้วกระแสยังมีอยู่ และมีหลายเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกสะท้อนใจ รู้สึกว่าเสือดำเขาปลุกจิตสำนึกพวกเรา และมานั่งคิดว่าคนอย่างพี่หรือคุณผู้ชมหลายๆ ท่านไม่มีโอกาสมากพอที่จะแก้ไข ไม่สามารถทำให้เขาคืนชีพได้ ไม่สามารถตัดสินใจได้ สิ่งที่เราทำได้นั่นคือการโพสต์ในอินสตาแกรม มันต้องเริ่มที่ตัวเรา ทำไมเราต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อนเราก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่สังคมมีหลายมุม กลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าสังคมไม่น่าอยู่ เริ่มจากการที่เราสปอยกันเอง หลายคนอาจมองว่ามุมการทารุณสัตว์ มุมการอวยหรือให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีเงิน ณ วันนี้คนรวยไม่ผิด แต่คนจนติดคุก ณ วันนี้สุดท้ายแล้วทางท่านก็ออกมาพูดว่ากฎหมายทารุณสัตว์ก็ไม่ได้เอาออกมาใช้”



ท็อป : “ตอนนี้ทุกคนก็มีอารมณ์ร่วม ต้องบอกว่าเสือดำเป็นสมบัติรวม เป็นสมบัติล้ำค่าของเราทุกคน คนไทยทั้งประเทศ เหมือนที่กลุ่มคนนี้เขาพูด ความสมบูรณ์ของผืนป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ เสือดำก็เป็นหนึ่งในนั้น ทุกคนเห็นคุณค่าของเขา แล้วเหมือนใครมาขโมยของ ของเราไป เขาทำความผิด ขโมยไปโดยการพรากชีวิตไปแล้วทำไมไม่ได้รับความผิด ตรงนี้ต่างหากที่สังคมมอง อ้าว ไม่ได้รับความผิดเพราเหตุผลอะไร คนเขาก็เลยมองว่าเพราะคุณมีเงิน เลยสามารถหลีกเลี่ยงอะไรตรงนั้นได้หรือเปล่า อันนั้นคือสิ่งที่คนเรียกร้อง เพราะชีวิตเราก็คงเรียกกลับคืนมาไม่ได้ แต่อะไรคือการแยกแยะชั่วผิด คนทำผิดควรโดนบทลงโทษอย่างไร ทำออกมาให้สังคมได้เห็นชัดเจนตรงนี้มากกว่า”

ดุ๊ก : “แต่ในมุมของพี่ พี่ว่าทุกอย่างควรเริ่มที่ตัวเรา ถ้าเราสปอยสังคม เอะอะก็ยัดเงินใต้โต๊ะ อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันก็มีเกิดขึ้น ผมไม่ได้บอกว่าอาชีพไหนนะ และไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่มันมีแบบนี้ในสังคม ผมไม่ได้ว่าใครแต่เราต้องแก้จากจุดเล็กๆ ตรงนี้ ณ วันนี้ผมไม่ได้มาโพสต์รูปแล้วทำให้ทุกอย่างคลี่คลายในคดีหรือเรื่องราวเหล่านี้ แต่ผมเชื่อว่าถ้ามีคนที่เห็นและเข้าในบอกต่อลูกหลาน วันข้างหน้าก็จะดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้กราฟดิ่งลง”

ในมุมพี่ท็อป หลายคนบอกว่าพี่ท็อปออกตัวแรงมาก?
ท็อป : “หลายคนที่ได้รับผลกระทบต่างๆ ก็แสดงออกต่างกัน พี่คิดว่าเรื่องใหญ่โตในบ้านเมืองเราไม่มีอำนาจในการปกครอง เราไม่สามารถไปแก้กฎหมายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ในฐานะประชาชนที่อยู่ตรงนี้ พี่มองว่าเราทำอะไรได้ พี่คิดว่าพี่เสริมส่งและอุดรอยรั่วในสิ่งที่เขาไม่มี จุดที่เราทุกคนมองและเห็นใจ และเราถูกข้ามคือกลุ่มพิทักษ์ป่า ตอนนี้ต้องบอกว่าเขาทำงานกันอย่างเต็มที่ ตอนนี้เป็นช่วงที่สังคมหันมามองและเข้าใจพวกเขามากขึ้น”

คือหมายถึงคุณวิเชียร?
ท็อป : “ใช่ค่ะ คุณวิเชียรคือหัวหน้าพิทักษ์ป่า เขาเป็นข้าราชการประจำในสวัสดิการนะคะ แต่ต้องบอกว่าชีวิตข้าราชการพิทักษ์ป่าเขามีหลากหมาย มีทั้งข้าราชการประจำ พนักงานธรรมดา และพนักงานจ้างงาน ทำงานเพื่อดูแลป่า ซึ่งพวกนี้เขาจะไม่มีสวัสดิการอะไร พวกนี้จะกินเงินเดือนประมาณ 7500 -9500 บาทต่อเดือน ซึ่งจริงๆ จ้าง 10 เดือน เงินเดือนต่อเดือนอาจไม่ถึงก็ได้ ซึ่งความรับผิดชอบ ความเสี่ยงของพวกเขาใกล้เคียงทหาร ตำรวจในการดูแลความรับผิดชอบผืนป่าอย่างผืนป่าตะวันตก ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก หลายคนสงสัยว่าป่าให้อากาศให้น้ำให้ยารักษาโรค แต่ความสำคัญมันมีมากกว่านั้นอีกค่ะ หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงมีกระแสสำนึกรักษ์ป่ามาก เพราะเขารู้ว่าในป่ามันเป็นคลังแสง  เป็นมรดกล้ำค่าของคน เพราะในป่าประเทศไทย ผืนป่าตะวันตก กินพื้นที่หนึ่งหมื่นเก้าพันตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่โตมาก ใหญ่กินเข้าไปในพม่า ใหญ่กว่าเยลโลสโตน 2.5 เท่า ความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก พวกเสือดาว เสือดำ เสือโคร่ง เขาก็เป็นพวกที่คุมประชากร เขาก็เลือกกินด้วยนะ เขาเลือกเหยื่อแก่ป่วย เขาก็เป็นหนึ่งในการคัดสรร คุมโรคระบาดที่จะเข้ามาสู่คนในเมือง ก็มาจากป่าทั้งนั้น เขาจะกินพวกสัตว์ป่วย และจะมีสัตว์อื่นมากินอีก ก็ช่วยเหลือดูแลกัน แต่ตอนนี้มันถูกดึงออกไป ถูกทำลาย ทำให้ระบบนิเวศวิทยาสะเทือนเหมือนกัน หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ผีเสื้อหมดไปวันละสิบตัว ต่อไปร้อยตัว พันตัว แต่คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่หมดไปส่งผลอะไรเกิดขึ้น มันมีความเชื่อมโยงกันหมด พี่มองว่าเขาดูแลเยอะแยะมากมาย สิ่งที่พี่จะแสดงออกมาก็คือพี่จะช่วยอะไรเขาได้ เรามีกองทุนอะไรเพื่อเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาดูแลสิ่งมีค่ามากมาย มือสั่นเลยนะ ก็รู้สึกว่าเราต้องทำงานใหญ่แล้วล่ะ ก็มีน้อยคนหนึ่งที่เขา มาตามในไอจี เขาบอกว่าพี่ท็อปทำประกันชีวิตให้ผู้พิทักษ์ป่าสิคะ เราก็เลยเริ่มหาข้อมูล แล้วก็เข้าไปคุยกับท่านหัวหน้าต่างๆ ที่ห้วยขาแข้ง หัวหน้าวีรยา ไปทำธีสีสกับชีวิตผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งผ่านมา 30 ปีแต่ ก็ไม่แตกต่างเลย เราก็เลยทำตรงนี้ให้เขา ถามว่าทำไมกรมไม่ทำ กรมพยายามผลักดันทำ แต่งบประมาณมันไปไม่ถึงลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่ข้าราชการ เพราะฉะนั้นกรมก็เลยไม่มีอำนาจในการดูแลสวัสดิการอะไรเขาได้ เขาก็เลยได้สิทธิ์ 30 บาท สวัสดิการสังคมไป แล้วมีรายละเอียดต่างๆ ถ้าเขาเกิดไปปะทะในการทวงคืนผืนป่า เกิดเหตุในเวลาที่ไม่ใช่เวลาราชการ เบิกไม่ได้ก็มี  เราเลยเกิดตั้งขึ้นมา เราเลยทำเป็นประกันให้เขา เขาป่วยก็รักษาเขาด้วย ตรงนี้ที่เราคิดกันทำ หาตัวเลขอะไรต่างๆ มา”

ภาพเสือดำ มีลำโพงห้ามพูด ห้ามส่งเสียง ภาพนี้คนแชร์กันหลายล้านวิวเลยทีเดียว แต่ล่าสุดภาพนี้ถูกลบไปแล้ว พร้อมๆ กับความมึนงงของคนวาด ทำให้มีจิตสำนึกอย่างหนึ่ง วันนี้เราไปคุยกับคนวาดภาพนี้ คุณเป็นคนวาดภาพเสือดำบนกำแพง?
Headache Stencil : “ครับผม จริงๆ ผมก็รู้สึกเหมือนที่ประชาชนทั่วไปรู้สึก ว่าเรื่องนี้มันค่อยๆ เงียบไป แปลกๆ หรือเปล่า ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปรู้สึก เหมือนคุณเป็นนักดนตรีคุณก็อาจแต่งเพลง แต่ผมทำงานสตรีทอาร์ต ผมก็แค่ออกไปพ่นในสิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมอยากสื่อสารลงไปแค่นั้นเอง”

ภาพของคุณถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นล้านๆวิว?
Headache Stencil : “ครับ น่ากลัวมาก ถ้าถามว่าต้องการสื่ออะไร ก็ปุ่มปิดเสียงในรีโมทที่เราก็เห็นอยู่ทุกวันเวลาเราไม่อยากเห็นอะไร หรือไม่อยากได้ยิน เราก็กดปุ่มตัวนี้ ถูกมั้ยครับ ผมก็รู้สึกว่าเสือดำไม่รู้ทำให้ใครรำคาญ เลยถูกใครกดปุ่มปิดเสียงแค่นั้นเอง เหมือนถูกปิดเสียงดื้อๆ ในขณะที่ทุกคนกำลังงง ว่าบทสรุปเรื่องมันเป็นยังไง เพราะอยู่ดีๆ เรื่องก็เงียบหายไปแปลกๆ”

ก็ตรงกับสิ่งที่พี่ดุ๊กแกมองว่าอาจเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงิน?
ดุ๊ก : “ผมมองว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งมากกว่า เพราะไม่ใช่สิ่งแรกที่เกิดขึ้น หลายๆ คนอาจมองว่าเรื่องนี้เงียบๆ ไป แต่เรารู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เราเงียบไปมันก็จะทำให้สะสมไปเรื่อยๆ สิ่งที่ออกมาพูดหรือทำในอินสตาแกรมซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเราก็รู้แล้วว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้ของเรา วันนี้เราอาจไม่สามารถไปแก้ไข ไม่สามารถบอกได้ว่ามันถูกต้องมั้ย แต่สิ่งที่เราบอกได้คือเราเปลี่ยนนิสัยเราได้ เราแก้ที่ตัวเรา”
 
วันนี้ภาพนี้ถูกลบไปแล้ว ใครลบไป?
Headache Stencil : “(หัวเราะ) อยากรู้เหมือนกัน ไม่ทราบเหมือนกัน ตอนมีการลบผมไม่ได้อยู่ตรงบริเวณกำแพง ติดงานอยู่ รู้อีกทีถูกลบไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่รปภ. เขาเดินมาบอกว่าตอนแรกมีคนลักษณะเหมือนเจ้าหน้าที่สองคนมานั่งรอ ตอนแรกมีเด็กวัยรุ่นมาทั้งวันตรงนั้น ก็รอจนไม่มีคนแล้วก็ลบไป  อีกคนไป อีกคนก็นั่งรอ พอผมได้ยินก็ลองเดินไปดู ซึ่งอย่างที่เห็นในภาพที่ถ่าย มีการลบไปแล้ว มีรถที่จอดและมีคนอยู่ เจตนาที่โพสต์ไม่ได้ต้องการไปยั่วยุ ก็ไม่รู้ใครแหละที่มานั่งอยู่ ช่วยออกไปจากตรงนั้นเถอะ ผมก็รู้สึกว่าแปลกๆ มันน่ากลัว ไม่น่าไว้ใจ ตอนแรกเขาไม่ได้นั่ง แต่มาขอนั่งหลบแดดในพื้นที่ของคอนโด แต่รปภ.ไม่ให้ เขาเลยกลับไปนั่งที่รถ”

นอกเหนือจากภาพที่ถูกลบไปแล้ว คือด้านข้างๆ กำแพงมีภาพอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกลบ?
Headache Stencil  : “จริงๆ กำแพงตรงนั้นเป็นปั๊มเก่า ด้านในกำแพงก็มีคนพ่น ด้านนอกก็มีคนพ่น เวลาศิลปินต่างประเทศมาก็พ่นกันตรงนี้ ก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็แล้วแต่”

มองในมุมเจ้าหน้าที่มาลบ ถ้าลบก็ต้องลบทั้งแผง ?
Headache Stencil : “ก็มีคนบอกว่าผมลบเองหรือเปล่า สร้างกระแส อยากดัง สิ่งที่ผมทำ มันเป็นศิลปะที่เรียกว่าสเต็มซิล ไม่ใช่อยู่ดีๆ ผมยืนถือสเปรย์แล้วไปพ่น ผมต้องมีขั้นตอนการตัดกระดาษ ต้องใช้เวลา ผมไปพ่นแล้วลบเพื่ออยากดัง มันไปกันใหญ่มากเลยนะ ผมก็ไม่รู้เข้าใจว่าคนคิดเขาคิดอะ ไรอยู่ แต่ก็โอเค ถ้าเขาวาง ก็แล้วแต่”



เป็นไปได้มั้ยคุณอาจไปเหยียบตาปลาใคร?
Headache Stencil : “ผมไม่รู้ ผมไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครโมโห สิ่งที่ผมทำไป ผมปลุกจิตสำนึกเรื่องการรักป่า อันนี้อยู่ดีๆ เรามาเห็นข่าว ใครที่อยู่ในเหตุการณ์ แล้วตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็เงียบแบบแปลกๆ ผมคิดแค่นั้นเลย ผมไม่อยากให้มันเงียบไปแบบนี้ รู้สึกเหมือนคนทั่วๆ ไป ถ้าเรื่องเงียบไป เงียบไปเพราะอะไร ผมไม่ได้ต้องการไปโจมตีใคร ไปยั่วยุให้ใครโมโห ไม่รู้เหมือนกัน(หัวเราะ)”

มีอะไรจะฝาก?
Headache Stencil  : “ก็ศิลปะไม่เคยทำร้ายใคร อยากให้มองมันและใช้สมอง ไม่อยากให้ใช้อารมณ์ อยากให้คิดและมองดูว่าศิลปะของศิลปินเขาทำเพื่ออะไร เขาจะช่วยอะไร ไม่ควรมามองในมุมร้าย”
 
ในฐานะคนวาดรูปฟังแล้วเป็นยังไง?
ดุ๊ก : “ก็รู้สึกเหมือนกัน เขาทำไปโดยไม่ได้คิดจะทำร้ายใคร  ผมก็คิดเหมือนกัน วันนี้ผมมาออกรายการคุณหนุ่ม ผมก็อาจจะโดนมองว่าเป็นดาราอยากสร้างกระแส จริงๆ ผมไม่ได้อยากสร้างกระแสอะไร”

ท็อป : “รุ่นนี้สร้างเมรุกันแล้วค่ะ”

อีกอย่างคือจะมีคนมานั่งรอหน้าบ้านเหมือนน้องเขาโดน?
ดุ๊ก : “ถ้ามองจริงๆ จะเห็นว่าสิ่งที่ผมอยากสื่อสารคืออะไร ผมพยายามสร้างจิตสำนึก  และโอเคการที่เสือดำตาย หลายคนถามว่าจะปล่อยให้เขาตายฟรีมั้ย ผมไม่รู้หรอกนะว่าต้องการอะไร เรื่องบทลงโมษเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เขาไม่ตายฟรี  ด้วยการให้เขาเป็นสัญลักษณ์ว่าอันนี้แหละเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมาเปลี่ยนแปลง แก้ไข เป็นระบบที่มันเกิดขึ้น ถึงเวลาที่ต้องแก้แล้ว มันเป็นจิตสำนึก เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เขาจะไม่ตายฟรี ถ้าทุกคนถูกกระตุ้น”

T  Challa : “มันอาจจริงอยู่ว่าเราไม่สามารถโทษใครคนใดคนหนึ่งได้ ต้องโทษทุกคนที่ปล่อยให้สิ่งแวดล้อมถูกกระทำยาวนานมาก เสือดำอาจเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สังคมได้ตื่นตัวอีกครั้ง ในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ”

ท็อป :  “ตอนนี้เราได้แนวทางช่วยเหลือเกือบครบกระบวนการแล้ว เหลือแค่ว่าเสร็จสิ้นและสามารถสัมพันธ์กับใคร เพราะมีลูกจ้างชั่วคราวที่ออกเป็นหน่วยเฉพาะลาดตะเวนและไม่มีสวัสดิการ ประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสี่คน เราได้ตัวเลยตรงนี้จากกรมอุทยาน ท่านก็กรุณานำข้อมูลออกมาให้ และยินดีให้ความช่วยเหลือ เราขอแทนตัวเองว่าเป็นภาคประชาชน  เพราะเราคงไม่มีเงินไปช่วยซัปพอร์ตทั้งหมด แต่เอาเรื่องราวมาฝากบอกพ่อแม่พี่น้อง ให้เห็นความสำคัญของคนที่พิทักษ์ผืนป่า มาร่วมกันลงขัน เราคิดเหมือนคุณด๊ก เราไม่มีการต่อว่าระบบ เราทำอะไรได้เราก็ทำตรงนั้นในศักยภาพที่เรามี เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ดำเนินการก็เหลือแค่ขั้นตอนและรูปแบบประกัน ที่จะทำให้เขาได้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันชีวิต แล้วบริษัทที่เขาให้มายังไม่ขอเอ่ยชื่อ เขาก็กรุณาเมตตาลดให้สัก 200 เปอร์เซ็นต์ได้มั้งเพื่อทำแบบช่วยคน แล้วต่างคนต่างไม่กล้าออกตัวเพราะกลัวว่าบริษัทเอกชนจะออกมาโหนกระแสหรือเปล่า เลยเป็นภาคประชาชนที่ออกมาร่วมมือกัน”

T  Challa  : “มีอีกประเด็นที่เราต้องสนใจคือเรื่องความเป็นธรรม วันนี้ต้องยอมรับว่าสังคมไทยของเรา คนที่รวยเขามีอำนาจ พอเขาเข้าสู่ดรบวนการยุติธรรม คนจนจะติดคุกก่อนเสมอ ไม่ว่าจะผิดหรือถูก บางรายต้องรอให้ศาลตัดสิน ก็ใช้เวลา”

ท็อป : “พอในกระบวนการกฎหมาย พอเกิดคดี คนที่มีเงินก็สามารถทำเรื่องประกันตัวไป ได้ แต่ไม่มีเงินก็ติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัวไปได้ ซึ่งเราเข้าใจว่าถ้าเมืองนอกอาจเป็นอีกระบบหนึ่งนะ จะมีองค์กรกลางมาคอยช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาส ซึ่งของเรามันไม่มี”

อยู่ในสายกับคุณเก๋ ชลลดา อยากถามเรื่องกรณีที่มีกรณรงค์ให้มีการกากบาทที่มือซ้ายคืออะไร?
เก๋ : “คือจริงๆ เก๋ตั้งใจจะให้มูลนิธิเดอะวอยซ์ เสียงจากเรา เป็นหนึ่งช่องทางในการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคดีเสือดำในคดีนี้และมีความตั้งใจจะสนับสนุนมูลนิธิคุณสืบ นาคะเสถียรไม่ว่าจะผลักดันในด้านไหน ก็จะสนับสนุนทุกรูปแบบ เราขอเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ในการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ ในการที่ให้ทุกท่านใช้มือข้างซ้ายเนื่องจากใกล้หัวใจเราที่สุด เครื่องหมายกากบาทคือเราไม่ยอมรับ ไม่เอาความไม่ยุติธรรม สีดำเป็นสัญลักษณ์เสือดำ นี่ก็ครบ 1 เดือนแล้ว เราก็อยากได้ความเคลื่อนไหวความชัดเจน กฎหมายได้ทำอะไร หรือมีบทลงโทษอะไรกับคนทำความผิดแล้วหรือยัง เราเหมือนตื่นเถิดชาวไทย ควรมีความยุติธรรม ไม่ควรมีการแบ่งมาตรฐานอีกต่อไป”

สุดท้ายถ้าไม่เป็นไปตามที่คุณเก๋คิด จะทำยังไงต่อไป?
เก๋ : “คือได้คุยกับทางผู้ใหญ่หลายๆ คน เมื่อเช้าไปร่วมงานกับมูลนิธิสืบมา กับอาจารย์ศศิน ท่านมีแนวทางว่าเราจะรอวันที่ 26 มี.ค. สำนวนคดีความจะถูกหยิบยกมาได้อ่าน ได้พิจารณา หรือตรวจสอบหรือไม่ ส่วนเกิดความเคลื่อนไหวยังไงต่อไป ก็ให้ติดตามมูลนิธิสืบอีกทีค่ะ แต่ตลอดระยะเวลา 1 เดือนนี้เราจะมีการเรียกร้อง ปลุกจิตสำนึก ไม่ได้แค่คนรักสัตว์เท่านั้นมันเป็นความถูกต้อง ความยุติธรรมในสังคมไทย เราจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้มันเงียบเฉยไป ไม่เกิดอะไรขึ้น จะปล่อยให้เงียบหายไปเหรอ”

น้องๆ คิดว่ายังไง?
T Challa  : “คุณเก๋พูดคือสิ่งที่ชัดเจน เราพูดถึงความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ทุกคนเห็นหลักฐาน เห็นสิ่งที่เสือดำถูกฆ่า”

ตอนนี้ต้องการอะไร?
T Challa  : “ต้องการความเป็นธรรม หนึ่งในด้านกฎหมายก็ให้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมดำเนินต่อไป แต่อย่างน้อยผ่านมาหนึ่งเดือน คดีควรคืบหน้ามากกว่านี้ อย่างที่สอง แน่นอนว่าสังคมต้องออกมาตื่นตัวในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เสือดำที่ถูกกระทำมาตลอด ยังมีป่า มีแมว มีช้าง เราต้องตื่นตัวและยอมรับ สองความเป็นธรรมที่เกิดขึ้น วันนี้คนเห็นว่าคนมีเงิน คนมีอำนาจยังลอยนวลอยู่ เราอยากฟื้นจิตสำนึกของเรา เราไม่ยอมต่อความไม่เป็นธรรมหรือบรรทัดฐานในกระบวนการยุติธรรม”

สมมติฝั่งเขาถามว่ารู้ได้ไงว่าเขาใช้อำนาจหรือใช้เงินแล้ว?
T  Challa  : “เราไม่ได้บอกว่าเขาใช้อำนาจหรือใช้เงิน แต่เรากำลังบอกว่านี่มันหนึ่งเดือนแล้วแต่ทำไมยังเงียบอยู่ ทำไมการพ่นสีกำแพงยังถูกลบ เรามองวาทำไมเรื่องของเสือดำ ผู้กระทำมีเงินเป็นคนรวย แต่พอคนออกมาพูดถึงเสือดำ วันนี้ถูกปิดกั้น เราไม่สามารถพูดได้เต็มที่ มันมีอะไรนอกเหนือจากนี้หรือเปล่า”

ล่าสุดก็มีการออกมาพูดว่าการทารุณกรรมสัตว์กฎหมายไม่ได้มีการเอาออกมาใช้ เลยไปสั่งฟ้องไม่ได้ มีหลักฐานมั้ยทำให้เสือทรมาน?
T  Challa  : “นี่แหละทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้สึกต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง ในเรื่องกฎหมายพวกเราทำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย ถ้าเราเงียบต่อไปสิบปียี่สิบปีไม่รู้จะสิ้นสุดหรือเปล่า วันนี้คงต้องมีคนแบบพวกเรา ที่ออกมาจากจิตใต้สำนึก เรารู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ถ้าเป็นกระบวนการทางกฎหมายเรารอได้ แต่อีกสิบปียี่สิบปีจะเป็นแบบนี้อีกหรือเปล่ากระบวนการลงโทษทางสังคมควรมีการพูดถึง เราไม่ได้จะไปลงโทษเขา เราแค่อยากแสดงออกเรื่องของเสือดำ”

พี่ท็อปรู้สึกยังไง?
ท็อป : “ในข้อกฎหมายก็คงเป็นตามที่ท่านพูดก็คงเป็นไปตามข้อกฎหมายเพราะท่านคงรู้กระจ่างแจ้ง แต่วิธีการสื่อของท่านต่างหากที่ทำให้คลางแคลงใจ แค่การฆ่าหรือพรากชีวิตยังไม่ทรมานมากพอหรือ ไม่ต้องมองว่าเป็นใครในครอบครัวเราหรอก แค่สุนัขมีใครมายิง ถามหน่อยเถอะเราก็ต้องเสียใจ เขาก็ต้องทรมาน”
 
ไม่จำเป็นต้องเอามีดมาแทงคอ แค่ยิงนัดนึง ก็ทรมาน?
ท็อป : “ใช่ค่ะ แต่ทางกฎหมายเราก็เข้าใจตรงนั้น มันเป็นกันคนละอย่าง แต่พอพูดรวมกันแล้ว ระหว่างการทรมานสัตว์ระหว่างสัตว์ป่าสงวนกับสัตว์ป่าเลี้ยง ตรงนั้นเราเลยรู้สึกมันกระทบใจพวกเรา  ไปดูที่วัตถุประสงค์เจตนาก่อนดีกว่าว่าท่านต้องการพูดอะไร แต่พอไปใส่แมสเซสเข้าไป มันก็เลยกลายเป็นความขัดแย้ง  ตรงนีเถ้ามีการแสดงความเข้าใจต่อกัน สังคมอาจยอมรับเรื่องตรงนี้มากขึ้นก็ได้”

ดุ๊ก : “พี่ว่าเป็นปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน ต้องใช้เวลาแก้ไขกันไป แต่ในมุมของพี่ พี่ก็ไม่ร้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เลยไม่สามารถตัดสินใครได้ แต่สิ่งที่รู้สึกคือเรื่องที่เกิด เกิดจากการเบียดเบียน ไม่รู้จักพอ เราเกิดกิเลส ซึงตรงนี้เลยรู้สึกว่าถ้าเราปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน ในหลวง ร.9 บอกไว้ ความพอเพียง เราก็คงไม่ต้องมาใช้อำนาจแบบนี้ สิ่งเหล่านี้เลยสะท้อนออกมาว่า สิ่งที่ท่านรู้แล้วได้นำมาปฏิบัติมั้ย ก็รับผิดชอบกันไป ผมอยากเป็นเสียงเบาๆ เล็กๆ ที่ไม่มาโหวกเหวกโวยวายทำร้ายใครแต่อยากบอกใครๆ ว่าให้ช่วยกันเถอะครับ”

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: