ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ทนายเดชา เชื่อ เสี่ยอ้วน พลิกลิ้นแน่ แฉมีผลงาน ฆ่าคนตายไปไม่ถึงศาล เงิน 4 ล้านครอบครัว สปาย ต้องคืน

จากกรณีสะเทือนขวัญ ยิง “ฟอส-สปาย” ดับบริเวณวัดเขาชีจรรย์สองศพ พบผู้ก่อเหตุคือ “เสี่ยอ้วน” เหตุแค้นที่ฝ่ายหญิงตีจาก ก่อนหลบหนีไปกบดานที่บริเวณชายแดนกัมพูชา ล่าสุดถูกจับตัวมาดำเนินคดีได้แล้ว ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 22 ส.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น.  ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางคดีนี้
 
ก่อนหน้านี้เสี่ยอ้วนหนีไปอยู่กัมพูชา?
ทนายเดชา : “เกือบๆ เดือน”
 
 วันนี้มีเรื่องนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านผบ.ตร. มูลเหตุในมุมพี่มองยังไง?
ทนายเดชา : “มีสองประเด็น ประเดนแรกคือชู้สาว เสี่ยอ้วนรักน้องสปาย น้องเคยเป็นโคโยตี้เป็นลูกน้องมาก่อน ก็หลงรักมานาน มีความชอบ น้องก็หลบหนีไป มาอยู่ที่พัทยา ประเด็นทีสอง ประเด็นที่เกี่ยวกับตัวแม่ มีการไปรับเงินจากเสี่ยอ้วน ทีคุณแม่ยอมรับคือ 1 ล้านบาท”

ที่ได้ยินมา 4 ล้าน?
ทนายเดชา : “โจ้สปอร์ตไลค์เขาแฉวามีหลักฐานการโอนว่าโอนไปให้ญาติน้องสปายอีก 3-4 ล้านประมาณนี้เป็นญาติสนิท แต่ไม่ใช่แม่ สามสี่ล้านรวมๆ แล้ว ก็ถือว่าเป็นเงินเยอะ ทีนี้พอตัวลูกสาวไม่รักเสี่ยอ้วน เงินก็เสีย ก็เลยเป็นประเด็นทั้งรักและแค้น สองอย่างเลย รักก็ไม่สมหวัง เงินก็เสีย มีสองประเด็น”

ในมุมเสี่ยอ้วนหนีไปอยู่ชายแดนกัมพูชา เขาบอกว่าเขาดูยูทูปตลอด?
ทนายเดชา : “เขาบอกว่าดูกูเกิ้ลตลอด เขาก็วิเคราะห์ตลอด จำคำพูดผบ.ตร. ได้เลย ไม่ตันก็ตาย เพราะไปไม่รอด ผบ.ตร.ไม่ยอม กลับมาก็ตาย โดนประหารชีวิต”

คำว่าตายถ้าหนีก็จับตาย สู้ก็จับตายไม่ใช่เหรอ?
ทนายเดชา : “ก็ได้สองอย่าง ไปก็ตัน กลับมาต่อสู้ก็ตาย”
 
ตัวละครที่มีการจับไปแล้ว สายัณห์ ไอ้บอล ป๊อปปี้ มด นายบ่าว มือยิงอีกคน?
ทนายเดชา : “มือวางอันดับสอง เสี่ยอ้วนจัดไปก่อน สปาย ฟอส หลังจากนั้นบ่าวซ้ำ จนเสียชีวิตทั้งคู่”

 คนกำลังสงสัยว่าแต่ละคนเวลาให้ปากคำไม่เหมือนกัน มีผลมั้ย?
ทนายเดชา : “ถ้าพูดไม่เหมือนกันก็มีผล พยานต้องไปทิศทางเดียวกัน ทุกคนก็พูดให้ตัวเองผิดน้อยที่สุดมันก็ธรรมดา”

แล้วสำนวนจะแน่นหนาเหรอ?
ทนายเดชา : “คำรับหรือซัดทอดมีสองอย่าง ถ้าผู้ต้องหาให้การตัวเองทำความผิดเรียกว่าคำรับสารภาพ แต่ถ้าผมทำผิด แต่เสี่ยอ้วนก็ทำผิดด้วย เป็นคนสั่ง อย่างนี้เรียกว่าคำซัดทอด ถ้าถามคุณยิงหรือเปล่า บ่าวนะ ยิงครับแต่อ้วนยิงด้วย”
 
นายบ่าวบอกว่าตัวเขาเองมีปืนแต่มองเฉยๆ แต่เสี่ยอ้วนลงไปลั่นไกนัดแรกใส่ฟอส แล้วส่งซิกให้บ่าวยิงทั้งคู่ แล้วเสี่ยอ้วนก็หันไปซ้ำอีกที ถ้าโยนความผิดว่าเสี่ยอ้วนเป็นคนสั่ง ถ้าเขาไม่ทำ เขาอาจจะตายก็ได้ เขาว่าอย่างนั้น?
ทนายเดชา : “ฟังขึ้นมั้ย แบบนี้เขาเรียกว่าอ้างจำเป็น ไอ้บ่าวตามข่าวเป็นลูกน้อง เจ้านายสั่ง เจ้านายมีปืนด้วย เพิ่งยิงคนตายต่อหน้า เขาอาจจะกลัว ก็เป็นข้อต่อสู้ แบบนี้ไม่เรียกรับสารภาพ นี่คือสู้คดีนะ”

 เขาแค่ให้ปากคำเอง?
ทนายเดชา : “แบบนี้คือสู้คดี ไม่ใช่รับสารภาพ ต้องยิงเพราะเดี๋ยวเสี่ยอ้วนฆ่าผมตาย มันจำเป็นต้องฆ่า”
 
แต่ละคนความผิดแตกต่างกัน?
ทนายเดชา : “ก็ดูจากพฤติกรรมกระทำความผิด พูดง่ายๆ ประชุมวางแผนมาด้วยกัน รับรู้หมดว่าจะทำอะไร แบ่งหน้าที่กันทำ ไม่งั้นไม่ว่าบ่าวหรืออ้วนจะยิง ทุกคนรับความผิดเท่ากัน รับผิดในผลคือความตายของสองคนนี้หมด ประหารหมด”

แม้แต่ผู้ขับรถไม่ได้ลงมือ?
ทนายเดชา : “ครับ ก็แบ่งหน้าที่กันทำ ไม่มีคนขับรถ จะพาไปลงมือได้ยังไง เพื่อความสำเร็จคือความตายของทั้งสองคนนี้”

คนมองว่าต้องแบ่งกันไป เสี่ยอ้วนอาจหนักหน่อย บ่าวโดนบังคับ สายัณห์ชี้เป้า ทุกคนมัดรวม?
ทนายเดชา : “ครับ ถ้าประหารก็ต้องประหารหมด”

 เสี่ยอ้วนนำตัวไปสอบปากคำแล้ว กว่าจะข้ามมาหลายวันมาก?
ทนายเดชา : “พอถูกจับก็ถูกดำเนินคดี หลบหนีเข้าเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง ต้องไปขึ้นศาลถูกดำเนินคดีก่อน หลังจากนั้นก็เนรเทศ เหมือนเราเนรเทศคนต่างด้าวที่เข้ามาไม่ชอบโดยกฎหมาย ก็เหมือนกัน มีขั้นมีตอน”

ถ้าหากผู้ต้องหาทั้ง 6 คนเขาพูดไม่เหมือนกัน จะมีทางไหนที่พิสูจน์ได้ว่าเขาร่วมกันทำ?
ทนายเดชา : “ต้องไปดูหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็คือรถที่ใช้ทำความผิดมีมั้ย เจอมั้ย จับได้มั้ย เจออาวุธที่ใช้ในการฆ่าทั้งหมด 4 กระบอก เขม่าดินปืน หัวกระสุน เกลียวกระสุน หัวกระสุนในร่าง ปลอกก็เอามาประกอบกัน”

ปืนมีการชี้แล้ว?
ทนายเดชา : “ครับ ผบ.ตร.ให้เสี่ยอ้วนชี้แล้วที่สนง.ตำรวจแห่งชาติ 4 กระบอก ซึ่งเอาไปทิ้ง แล้วพาไปงมมา รถอีกสองคัน ถ้าตรงกับในวันเกิดเหตุ ก็มีน้ำหนัก นอกนั้นก็ไปหาพยานแวดล้อม บริเวณที่เขายิง พยานโดยตรงไม่มี มาถึงขนาดนี้ พยานกล้าแล้ว เพราะเขาจับได้มั้ย”

 5 คนมีโอกาสซัดทอดเสี่ยอ้วนคนเดียว?
ทนายเดชา : “เป็นไปได้เหมือนกัน แต่ตามรายงานข่าว บางคนยอมรับว่าตัวเองกระทำความผิด บางคนยอมรับว่าถูกบังคับ แต่ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ตำรวจ ต้องเอาพยานหลักฐานอื่น ไม่ใช่เน้นคำรับสารภาพคือคำซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกัน ไม่ควรไปเน้น ต้องไปเน้นอย่างอื่น”

ตร.หวั่นใจเสี่ยอ้วนจะถูกยิง ใครจะยิงเขา?
ทนายเดชา : “ก็อาจญาติฝั่งคนตายหรือคนที่ไม่ชอบเขา ก็ไม่แน่นะ 4 ล้านยังอยู่ ถ้าเป็นเรื่องหลอกลวงก็ต้องคืนเขาสิ ไปหลอกเขา ถ้าหลอกนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องเสน่หาก็ไม่ต้อง”

เรื่องแรก ตร.กลัวเสี่ยอ้วนถูกยิง?
ทนายเดชา : “ประชาชนก็อาจโกรธเกลียด เพราะเขายิงหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพัทยานะ ไปยิงต่อหน้าพระอุกอาจนะ ฆ่าคนตายต่อหน้าองค์พระ คนอาจจะโกรธแค้น ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา ตร.ต้องรับผิดชอบนะ เพราะในกฎหมายไม่มีบอกนะว่าจับคนร้ายได้ขึ้นมาต้องไปทำแผน มีแต่ตร.ไทยทำขึ้นมาเอง เปิดกฎหมายมาจับมาไปทำแผนไม่มี มีแต่ประเทศไทยนี่แหละ เขาจำลองสถานการณ์ แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ ถ้าคุณพาเสี่ยอ้วนไปทำแผน แล้วคนแค้นเสียบเสี่ยอ้วนตาย ตร.ก็ต้องรับผิดชอบสิ”

เสี่ยอ้วนมีโอกาสพลิกลิ้น?
ทนายเดชา : “แน่นอน เพราะลิ้นไม่มีกระดูก ที่ผ่านมาเขาทุบหัวฝรั่งบาดเจ็บสาหัส ไปไม่ถึงศาล สองฆ่าคนขายถึงตายไปไม่ถึงศาล แสดงว่าเขาเงินเยอะ ไปไม่ถึงศาล”

 กลัวเขาทำเงินหล่นเหรอ?
ทนายเดชา : “กลัวสิ ก็เขายังมีเงินเหลือนะ”
 
รวยร้อยล้าน?
ทนายเดชา : “ก็นั่นน่ะสิ ตอนนี้กระแสแรงก็รับไปก่อน”
 
ทำไมตอนหนีไม่ทำเงินหล่นแถวๆ นั้น?
ทนายเดชา : “ไม่คิดว่าจะโดนจับได้น่ะสิ ที่ผ่านมาก็รอดตลอด ผมยังงง จ้างวานฆ่า ปรึกษาคนมีสีชุดเดิมหรือเปล่า เขามีผลงานนี่ ฆ่าคนตายไปไม่ถึงศาล ไม่ธรรมดานะเสี่ยอ้วนเขามีเงินวิ่งเต้นล้มคดีได้  ผมเชื่อนะ ถ้าเขาทำไม่สำเร็จคงไม่ไปบอกแม่บอกน้องสปายว่าคราวที่แล้วจ่าย 2 ล้านไปไม่ถึงศาล ผบ.ตร. ก็โดนถามเรื่องนี้ เขาบอกว่าเอาแค่คดีนี้ก่อน”
 
 สมมติเสี่ยอ้วนพลิกลิ้น เป็นไปได้เหรอเป็นข่าวใหญ่?
ทนายเดชา : “เป็นไปได้ วันนี้สถานการณ์แบบนี้ก็รับไปก่อน เดี๋ยวสักพัก ต้องส่งฟ้องภายใน 84 วัน ศาลก็นัด คำให้การ แต่งตั้งทนาย คนมีสีก็มีนี่ ครั้งที่แล้วช่วยหลุด 2 คดีแล้วนี่”
 
 โอนเงินให้คนใกล้ตัวคุณแม่อีก 3-4 ล้าน?
ทนายเดชา : “เปย์ขนาดนี้ ก็ต้องแค้น แต่ผมไม่ทำแบบนี้ ผมทำใจดีกว่า นั่งสมาธิ เหมือนชดใช้กรรม แต่นี่คงทำใจไม่ได้”

 ถ้าเสี่ยอ้วนเป็นผู้ต้องหา เขาสามารถเรียกงิน 4 ล้านคืนมั้ย?
ทนายเดชา : “ถ้าครอบครัวสปายหลอกเงินเขา อย่างหลอกว่าจะให้แต่งงาน ให้มาอยู่ด้วย ตัวเองก็รู้แก่ใจว่าลูกไม่ได้รักเสี่ยอ้วนแต่ไปหลอกเอาเงินเอาทองเขามา นี่สมมตินะ ก็เป็นการละเมิดเขา สามารถเอาเงินคืนมาได้”

 เสี่ยอ้วนพูดแน่ ดูจากทรงแล้ว น้องสปายไม่ได้รักเสี่ยอ้วน แม่บอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก ?
ทนายเดชา : “ถ้าเป็นไปไม่ได้ แล้วไปเอาตังค์เขาทำไม นี่เรื่องสมมตินะ เอาเงินเขามาก็เหมือนหลอกเขา เขามีสิทธิ์เอาเงินคืน”

 เสี่ยอ้วนเคยโทรหาแม่ บอกว่าซ้อมน้องทะเลาะกัน บีบคอน้องเอาปืนจ่อหัว แม่ก็ตกใจ แม่รับรู้มั้ยแบบนี้?
ทนายเดชา : “รู้ว่ารักลูก แต่รู้มั้ยว่าลูกตัวเองไม่คิดจะอยู่กับเขาเลย ถ้ารู้แล้วจะไปเอาเงินเขามาทำไม ถ้ารักจะหนีกันทำไม ถ้าลักษณะไปหลอกเขาก็คืนเขาสิ ถ้าใช้หมดก็โดนยึดทรัพย์สิ”
 
ทั้งที่ไปฆ่าลูกเขาก็ต้องคืน?
ทนายเดชา : “มันคนละเรื่องกัน นี่เรื่องทางแพ่ง”

อยู่ในสายกับคุณจอม คุณแม่น้องฟอส คุณแม่ทราบข่าวเรื่องเสี่ยอ้วนแล้วใช่มั้ย ?
จอม : “ค่ะ ก็รู้สึกดีใจที่นำตัวเสี่ยอ้วนมาได้ ที่จะรับโทษที่ทำกับน้องสองคนค่ะ”

 แม่รู้จักแม่สปายเหมือนกัน เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เสี่ยอ้วนบอกว่าทั้งรักทั้งแค้น แค้นน่าจะเกิดจากเรื่องเงิน 4 ล้านที่โอนให้ครอบครัวสปายคุณแม่ทราบเรื่องมั้ย?
จอม : “ไม่ทราบหรอกค่ะ ทราบแค่เงิน 1 ล้านบาทแค่นั้น แม่ไม่เคยได้ยินข่าว”

บ้านเขาอู้ฟู่ขึ้นมั้ยฝั่งน้องสปาย?
จอม : “ทางแม่ไมได้ไปยุ่งอะไรกับครอบครัวเขา เลยไม่ค่อยรู้เรื่อง”

เรื่องชู้สาว ในมุมหลายๆ คน เพื่อนฝูง คนสนิทเขาบอกว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน นี่ทำให้เสี่ยอ้วนมารู้ทีหลังเลยโกรธและสังหาร?
จอม : “แม่ไม่มองอย่างนั้นนะคะ น้องฟอสนี่แกบอกว่ามาฉลองวันเกิด แล้วไหว้พระ เดินทางไปทำงานกับป้าที่ญี่ปุ่น ถ้ารักกันทำไมฟอสต้องไปทำงาน แล้วทำไมสองคนต้องแยกกัน เพราะปกติตั้งแต่เด็กจนโต เขาก็อยู่กันแบบนี้ เป็นเพื่อนกันแบบนี้”

แม่ว่ามูลเหตุอะไรทำให้เสี่ยอ้วนยิงลูกชายแม่?
จอม : “แม่ว่าบุคคลที่สามหรือเปล่าให้ข่าวลูกไปยังไง เด็กสองคนนี้ จะกอดคออะไรก็ทำตั้งแต่เล็กจนโต”

 มีบุคคลที่สามพูดว่าเขารักกัน จนทำให้เสี่ยอ้วนยิงลูกแม่?
จอม : “ใช่”

ถ้าเจอเสี่ยอ้วนจะทำยังไง?
จอม : “แม่ก็ให้อภัยเขานั่นแหละ เหตุได้เกิดแล้ว ขออโหสิกรรมทุกอย่าง อย่าให้ชาติไหนๆ เป็นเหมือนชาตินี้ ที่แม่ต้องเสียน้องไป ขออย่าให้เกิดขึ้นอีกชาติภพภูมิไหนก็ช่าง”

ทางตร.กลัวทางครอบครัวผู้เสียชีวิตจะไปทำร้ายเสี่ยอ้วน แม่มองยังไง?
จอม : “แม่ว่าไม่มีใครทำร้ายเขาหรอก เพราะครอบครัวก็อโหสิกรรมให้เขา ทั้งพี่ทั้งน้อง ทุกคน”

ทนายเดชา : “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี แต่จากแหล่งข่าวบอกว่าเขาน่าจะรักกัน แต่ข้อมูลมันคนละชุดกัน ต้องไปดูในชั้นศาล แต่ผมเอว่าเขาต้องเชื่อว่าสองคนเป็นแฟนกัน”

ตอนนี้มองว่าลิ้นอาจพลิก คดีจะพลิกได้เหมือนลิ้น?
ทนายเดชา : “ได้ มีโอกาสพลิก ต้องทำคดีให้แน่นหนา เน้นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก อย่าไปเน้นคำรับ คำซัดทอดของผู้ต้องหา ไม่งั้นเดี๋ยวญาติผู้ต้องหาต้องไปกระโดดตึกตายอีก วันนี้ต้องดักไว้ก่อนเลย”

 ไปเป็นทนายให้เขาได้มั้ย?
ทนายเดชา : “ไม่รับหรอกครับ ทุกวันนี้งานเยอะ ไม่ชอบคดีดัง อยู่ลำบาก”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: